- supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
Tag

ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล

Browsing

ทำไมถึงต้องเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่กำลังได้รับความนิยม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากจิ้งหรีดนั้นมีสารอาหารโปรตีนที่สูง สามารถทดแทนได้จากเนื้อสัตว์อื่นๆ ความต้องการจิ้งหรีดมากขึ้น จึงทำให้มีความสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 45 วันก็สามารถขายได้ การเลี้ยงจิ้งหรีดนอกจากจะเป็นกิจกรรมย่ามว่างแล้ว การเลี้ยงจิ้งหรีดยังเป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากการขายจิ้งหรีดได้ราคาดี การขายจิ้งหรีดสามารถขายได้ทั้ง จิ้งหรีดสด จิ้งหรีดแช่แข็ง จิ้งหรีดแปรรูป หรือขายจิ้งหรีดส่งให้พ่อค้าคนกลาง

พันธุ์จิ้งหรีด

จิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน มีอยู่ 3 ชนิดคือ จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง หรือแมงสะดิ้ง จิ้งหรีดทองดำ และจิ้งหรีดขาว การขายจิ้งหรีดนั้น ราคาจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ของจิ้งหรีด และช่วงเวลานั่นเอง จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 40-50 วันมีการขายจิ้งหรีด ราคาส่งอยู่ประมาณ 80-100 บาท จิ้งหรีด ราคาปลีกจะอยู่ที่ประมาณ 120-150 บาท จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำนั้น ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 30-45 วัน ก็สามารถขายได้ พันธุ์ทองดำจะได้ราคาดีกว่า ราคาขายส่งจะอยู่ที่ประมาณ 120-150 บาท และขายราคาปลีกอยู่ประมาณ 150 บาท นอกจากนี้จิ้งหรีดยังมีอยู่หลายพันธุ์ หลายชนิด เช่น จิ้งหรีดเล็ก จิ้งโกร่ง และอื่นๆ

การขายจิ้งหรีด

การขายจิ้งหรีดนั้นส่วนมากแล้วจะมีผู้รับซื้อรายใหญ่มาซื้อที่หน้าฟาร์ม จะเหมาซื้อทั้งบ่อ โดยเฉลี่ยจะได้บ่อละประมาณ 20-50 กิโลกรัม ในการจับแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อที่เลี้ยงนั่นเอง นอกจากนั้นยังสามารถนำจิ้งหรีดมาแปรรูปขายจะได้ราคาดีกว่าแบบสด การแปรรูปจะใช้วิธีการนึ่งจิ้งหรีด หรือต้มจิ้งหรีด แล้วนำจิ้งหรีดมาแช่แข็งจะได้ราคาที่ดีกว่า

ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด

ในการซื้อขายจิ้งหรีดนั้นสามารถทำได้หลายช่องทาง โดยการขายจิ้งหรีดให้เรามองหาผู้บริโภคในพื้นที่ใกล้บ้านก่อน เช่น ขายจิ้งหรีดตามหมู่บ้าน อาจจะใช้วิธีเข้าไปถาม หรือสามารถนำจิ้งหรีดมาทอดขายในตลาดของหมู่บ้านก็ได้ หากเราไม่ทอดขายเองก็ขายจิ้งหรีดส่งให้ลูกค้าที่เขาทอดขายประจำอยู่แล้ว พ่อค้าเหล่านี้จะรับซื้อจิ้งหรีดในปริมาณหลายกิโลต่อวัน อีกช่องทางหนึ่งในการขายจิ้งหรีดคือ ขายจิ้งหรีดส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง ในแต่ละพื้นที่เช่นตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดโรงเกลือ การขายส่งให้กับพ่อค้าเหล่านี้เขาจะรับจำนวนที่เยอะมากต่อวัน แต่เขาก็อาจจะให้ราคาที่ต่ำหรือบางเจ้ากดราคา หรือถ้าหากฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดของเราได้มาตรฐาน GMP เราสามารถติดต่อขายจิ้งหรีดให้กับบริษัทหรือโรงงานใหญ่ ที่เขานำจิ้งหรีดไปแปรูปขายส่งออกต่างประเทศ บริษัทเหล่านี้จะรับเป็นตันๆ แต่ก็อย่างว่าค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดเยอะและต้องได้มาตรฐานเพียงพอ

supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีการขายจิ้งหรีดทั้งปลีกและส่ง การขายปลีกจะขายที่ราคา 130-150 บาทส่วนการขายจิ้งหรีด ราคาส่ง จะอยู่ที่ประมาณ 100-120 บาท ลูกค้าต้องมีการสั่งซื้อในจำนวนเยอะจะได้ราคาส่ง สำหรับท่านที่สนใจซื้อจิ้งหรีดในราคาถูก และ จิ้งหรีด ราคาส่ง สามารถติดต่อมาที่ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ขนาดครัวเรือน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ขายจิ้งหรีดสด จิ้งหรีดนึ่ง จิ้งหรีดต้ม ไข่จิ้งหรีด สดใหม่จากฟาร์มทุกวัน ศุภชัย จิ้งหรีดฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ อ.พิบูล จ.อุบลราชธานี ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง ขายจิ้งหรีด อุบล ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล บริการส่งทั่วประเทศโดยเคอรี่
https://supachaifarm.com
https://www.facebook.com/supachaifarms/

