การให้อาหารจิ้งหรีด - supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
Tag

การให้อาหารจิ้งหรีด

Browsing

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยาก แต่สำหรับคนที่สนใจและกำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น อาจมีหลายคำถาม เช่นการทำบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การเลือกซื้อไข่และพันธุ์จิ้งหรีด การให้อาหาร และอื่นๆ วันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงได้มีบทความมาตอบคำถามต่างๆสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด

1.คำถาม จิ้งหรีดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใด

คำตอบ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีปากเป็นแบบปากกัด ขาคู่ หลังใหญ่และแข็งแรง กระโดดเก่ง สามารถทำเสียงร้องโดยใช้ขอบของปีกคู่ หน้าสีกัน พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น จิ้งหรีดมีหลายชนิดและมีขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของจิ้งหรีด

2.คำถาม จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมีที่ชนิด

คำตอบ จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมี 4 ชนิด

  • จิ้งหรีดทองดำ มี3สี คือ สีดำ สีทอง และ สีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัด คือ จะมีจุดเหลืองที่โคน ปีก 2 จุด
  • จิ้งหรีดทองแดง มีลำตัวสีน้ำตาล เพศผู้ มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบน แต่ละด้านมีแถบสีเหลือง มองดูคล้ายหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า จินาย อิเจ็ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้น
  • จิ้งหรีดเล็ก มีขนาดเล็กที่สุด มีสีน้ำตาล บางท้องที่เรียกว่า จิลอ จิ้งหรีดผี หรือบางที่เรียกว่าแอ๊ด ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น
  • จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาล ชอบอยู่ในรูลึก โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และมีพฤติกรรมชอบอพยพย้ายที่อยู่เสมอ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิโป่ม จิลอ เป็นต้น
อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

3.คำถาม จิ้งหรีดชอบอาศัยอยู่ที่ใด

คำตอบ จิ้งหรีดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า และ ตามรอยแตกของดิน รูใต้ดิน

4.คำถาม วงจรชีวิตของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ วงจรชีวิตของจิ้งหรีด แบ่งแยกได้เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะไข่ ไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลือง รวมกันเป็นกลุ่มในดิน ลักษณะยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน
  • ระยะตัวอ่อน ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักตัวออกเป็นตัวอ่อน จิ้งหรีดวัยอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ จะมีตัวเล็กๆลักษณะคล้ายมด และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า ระยะใส่เสื้อกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาวระยะตัวอ่อนพันธุ์จิ้งหรีดทองดำใช้เวลาประมาณ 36 – 40 วัน แต่ถ้าพันธุ์ทองแดงใช้เวลาประมาณ 40 – 50 วัน จึงจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย
  • ระยะตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถ แยกเพศได้ชัดเจน เพศผู้จะมีปีกคู่หน้าย่น ปีกคู่หน้าปีกขวาจะทับปีกขาย สำหรับเพศเมียจะมีปีกคู่หน้าเรียบ ปีกซ้ายทับปีกขวาและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนทอง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัย จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 – 60 วัน

5.คำถาม จิ้งหรีดมีเสียงได้อย่างไร

คำตอบ จิ้งหรีดมีเสียงโดยการทำเสียง โดยยกปีกคู่หน้าขึ้น ใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็กๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวา มีจังหวะเสียงจากการโยกตัว ลักษณะเสียงจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมในการสื่อสารขณะนั้น เช่น

  • เสียง กริก…กริก…กริก…นานๆ แสดงว่า อยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่
  • เสียง กริก…กริก…กริก…มีลากเสียงยาว แสดงว่าเป็นการบ่งบอกถึงอาณาเขตที่อยู่อาศัย
  • เสียง กริก…กริก…กริก…เบาๆ และถี่ๆ ติดต่อ กัน แสดงว่าต้องการผสมพันธุ์ พฤติกรรมนี้เพศผู้จะทำเสียง กริก…กริก…ๆ โดยการถอยหลังเข้าหาเพศเมีย ถ้าเพศเมียเป็นใจด้วยก็จะขึ้นคร่อมเพศผู้ทำการผสมพันธุ์
  • เสียง กริก…กริก…กริก…ยาวดังๆ 2-3 ครั้ง แสดงว่าโกรธหรือส่งเสียงระหว่างกัดกัน ระหว่างเพศผู้กับเพศผู้เพื่อแย่งความเป็นเจ้าของ หรือระหว่างเพศผู้กับเพศเมียก็ได้ เมื่อเพศเมียไม่ยอมเป็นใจขึ้นคร่อมผสมพันธุ์