การเตรียมการ

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยากครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวหรือเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะเตรียมอย่างไรใช้วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด อะไรบ้างสำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จะมาแนะนำมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

ถึงแม้ว่าจิ้งหรีดนั้นจะเลี้ยงไม่ยากเท่าไหร่ แต่ในการเลี้ยงแล้วหากเราไม่เอาใจใส่ดูแลก็อาจจะทำให้จิ้งหรีดนั้นตายได้ง่ายๆ ครับการเตรียมวัสดุสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องให้ความสำคัญครับโดยในรายละเอียดของการเตรียมวัสดุอุปกรณ์นั้นเราได้เขียนบทความไว้ก่อนแล้วสามารถติดตามได้ในเรื่อง วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมวัสดุนั้นจึงเป็นเรื่องของการเตรียมพื้นที่โรงเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ภาชนะที่ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด บ่อจิ้งหรีดแบบต่างๆ เช่น บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดปูนซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดไม้อัด นอกจากนั้นยังมีวัสดุอุปกรณ์อื่นๆอีกหน่อย เช่น เทปกาว ตาข่ายปิดปากบ่อ ยางรัดบ่อ และภาชนะวางไข่จิ้งหรีด อาหารสำหรับจิ้งหรีด เป็นต้น

พันธุ์จิ้งหรีด

พันธุ์จิ้งหรีด มีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชนิดตามภาษาท้องถิ่น เช่น
จิ้งโกร่ง (จิโปม จิ้งกุ่ง) เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร สามารถสร้างรังอาศัยเองได้ โดยจะขุดดินเป็นรูลึกยาวประมาณ 48 –90 เซนติเมตร จิโป่ม จะออกเป็นตัวเต็มวัยประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ละปี จะมีรุ่นเดียว บางท้องที่เรียกจิ้งโกร่งว่าจิโป่ม หรือจิ้งกุ่ง

จิ้งหรีดทองดำ เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลปนด า กว้างประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 3 สี คือ สีดำ สีทอง และสีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือโคนปีกจะมีแต้ม สีเหลือง 2 จุด

จิ้งหรีดทองแดง เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวกว้างประมาณ 0.6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 2 ชนิด คือ สีน้ำตาลและสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลืองอ่อนรูปตัววี หรือหมวกแก๊ป ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลปนเทาและมีแถบขาวคาดขวางลำตัว มีความว่องไวมาก ชอบอยู่ในที่ๆ มีความชื้น บางท้องที่เรียกว่าจิฟาง หรือจินาย

จิ้งหรีดทองแดงลาย (จิ้งหรีดนิล) เป็นจิ้งหรีดขนาดเล็กที่สุด มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนิดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดทองแดง ระยะตัวอ่อนมีลายม่วงคาดลำตัว บางท้องที่เรียกว่าจิ้งหรีดผี หรือแอ้ด เป็นต้น

อาหารจิ้งหรีด
การเลี้ยงจิ้งหรีด ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การเตรียมพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด

ให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีดที่ตัวเต็มวัย มีสีเข้ม ตัวโต มีปีกเข้มอวัยวะครบ การนำลงบ่อให้ใช้พ่อพันธุ์จิ้งหรีด 1 ส่วน และแม่พันธุ์จิ้งหรีดอีก 3 ส่วน พ่อแม่พันธุ์จะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ แม่พันธุ์จิ้งหรีด 1 ตัวจะวางไข่ได้ถึง 1000 ฟองเลยทีเดียว ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อๆไปสามารถใช้วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยการฝักจากไข่ได้ครับ ส่วนอีกวิธีในการเลี้ยงจิ้งหรีดที่นิยมคือการ ซื้อไข่จิ้งหรีด จากฟาร์มที่ขายไข่นั่นเอง ส่วนใหญ่จะขายเป็นขัน ขันละประมาณ 50-100 บาทแล้วแต่ช่วงครับ หลังจากซื้อไข่จิ้งหรีดแล้ว ไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฝักประมาณ 7-14 วัน เมื่อไข่ฝักแล้วก็สามารถนำจิ้งหรีดตัวอ่อนมาลงบ่อเลี้ยงได้เลยครับ

การเลี้ยงจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนแรกเกิดถึง20วัน จะให้อาหารอ่อนๆละเอียด เช่นอาหารไก่อ่อน หรืออาหารสำเร็จรูป จิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนจะให้อาหารเม็ดใหญ่ไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดจะมีทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนสามารถให้ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดได้ เช่น เศษผัก กล้วย ฟักทอง ใบมันสำปะหลัง และอื่นๆได้ แต่พืชผักนั้นจะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ การให้น้ำกับจิ้งหรีดสามารถนำขวดพลาสติกที่หาได้ง่ายๆ นำมาเจาะรูเล็กน้อยแล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดหรือใส่เข้าไปในขวดเพื่อให้น้ำในขวดค่อยๆซึมเปียกที่ผ้า จิ้งหรีดจะสามารถมาดูดกินน้ำที่อยู่กับผ้าได้ เมื่อจิ้งหรีดมีอายุประมาณ 40 วันจะเป็นช่วงโตเต็มวัยแล้วตัวเมียจะพร้อมวางไข่ ให้เรานำขันอาบน้ำพลาสติกมาและใส่ดินผสมแกลบดิบใส่ลงในขันวางไข่ ให้ตัวเมียวางไข่ประมาณ 3-5 วัน เพื่อทางฟาร์มจะได้ใช้ไข่จิ้งหรีดนี้ไว้เป็นพันธุ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อไปครับ

กลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันจิ้งหรีดนั้นมีการเลี้ยงที่ง่ายในทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ จิ้งหรีดจะพบมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนมากแล้วจะกินเศษใบหญ้า พืชผักเป็นอาหาร ในธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามซอกดินที่แตก หรือตามรูในดินเล็กๆ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ให้คุณค่าโปรตีนสูง เป็นที่ต้องการของหลายกลุ่ม และมีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงจิ้งหรีดมีการเลี้ยงทั้งในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงในบ่อพลาสติก บ่อไม้ หากฟาร์มที่เลี้ยงมีการบริหารจัดการได้ไม่ดีจะเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่นการติดเชื้อ การตายของจิ้งหรีด ปัญหาอีกอย่างของการเลี้ยงจิ้งหรีดคือ การมีกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับกลุ่นผู้เลี้ยงมือใหม่ที่ยังไม่มีวิธีแก้นั้นอาจจะตกใจบ้าง สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงมีการนำเสนอวิธีการดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีที่ง่ายและต้นทุนไม่สูงมากครับ

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัญหากลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบ่อเลี้ยง เช่นการให้อาหารของเราบางครั้งจะมีการนำพืชผักชนิดต่างๆมาเป็นอาหารของจิ้งหรีด เมื่อจิ้งหรีดกินไม่หมดก็เกิดการสะสมกลิ่นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้เช่นกัน อาหารที่มีกลิ่นไม่ใช่แค่พืชผักเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาหารชนิดสำเร็จรูปก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะกลิ่นเหม็นอาจะเกิดจากมูลของจิ้งหรีดเอง เมื่อมีการสะสมมากขึ้นจะทำให้เกิดแก๊สภายในบ่อและมีกลิ่นได้นั่นเอง

วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

แนวทางการไขกลิ่นเหม็นนั้นจะใช้อาหารเสริมชนิดน้ำมาผสมกับน้ำที่ให้จิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดกินทุกวันจะช่วยล้างสารตกค้างบางอย่างที่อยู่ในตัวจิ้งหรีดได้ด้วยและทำให้มูลจิ้งหรีดไม่มีกลิ่นที่เหม็นนั่นเอง อาหารเสริมที่แนะนำนี้จะเป็นไคโตซานชนิดน้ำ นอกจากจะช่วยดับกลิ่นเหม็นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแล้ว ยังเป็นอาหารเสริม ทำให้จิ้งหรีดแข็งแรง โตเร็ว รสชาติอร่อยด้วย

อาหารเสริมจิ้งหรีด
ไคโตซาน อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

EM ดับกลิ่นเหม็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

อีกวิธีที่ง่ายก็คือการใช้จุลินทรีย์ EM ใช้ในการดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด วีธีการคือการนำจุลินทรีย์ EM มาผสมกับน้ำให้จิ้งหรีดกินเป็นประจำ วิธีการทำจุลินทรีย์อีเอ็มนี้ให้กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำประมาณ 3 ลิตร ใส่ส่วนผสมและคนให้เข้ากันให้กับจิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดนั้นควรระวังคืออย่าให้หกเลอะบ่อเลี้ยง เพราะภายในบ่อมีการสะสมของมูลจิ้งหรีดและแก๊ส จะทำปฏิกิริยากับ EM ได้

EM ดับกลิ่นบ่อจิ้งหรีด
วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดให้ใช้ EM ผสมน้ำให้จิ้งหรีดกิน

ดับกลิ่นเหม็นแบบง่าย

การใช้อาหารเสริมช่วยดับกลิ่นและจุลินทรีย์ EM นั้นอาจจะช่วยแก้ดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้ในเบื้องต้นเท่านั้น การดับกลิ่นอีกวิธีคือการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบไม้อัดให้นำบ่อเลี้ยงออกมาทำความสะอาดและตากแดดไว้ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะมีการนำบ่อเลี้ยงไปใช้ในรุ่นต่อไป เป็นการช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อไปด้วย

การผสมน้ำ EM
ให้จิ้งหรีดกิน EM ผสมน้ำจะช่วยการเจริญเติบโตและช่วยดับกลิ่นในบ่อเลี้ยง

ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันนี้จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในตลาดมีความต้องการสูงเนื่องจากจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ส่วนใหญ่แล้วจะใช้แรงงานภายในบ้าน supachai ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล เรามองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้เราเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดในแบบธรรมชาติ การเลี้ยงจิ้งหรีดง่ายๆ การให้อาหารจิ้งหรีด ในอุบลและจังหวัดใกล้เคียงนั้นความต้องการบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น การขายจิ้งหรีดในอุบลส่วนมากจะมีพ่อค้ามารับซื้ออยู่กับฟาร์ม หรือบางครั้งจะส่งขายทั้งปลีกและส่ง การขายจิ้งหรีดในอุบล ราคาขายจะอยู่กิโลกรัมละประมาณ 120-150 บาท ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล นั้นมีการขายทั้งจิ้งหรีดสด จิ้งหรีดแช่แข็ง ไข่จิ้งหรีด ส่งขายในพื้นที่อุบล และทั่วประเทศ การส่งจะส่งด่วนด้วยบริการของ Kerry มีการแพคใส่กล่องอย่างดี ทำให้ซื้อจิ้งหรีดจากฟาร์มอุบลนี้แล้วได้รับจิ้งหรีดที่สด สะอาด ปลอดสารพิษ นอกจากนั้นจิ้งหรีดยังสามารถเก็บไว้ประกอบอาหารได้หลายวันอีกด้วย

ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดในอุบล
ฟาร์มจิ้งหรีด อุบลรับซื้อขายจิ้งหรีด ไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี

ฟาร์มจิ้งหรีดในอุบล นั้นมีอยู่หลายฟาร์ม ทั้งฟาร์มจิ้งหรีดในตัวเมืองอุบล ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอวารินชำราบ ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอกันทรลักษณ์ ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอเขมราฐ และ supachai จิ้งหรีดฟาร์มนี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร การเลี้ยงจิ้งหรีดของฟาร์มจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดทำจากไม้อัด การให้อาหารจิ้งหรีดทางฟาร์มจะใช้อาหารสำเร็จรูป เช่นอาหารไก่บดละเอียด นอกจากนั้นยังให้อาหารเสริมอื่นๆด้วย เช่น ฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง และอาหารเสริมจิ้งหรีดอื่น ๆ ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบลนั้นตั้งอยู่ด้านนอกตัวอำเภอเพียงเล็กน้อย การเดินทางมายังฟาร์มสะดวก การจราจรไม่แออัด นับได้ว่า supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลแห่งนี้เป็นหนึ่งใน ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่น่าสนใจและหากท่านที่สนใจซื้อขายจิ้งหรีด สามารถติดต่อได้ที่คุณศุภชัย ม่านทอง หรือทางเพจเฟสบุ๊คได้เลยครับ

ฟาร์มขายจิ้งหรีด
supacha จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง จัดส่งทั่วประเทศ

วัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้าง

1.ภาชนะ/บ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุที่นำมาใช้สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีอยู่มากมาย ส่วนมากแล้วจะใช้วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นที่หาได้ง่ายนั่นเองครับ ตัวอย่างเช่น บ่อซีเมนต์ ถังน้ำ กล่องกระดาษ กะละมัง โอ่ง กล่องไม้ กรงเหล็ก ยางรถยนต์ หรือบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่ทำขึ้นเองเช่น นำไม้อัดมาทำ หรือก่ออิฐเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดหาบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นควรจะคำนึงถึงราคาที่ไม่แพงมาก เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงคงทน ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง ง่ายต่อการจัดการ และสามารถป้องกันแมลงหรือศัตรูของจิ้งหรีดได้ครับ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น

  • บ่อซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ โดยปกติจะเป็นทรงกระบอก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ก้นบ่อจะปิดหรือไม่ปิดก็ได้ การติดตั้งบ่อซีเมนต์นั้นทำได้ง่ายโดยการปรับพื้นที่ในโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดให้เรียบ ถ้าหากเป็นพื้นดิน ก้นบ่อควรจะเทปูนปิดไว้ความหน้าประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อป้องกันมดหรือแมลงเจาะรูเข้ามาจากด้านล่างบ่อ หรือถ้าเป็นโรงเรือนที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์อยู่แล้วก็สามารถวางบ่อซีเมนต์กับพื้นได้เลย และนำปูนมาปิดช่องว่างตรงก้นบ่ออีกเล็กน้อย ไม่ให้มีช่องเพื่อป้องกันมดหรือแมลงเข้ามาได้ครับ การจัดวางบ่อซีเมนต์นั้นให้วางเรียงกันและมีระยะห่างแต่ละบ่อประมาณ 40-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการและการให้น้ำให้อาหาร บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดซีเมนต์อาจจะเป็นลักษณะทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ อยู่ที่พื้นที่ว่าเหมาะสมแบบใด ที่สำคัญควรจะคำนึงถึงการบริหารจัดการได้ง่าย การทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับจิ้งหรีด
  • กะละมังปากกว้าง ปกติจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร การเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยกะละมังนิยมเลี้ยงในพื้นที่มีจำกัด มีพื้นที่ไม่มาก เพราะกะละมังมีน้ำหนักเบาสามารถยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำมาเลี้ยงในห้อง ในบ้านได้ หรือบางครั้งอาจจะทำชั้นขึ้นมาแล้วนำกะละมังมาวางเรียงซ้อนกันได้
  • กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นกล่องที่ทำขึ้นมาเลี้ยงจิ้งหรีดโดยเฉพาะ ตัวกล่องนิยมทำจากไม้อัด นำมาตีเป็นกล่องสี่เหลี่ยม สังกะสีแผ่นเรียบ กระเบื้องแผ่นเรียบ ส่วนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนั้นก็สามารถนำมาทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะจิ้งหรีดสามารถกัดแทะแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดได้ ทำให้ไม่ปลอดภัย การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีขนาดความสูงของกล่องประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ขนาดยาวประมาณ 200 เซนติเมตร หรือสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมก็ได้ กล่องเลี้ยงนิยมทำด้วยไม้หรือเหล็กที่มีความแข็งแรงมรขาตั้งสูงจากพื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตรเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูของจิ้งหรีด การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะใช้ต้นทุนที่สูงกว่าแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถใช้ได้นานเหมาะกับการเลี้ยงจิ้งหรีดระยะยาว