พันธุ์จิ้งหรีด

6.คำถาม เรามีวิธีสังเกตจิ้งหรีดได้อย่างไร

คำตอบ ลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่าง โดดเด่น และสังเกตได้ง่าย คือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอ

7.คำถาม จิ้งหรีดเพศผู้ หรือเพศเมียที่สามารถทำเสียงได้

คำตอบ จิ้งหรีดเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น ใช้ปีกคู่หน้าถูกัน สามารถเกิดเสียงได้ เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้นเป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด

8.คำถาม จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมเลี้ยงคือพันธุ์อะไร

คำตอบ จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และพันธุ์ทองแดง

9.คำถาม การคัดเลือกพันธุ์จิ้งหรีดต้องเลือกอย่างไร

คำตอบ คัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีตัวโต แข็งแรง มีอวัยวะครบทุกส่วนมีสีเข้ม หลังเปลี่ยนพ่อ-แม่พันธุ์แล้ว 3 วัน ควรตรวจเช็คถ้าตายต้องหามาทดแทน

การเลี้ยงจิ้งหรีด

10.คำถาม นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงได้หรือไม่

คำตอบ ได้ แต่ต้องมีสภาพความเป็นอยู่ เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด

11.คำถาม จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลาใด

คำตอบ จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลากลางคืน

12.คำถาม อาหารของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

คำตอบ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กินพืชเป็นอาหาร พืชอาหารสำหรับจิ้งหรีดเป็นประเภทยอดอ่อนของหญ้าสดทุกชนิด เช่น หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย ใบมันสำปะหลัง เป็นต้น อาหารจิ้งหรีด จำแนกได้ 2 ประเภท คือ

– อาหารหลัก ส่วนใหญ่เป็นจำพวกหญ้า เช่น หญ้าขน หญ้า ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น

– อาหารเสริม (อาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารไก่ อาหารปลา รำอ่อน เป็นต้น

13.คําถาม จิ้งหรีดผสมพันธุ์เมื่ออยู่ในระยะใด

คำตอบ จิ้งหรีดจะผสมพันธุ์เมื่อเป็นตัวเต็มวัย การผสมพันธุ์และวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน/ครั้ง/รุ่น เมื่อหมดการวางไข่รุ่นสุดท้ายแล้ว ตัวเมียก็จะตาย

14.คำถาม การผสมพันธุ์ของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ ตัวผู้จะทำเสียงโดยยกปีกคู่หน้าถูกันให้เกิดเสียง เพื่อเรียกตัวเมีย จังหวะเสียงจะดังเมื่อตัวเมียเข้ามาหาบริเวณที่ตัวผู้อยู่ ตัวผู้จะเดินไปรอบๆ ตัวเมียประมาณ 2-3 รอบ ช่วงนี้จังหวะเสียงจะเบาลง แล้วตัวเมียจะขึ้นคร่อมตัวผู้ จากนั้นตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้นประมาณ 14 นาที ถุงน้ำเชื้อก็จะฝ่อลง แล้วตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป

15.คำถาม จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่เมื่อใด

คำตอบ จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่ภายใน 7 วัน หลังผสมพันธุ์ ตลอดอายุไข่จิ้งหรีดตัวเมียสามารถวางไข่ได้ตั้งแต่ 600 – 1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่ เป็นรุ่น ๆ ได้ประมาน 4 รุ่น