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

2.เทปกาว

นิยมใช้เทปกาวชนิดที่ผิวลื่น มีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับติดขอบด้านบนของบ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ขึ้นมาหนี เทปกาวนั้นสามารถติดได้ทั้งบ่อที่เป็นปูนซีเมนต์หรือบ่อเลี้ยงแบบอื่น ๆ ถ้าเป็นบ่อซีเมนต์ที่มีทุนสูงอาจจะใช้วิธีการติดกระเบื้องแผ่นเล็ก ๆ ที่ขอบบ่อแทนการใช้เทปกาวก็ได้

3.ตาข่ายพลาสติก

ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้า การใช้ให้ตัดตาข่ายให้มีขนาดกว้างยาวมากกว่าบ่อเลี้ยงประมาณ 30-40 เซนติเมตร นำตาข่ายมาคลุมปิดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้านบน เพื่อป้องกันนก หรือจิ้งจก เข้ามากินจิ้งหรีดนั่นเอง

4.ยางรัดขอบบ่อ

ในกรณีที่บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแบบบ่อซีเมนต์ ให้ใช้ยางในรถจักรยานยนต์มาตัดตามแนวยาว ให้มีขนาดความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้ได้ยางรัดมีลักษณะเป็นวงกลม แล้วใช้สำหรับรัดตาข่ายพลาสติกเข้ากับขอบบ่อด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดหนี

5.วัสดุหลบซ่อน

ธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นจะไม่ชอบอยู่ในที่โล่งแจ้งมาก กลางวันจะหลบซ่อนตัว วัสดุที่ใช้หลบซ่อนตัวนิยมใช้ถาดไข่ชนิดที่ทำจากกระดาษมาวางเรียงกัน จำนวนการใช้ถาดไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อเลี้ยง ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงซีเมนต์ที่มีพื้นที่ไม่มาก อาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 6-8 อัน ถ้าเป็นกล่องเลี้ยงอาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 30-50 อัน ส่วนมากจะแล้วแต่ขนาดบ่อไม่ควรใส่ถาดไข่เยอะเกินไปจนทำให้แออัด

6.ที่ให้น้ำ

อุปกรณ์ให้น้ำจิ้งหรีดสามารถหาได้ตามท้องที่ เช่นขวดพลาสติกนำมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู ใช้ผ้าที่สะอาดซึมซับน้ำได้ดีมาพันรอบขวดพลาสติกเพื่อให้น้ำค่อยๆซึมมาเปียกกับผ้า และปลายอีกด้านหนึ่งของผ้าก็ให้สอดเข้าไปในขวดได้เลยลักษณะเหมือนไส้ตะเกียง หรืออีกแบบคือการใช้ที่ให้น้ำไก่ แต่ต้องนำผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางในน้ำด้วยเพราะที่ให้น้ำไก่มีขนาดลึกถ้าจิ้งหรีดตกลงไปจะขึ้นมาไม่ได้

7.ที่ให้อาหาร

ที่ให้อาหารจิ้งหรีดนั้นสามารถหาได้ง่าย เช่นถาดพลาสติก จานหรือกระดาษแข็ง ๆ ก็ได้ ไม่ควรเป็นภาชนะที่มีควมลึกสูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้

8.วัสดุรองพื้นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุรองพื้นใช้เพื่อให้จิ้งหรีดอยู่อาศัยและหลบซ่อนตัว นิยมใช้แกลบดิบเพื่อใช้รองพื้นบ่อเลี้ยง ก่อนนำแกลบลงไปในบ่อควรจะนำมาตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแลงและเชื่อโรคที่ติดอยู่ในแกลบ หลังจากนั้นนำแกลบมาโรยลงพื้นบ่อเลี้ยงให้มีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร

9.ภาชนะวางไข่

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มที่แล้วจะวางไข่ การวางไข่จะใช้ภานะมารองส่วนใหญ่จะใช้ขันอาบน้ำพลาสติก หรือถาดพลาสติก ภายในถาดจะใช้แกลบดำผสมกับดินเพื่อให้จิ้งหรีดลงไปวางไข่ได้

10.อาหารจิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีดเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงจิ้งหรีด การให้อาหารจิ้งหรีดมีทั้งเป็นอาหารหลักและอาหารเสริม อาหารหลักก็จะเป็นพวกอาหารไก่ อาหารเม็ดเล็ก ๆ อาหารสำเร็จรูป ส่วนอาหารเสริมเป็นอาหารที่ให้เพิ่มกับจิ้งหรีดเพื่อให้จิ้งหรีดมีรสชาติอร่อย ป้องกันโรคของจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนัก และอาหารเสริมจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารลงไปได้อีกมาก สามารถอ่านเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีดได้จากชื่อเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด หรือบทความเรื่อง จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

11.น้ำ

จะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่สะอาดไม่มีสารเคมีเจือปน บรรจุลงในภาชนะที่ให้น้ำแก่จิ้งหรีด