16.คำถาม การวางไข่ของจิ้งหรีดทำอย่างไร

คำตอบ เพศเมียใช้อวัยวะวางไข่ที่ยาวแหลม คล้ายเข็มแทงลงในดิน จึงหรีด จะวางไข่ในดินที่มี ความชื้นพอเหมาะสำหรับวางไข่ การวางไข่จะวางเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 ฟอง ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แทงเข็ม 1 ครั้ง จะวางไข่ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แล้วยกเข็มขึ้นมาเพื่อหาที่เหมาะสมเพื่อแทงเข็มวางไข่ใหม่ จะมีการวางไข่ตลอดอายุ 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 200 – 300 ฟอง การวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาห่างกันประมาณ 15 วัน

17.คำถาม โรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นแบบใด

คำตอบ สถานที่และโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีด ควรเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง มีพื้นที่กว้างพอสมควร ป้องกันฝนและแดดจัดได้ มีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30 – 40% ใน ช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร มีแหล่งอาหารธรรมชาติ หาได้ง่าย เช่น หญ้าจาก ธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น

18.คำถาม การเลี้ยงจิ้งหรีดต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

คำตอบ วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงจิ้งหรีด มีดังนี้

  • บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่สามารถนำมาเป็นบ่อเลี้ยง ได้แก่ ถัง กะละมัง ปิ๊ป เป็นต้น แต่ถ้าใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบปูนซีเมนต์จะคงทนและสามารถใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไป และมีราคาไม่สูงนักง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู บ่อปูนซีเมนต์มีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นขนาด 80 x 50 ซม.
  • แผ่นพลาสติกและเทปกาว ใช้ติดรอบวง ในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้หนีออกจากบ่อเลี้ยง จะใช้พลาสติกกว้างประมาณ 2 – 3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวงบ่อ
  • ยางรัดปากบ่อ ยางในรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบบ่อด้านนอก อย่าให้มีความกว้างของยางมากเพื่อความสะดวก เมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบบ่อ
  • กาบมะพร้าว กาบมะพร้าวเป็นวัสดุเพื่อใช้วางในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่จะเป็นวัสดุสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2 – 4 ชิ้น หรือใช้ถาดไข่กระดาษแทนก็ได้
  • เศษหญ้าแห้ง เศษหญ้าแห้งเป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นกับจิ้งหรีด
  • ถาดน้ำและถาดอาหาร ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 บ่อจะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่
  • ตาข่ายไนล่อน เป็นตาข่ายที่ใช้สำหรับปิดปากบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีด และเป็นการป้องกันศัตรูของจิ้งหรีดที่จะเข้ามากิน เช่น แมลง ตุ๊กแก จิ้งจก และอื่นๆ ตาข่ายควรตัดให้มีขนาดกว้างเหมาะสมกับขนาดของปากบ่อและใช้ยางรัดเพื่อปิดปากบ่อ
เลี้ยงจิ้งหรีดตัวโต
จิ้งหรีดจากsupachaiจิ้งหรีดฟาร์มอุบล

 

19.คำถาม การวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ควรวางเรียงกันเป็นแถวแต่ละบ่อให้ห่างกันเล็กน้อย (ประมาณ 3 นิ้ว) แต่ละแถวควรห่างกันพอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวก ไม่ควรจะวางห่างกันมากนักเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ เมื่อวางบ่อเลี้ยงแล้ว จะต้องเทพื้นหนาประมาณ 3-1 นิ้ว เพื่อป้องกันมดที่จะเข้ามาจากพื้นใต้ดินเข้ามาทำลายไข่และตัวจิ้งหรีด สำหรับด้านนอกบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีการโรยปูนขาว เพื่อป้องกันแมลงจาดด้านนอก หรือใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องพันรอบวงด้านล่าง