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเป็นแมลงที่มีลักษณะปากเป็นแบบปากกัด มีตารวมหนวดยาว ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีขาคู่หลังขนาดใหญ่ แข็งแรง กระโดดเก่ง ตัวเมียวางไข่ใต้ดินลึกประมาณ1 – 2 เซนติเมตร ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะหลบซ่อนตัวตามสนามหญ้า อยู่ในรูเก่าของแมลงอื่น รอยแตกของดิน หรือตามกองวัสดุทั่วไป

จิ้งหรีดมีระยะการเจริญเติบโต แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ

จิ้งหรีดระยะไข่

1. ระยะไข่ ไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลืองรวมกันเป็นกลุ่มในดิน ลักษณะยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร วางไข่เป็นกลุ่มๆ ละ 3 -4 ฟอง ตลอดอายุขัยจิ้งหรีดเพศเมียสามารถวางไข่ได้ 600 –1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่เป็นรุ่นๆ ได้ประมาณ 4 รุ่นๆละ 200 – 300 ฟอง แต่ละรุ่นใช้เวลาห่างกันประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นประมาณ 3 สัปดาห์ จะเห็นลูกจิ้งหรีดที่ฟักออกจากไข่นับพันตัว ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงฟักออกมาเป็นตัวอ่อน

จิ้งหรีดระยะตัวอ่อน

2. ระยะตัวอ่อน ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักออกเป็นตัวอ่อน จะมีลักษณะคล้ายมด และมีการเจริญเติบโต โดยการลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อน เมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า ระยะใส่เสื้อกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาว ระยะตัวอ่อนพันธุ์จิ้งหรีดทองดำใช้เวลาประมาณ 35 – 40 วัน แต่ถ้าพันธุ์ทองแดงใช้เวลาประมาณ 46 – 50 วัน จึงจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย

จิ้งหรีดระยะตัวเต็มวัย

3. ระยะตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถแยกเพศได้ชัดเจน โดยการสังเกตความแตกต่างของเพศผู้ เพศเมีย เพศผู้จะมีปีกคู่หน้าย่น สามารถทำให้เกิดเสียงขึ้นได้ โดยใช้ปีกคู่หน้า ถูกันจะทำให้เกิดเสียง เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้นเป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด สำหรับเพศเมียจะมีปีกคู่หน้าเรียบ และมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 – 60 วัน

บทสรุปชีวิตจิ้งหรีด

สรุป วัฐจักรหรือวงจรชีวิตจิ้งหรีดนั้นเป็นอย่างไร วงจรชีวิตจิ้งหรีดนั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ ระยะไข่ ไจ่จิ้งหรีดจะมีสีเหลืองรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในดิน ไข่จิ้งหรีดจะมีลักษณะยาวเรียวคล้ายกับเมล็กข้าวสาร การฟักตัวของไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฟักประมาณ 7-14 วัน ระยะที่ 2 คือ ระยะตัวอ่อน เมื่อไข่จิ้งหรีดฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนแล้ว จิ้งหรีดจะมีลักษณะตัวเล็ก ๆ คล้ายมด และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะมีการลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อถึงวัยเริ่มมีปีกจะเรียกว่าระยะกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และระยะกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาว ระยะกั๊กของจิ้งหรีดนี้ส่วนใหญ่จะตาย ต้องดูแลจิ้งหรีดมากเป็นพิเศษ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 35-45 วัน ส่วนจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง จะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 45-60 วัน ระยะสุดท้ายคือ ระยะจิ้งหรีดตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถแยกเพศได้ชัดเจน เพศผู้จะมีปีกหน้าย่น ปีกคู่หน้าปีกขวาจะทับปีกซ้าย สำหรับเพศเมีย จะมีปีกคู่หน้าเรียบ ปีกซ้ายทับปีกขวา และเพศเมียจะมีอวัยวะสำหรับวางไข่ขาวแหลมคล้ายเข็ม ยื่นออกมาจากส่วนท้อง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45-60 วัน

Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี เราเป็นหนึ่งใน ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีความสนใจ และเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เรามีความภูมิใจที่ได้ทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดขนาดเล็กๆภายในครัวเรือน ด้วยการเลี้ยงที่เป็นธรรมชาตินอกตัวเมือง เรามีการขายจิ้งหรีดสด ทั้งปลีกและส่งจากฟาร์มของเราเอง อีกทั้งยังมีการแปรรูปจิ้งหรีดเป็นสินค้าแบบอื่น เช่น จิ้งหรีดทอดกรอบรสชาติต่างๆ ด้วยสโลแกน จิ้งหรีดสด ปลอดสารพิษ อร่อยติดใจ

ซื้อขายจิ้งหรีด/ไข่จิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร

ปัจจุบันนี้ความต้องการของตลาดจิ้งหรีดนั้นมีเพิ่มมากขึ้น จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย และมีสารอาหารโปรตีนสูง หลายพื้นที่มีการเลี้ยงส่งขายมากขึ้น สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก สิ่งที่ง่ายคือจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง ทั้งขนม ใบไม้ ใบหญ้า ผลไม้ และพืชผักชนิดอื่น ๆ แต่สิ่งที่ยากคือ ต้องมีการควบคุมการให้อาหารและน้ำเพราะจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวง่าย พิชผักที่ให้กินนั้นต้องไม่มีสารพิษ หรือกลิ่นที่รุนแรง ถ้ามีจือปนแม้แต่นิดเดียวสามารถทำให้จิ้งหรีดตายกันหมดได้เลย