20.คำถาม ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ภายในบ่อใส่ถุงดินหรือกระบะดินร่วนปนทราย หรือดินทรายที่มีความชื้นพอประมาณ น้ำหนักดินประมาณ 1-2 กิโลกรัมวางไว้ข้างๆ สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ ใส่หญ้าแห้ง 1 กำมือไว้ตรงกลางบ่อเพื่อเป็นที่หลบซ่อนหรือเป็นที่อยู่อาศัยของตัวจิ้งหรีด ใส่หญ้าสดอ่อน 1 กำมือข้างหญ้าแห้งสำหรับเป็นอาหารของจิ้งหรีด ใส่ถาดอาหารแบนๆเพื่อเป็นอาหารกับจิ้งหรีด เช่น รำอ่อน ปลายข้าว อาหารไก่อ่อน

21.คำถาม การปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ลงบ่อต้องใช้อัตราตัวผู้ตัวเมียเท่าใด และปล่อยอย่างไร

คำตอบ ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดลงบ่ออัตรา 1:3 (พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 3 ตัว) เมื่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงบ่อแล้วควรปิดปากบ่อด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันจิ้งหรีดบินหนีและเพื่อเป็นการป้องกันศัตรูที่จะเข้าไปด้วย พื้นบ่อจิ้งหรีดอย่าให้ชื้นเกินไปเพราะจะทำให้เป็นที่สะสมของรา และเชื้อโรคอื่นๆ ควรมีการทำความสะอาดบ่อและอุปกรณ์ก่อนลงเลี้ยงเสมอ

22.คำถาม จิ้งหรีดต้องการอาหารเสริมหรือไม่

คำตอบ ถ้าจะเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วและให้ผลผลิตสูงจำเป็นต้องให้อาหารเสริม โดยให้อาหาร น้ำ หญ้าสดทุกวันอย่าให้ ปัจจุบันนี้อาหารจิ้งหรีดมีขายแบบสำเร็จรูป ที่แนะนำสำหรับจิ้งหรีดโดยเฉพาะคืออาหารควรมีโปรตีนประมาณ 21% ขึ้นไป และนอกจากอาหารแล้วก็ยังมีน้ำที่อาจจะมีส่วนผสมของสารอาหาร พวกอาหารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ช่วงให้จิ้งหรีดโตเร็ว มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย

23.คำถาม การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ทำอย่างไร

คำตอบ อาหารหลัก อาหารเสริม และน้ำ ควรให้ทุกวันอาหารหลักจะให้ครั้งละ 1 กำมือ อาหารเสริมจะให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณและ ขนาดของจิ้งหรีด แต่ต้องไม่ให้จำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา

โรคและศัตรูจิ้งหรีด

24.คำถาม จิ้งหรีดมีศัตรูอะไรบ้าง

คำตอบ ไรแมงมุม ก่อนนำอาหารมาให้จิ้งหรีดกินต้องนำมาล้างน้ำ แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อน พวกใบมันสำปะหลัง กล้วย ฟักทอง หรือพืชผัก ต้องเป็นผักปลอดสาร ถ้ามีสารพิษเพียงนิดเดียวจะทำให้จิ้งหรีดตายได้

  • มด ก่อนนำจิ้งหรีดมาปล่อยลงวงบ่อปูนจะต้องป้องกันด้วยการโรยยากกำจัดมดรอบบวงบ่อปูน หรือ จะใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำมาพันรอบวงบ่อปูนด้านล่าง
  • โรคทางเดินอาหาร เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาดเกิดเชื้อรา วิธีป้องกันคือ ต้องให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนของจิ้งหรีด หมั่นทำความสะอาดอย่าให้อาหารเกิดเชื้อรา อาหารเสริมควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อให้อาหารเมื่อเก็บผลผลิตจนหมดแล้ว ควรทำความสะอาดวงบ่อเลี้ยงให้สะอาด ก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงต่อไป
การจับและจำหน่ายจิ้งหรีด

25.คำถาม จะจับจิ้งหรีดได้ตอนไหน และจะจับจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ สามารถจับจิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายได้ตอนที่จิ้งหรีดมีอายุประมาณ 36 วัน ขึ้นไป วิธีจับจิ้งหรีดต้องสังเกตพฤติกรรมของจิ้งหรีด ตอนกลางวันจะหาที่หลบซ่อน พอมืดจะออกหาอาหารใช้กระบอกไม้ไผ่หรือท่อพลาสติกที่ได้ตัดเป็นท่อนๆ วางไว้กับพื้นบ่อจิ้งหรีดจะเข้าไปหลบอาศัย หรืออาจจะนำแผงไข่จิ้งหรีดมาเคาะจิ้งหรีดออกใส่กะละมัง