วันนี้ทาง ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงจิ้งหรีดมาฝากอีกเล่นเคยคือ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าจิ้งหรีดนั้นสามารถกินได้เกือบทุกอย่าง แต่อยู่ที่คนให้อาหารครับถ้าจิ้งหรีดกินอะไรเป็นอาหาร ผลผลิตออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น การให้กินฟักทองหรือกล้วย ก่อนที่จะนำออกขายนั้น ก็จะทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนักดี จิ้งหรีดตัวโต มีรสชาติอร่อย เอาล่ะครับมาเริ่มเข้าเรื่องการกันดีกว่า

การให้น้ำจิ้งหรีด

การให้น้ำจิ้งหรีดนั้นช่วยแรกเกิดจิ้งหรีดยังตัวเล็กและไม่แข็งแรงมากนัก การให้อาหารสามารถนำใบตองมาวางเรียงกันบนบ่อที่เลี้ยงเพื่อให้จิ้งหรีดออกมากินน้ำได้ง่าย หรือบางฟาร์มอาจจะให้น้ำจิ้งหรีดด้วยวิธีใช้ผ้าชุบน้ำ มาวางไว้ก็ได้ครับ ไม่ควรนำถาดน้ำหรือถาดอาหารที่มีความสูงมาวางเพราะจะทำให้จิ้งหรีดที่ตัวเล็กตกลงไปตายได้ครับ อีกวิธีที่ให้น้ำจิ้งหรีดได้คืออาจจะให้ด้วยสเปรย์ฉีดพ่นน้ำก็ได้ครับ เมื่อเราวางใบตองไว้บนตาข่าย หรือบนบ่อเลี้ยง ฉีดน้ำจากสเปรย์จะคล้ายกับละอองน้ำที่ไปเกาะอยู่บนใบตองทำให้เหมือนธรรมชาติมากครับ การฉีดพ่นละอองน้ำนั้นยังช่วงให้จิ้งหรีดคลายร้อนได้อีกด้วยครับ ทำในช่วงหน้าร้อนเพื่อให้จิ้งหรีดลดความเครียดได้ด้วยครับ

การให้อาหารจิ้งหรีด

การให้อาหารจิ้งหรีดสามารถทำได้หลายระยะ โดยในช่วงระยะแรกเกิดถึง3สัปดาห์นั้นจะให้อาหารผงละเอียด เนื่องจากช่วงนี้จิ้งหรีดยังตัวเล็ก กินอาหารเม็ดหรืออาหารชนิดอื่นลำบาก หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารไก่ก็อาจจะนำมาบดละเอียดก่อนได้ครับ บางฟาร์มอาจจะให้อาหารสำเร็จรูปก็ได้เช่นกันครับ แต่อาหารนั้นควรจะมีโปรตีนอยู่ที่ 21 % ครับ อาหารสำเร็จที่ให้ในระยะที่ 1 คืออาหาร เอราวัณ จี 1 แรกเกิดถึง 3 สัปดาห์ มีโปรตีนสูง มีความน่ากินย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้สูง อาหารในระยะที่ 2 อาหารเอราวัณ จี 5 ตั้งแต่3 สัปดาห์ถึงขาย เพิ่มสีสันเสริมความสมบูรณ์พันธุ์ ไข่ดก ควรให้น้อยๆ และบ่อยครั้ง

การให้อาหารเสริมจิ้งหรีด

อาหารเสริมนิยมให้จิ้งหรีดเพื่อเพิ่มความสวยงาม เพิ่มโปรตีนกับจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี ส่วนมากแล้วจะให้ช่วงก่อนนำจิ้งหรีดออกขายสัก 1 สัปดาห์ อาหารเสริมที่นิยมให้นั้นจะเป็น พืช ผัก ชนิดต่าง ๆ เช่น ฟักทอง กล้วย ใบมันสำปะหลัง ใบผักบุ้ง และผักชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน อาหารเสริมที่นิยมให้อีกอย่างคือ จุลินทรีย์และอาหารเสริมโกลด์ นาโนไคโตซาน จะช่วยให้แมลงจิ้งหรีดลอกคราบ ลอกปีกไดดี เพราะมีสารไคติน ช่วยเสริมสารเปลือกแมลงให้แข็งแรง โตเร็ว ลดความเครียด  ลดกลิ่นในบ่อเลี้ยง สุขภาพดีลดการตายของจิ้งหรีด และต้านทานโรคอื่นๆได้อีกด้วยครับ

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

อาหารจิ้งหรีดผสมเอง

จิ้งหรีดนั้นจะกินอาหารที่เยอะและกินสม่ำเสมอ เพื่อเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็วและสมบูรณ์ จึงควรให้จิ้งหรีดได้กินอาหารอย่างเต็มที่ แต่ราคาหารหารสำเร็จรูปที่ให้นั้นก็อาจจะแพงและต้องให้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการให้อาหารจิ้งหรีดคือบางฟาร์มจะนำส่วนผสมอย่างอื่นมาผสมกับอาหารหลักเพื่มลดต้นทุนของอาหารได้ครับ เช่น ใช้มันสำปะหลังหมักยีสต์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือใช้กากมอลล์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป ผสมกับอาหารไก่ การใช้รำอ่อนมาผสม เป็นต้น จะช่วยลงต้นทุนอาหารจิ้งหรีดได้และช่วยเพิ่มผลผลิตได้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและติดตามครับ เราเป็นน้องใหม่ในการเลี้ยงเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีแนวทางการเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดสารพิษ หากท่านใดที่อยากจะให้คำแนะนำก็สามารถติดต่อได้ครับ ขอบคุณครับ

จิ้งหรีดพบได้ที่ไหน

แมลงนั้นถือกำเนิดมานานหลายล้านปีแล้ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่น ๆ แมลงมีการเจริญเติบโตอย่างแพร่หลายมาก แมลงมีลักษณะลำตัวเป็นปล้องและมีปริมาณมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น แมลงในโลกนี้มีหลากหลายชนิดบางชนิดนั้นสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้ และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันเราได้อีกด้วย

ประเทศไทยเรานั้นมีภูมิประเทศที่อยู่ในเขตร้อน เหมาะแก่การเจริญเติบโตของแมลงได้ดี ส่วนใหญ่นั้นจะพบแมลงชนิดต่าง ๆ ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แมลงชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหารคือ จิ้งหรีด จิ้งหรีดถือได้ว่าเป็นแมลงที่น่าสนใจเพราะ เป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว สามารถจัดการเพาะเลี้ยงได้ง่าย โดยจิ้งหรีดนั้นส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางคืน จะอาศัยอยู่ใต้ดิน คันนา รอยแตกของดิน หรือกอหญ้า และจะกินเศษหญ้าอ่อน ใบหญ้าขนาดเล็ก ๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารที่สำคัญ มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรท ในอนาคตจิ้งหรีดจิ้งเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกหนึ่งสำหรับคนทั่วโลก จิ้งหรีดจึงมีการเลี้ยงที่แพร่หลาย มีความต้องการของตลาดสูงอีกด้วย

ลัษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

จิ้งหรีด (Cricket) อยู่ในวงศ์ Gryllidae อันดับ Orthoptera เป็นแมลงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ หนวดยาว ปากมีลักษณะเป็นปากกัด มีตารวม ขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง กระโดดได้ เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดมีอยู่หลายชนิด นอกจากนี้มีลักษณะพิเศษของจิ้งหรีด คือ การส่งเสียง และการผสมพันธุ์ที่เพศเมียจะคล่อมบนเพศผู้เสมอ จิ้งหรีดนั้นสามารถพบได้ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย พบได้จากในป่าโปร่ง สวน ไร่ ทุ่งหญ้า

พันธุ์จิ้งหรีด

จิ้งหรีดนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ และในพื้นที่ก็จะแตกต่างกันไป โดยส่วนมากแล้วจิ้งหรีดที่พบและนิยมเลี้ยงในประเทศไทยเราจะมีอยู่ประมาณ 5 ชนิด คือ จิ้งโกร่ง จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง จิ้งหรีดทองลาย จิ้งหรีดเล็ก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ชนิดของจิ้งหรีด แต่ละชนิดนั้นการเลี้ยงก็จะแตกต่างกัน แต่โดยส่วนมากแล้วการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 45-60 วัน

ชีววิทยาของจิ้งหรีด

1. หัว ประกอบด้วย ตา หนวด ปาก คอ และรอยต่อกะโหลกศีรษะ
2. อก มี 3 ปล้อง ปล้องแรกมีขาหน้า 1 คู่ ปล้องกลางมีขาคู่กลาง 1 คู่ และมีปีกคู่หน้า 1 คู่ ซึ่งปีกนี้ใช้แยกเพศของจิ้งหรีดได้ด้วย โดยจิ้งหรีดตัวผู้ปีกนอกคู่หน้ามีลวดลายหยักส่วนตัวเมียจะมีผิวเรียบ ปล้องหลังมีขาคู่หลัง และยังมีปีกคู่หลัง ซึ่งเวลาหุบจะซ่อนอยู่ด้านใน
3. ท้อง เมื่อเติบโตเต็มที่แล้วจะมีปล้องจานวน 11 ปล้อง

การบริโภคจิ้งหรีด

ปัจจุบันคนนิยมบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแหล่งของโปรตีนสูง มีรสชาติอร่อยจึงมีการเลี้ยงจิ้งหรีดกันอย่างแพร่หลายมีอายุการเลี้ยงประมาณ 30-45 วันก็สามารถจับขายได้ ก่อนจับขายส่วนใหญ่จะให้จิ้งหรีดวางไข่เสียก่อน เพื่อนำมาฝักและเลี้ยงในรุ่นต่อ ๆ ไป นอกจากนั้นจิ้งหรีดยังขายได้ทั้งตัวสดและไข่อีกด้วย ราคาก็จะอยู่ประมาณกิโลกรัมล่ะ 100-150 บาทแล้วแต่ช่วง หรือบางรายมีการเลี้ยงและแปรรูปอย่างครบวงจรก็สามารถขายได้หลักหมื่นถึงหลายแสนต่อรุ่น