ที่มาจาก วารสารเพื่อนแท้ เกษตรไทย ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2552

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเป็นอาชีพเสริม กำลังได้รับความนิยม จิ้งหรีดขายได้ราคา วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วนั้นอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอาหาร การดูแล ในบทความนี้จึงมีการแนะนำวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบง่าย สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นครับ

จิ้งหรีดเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากจิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าทางโปรตีนสูงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับไข่ไก่และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มต่างประเทศที่มีการนำจิ้งหรีดไปแปรรูปเป็นจิ้งหรีดผง หรือทำเป็นจิ้งหรีดอัดกระป๋อง ในภาคการส่งออกจิ้งหรีดในประเทศไทยจึงมีความต้องการส่งออกจิ้งหรีดเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันจึงมีคนเริ่มสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 35-45 วันก็สามารถขายได้ ต้นทุนการเลี้ยงจิ้งหรีดก็ไม่สูงมากนัก ส่วนมากแล้วการเลี้ยงจิ้งหรีดนิยมเลี้ยงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูน และเลี้ยงจิ้งหรีด ในบ่อซีเมนต์ ในบทความนี้จะเป็นวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแรกเกิด จนถึงการจับขาย สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล เห็นผู้ที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีดทักเข้ามาถามกันว่า มีวิธีเลี้ยงจิ้งหรีดไหม ทางฟาร์มจึงได้เขียนบทความ วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่ายๆ นี้เพื่อเป็นการเป็นปันเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะไม่ใช่วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อย่างละเอียดเท่าไหร่ แต่พอเป็นแนวทางเบื้องต้นครับ

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่าย

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นกัน การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจะมีจิ้งหรีดหลายรุ่นหลายขนาดอยู่รวมกัน การจัดการเลี้ยงก็จะทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแต่ละรุ่นจะมีการให้อาหารที่ไม่เหมือนกัน ผลผลิตของจิ้งหรีดแบบนี้จะมีอยู่หลายรอบ การจับขายก็จะมีความยุ่งยาก ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และทำให้ราคาจิ้งหรีดแบบนี้ราคาไม่สูงมากนัก การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นนี้จะใช้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จิ้งหรีดมารวมกัน พ่อพันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 1 ส่วนและแม่พันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 3 ส่วน นำลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจิ้งหรีดจะเริ่มผสมพันธุ์กัน ได้ประมาณ 7 วันจึงจะเริ่มวางไข่ ให้นำดินร่วนผสมแกลบดำใส่ขันพลาสติกวางไว้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ การวางไข่ของจิ้งหรีดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 600-1000 ใบ เราจะได้ไข่จิ้งหรีดไว้สำหรับเลี้ยงในรุ่นต่อไปหรือสามารถนำไปขายต่อได้

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะได้จิ้งหรีดแต่ละรุ่นมีขนาดเท่ากัน ผลผลิตจะได้ในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น จับขายช่วงเดียวกัน จิ้งหรีดวางไข่ช่วงเวลาเดียวกัน การเลี้ยงแบบนี้นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะง่ายต่อการบริหารจัดการ การจับขายก็ง่ายเช่นเมื่อมีพ่อค้ามารับซื้อก็สามารถเหมาไปได้ทั้งบ่อเลย ฟาร์มใหญ่ๆที่เลี้ยงจิ้งหรีดจะแบ่งเป็นโซนการเลี้ยง และทำป้ายติดไว้แต่ละบ่อว่าเริ่มต้นเลี้ยงวันไหน ให้อาหารวันไหน กำหนดจับขายวันไหน จะใส่ป้ายติดไว้ที่บ่ออย่างละเอียด การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่นนี้จะเริ่มจากการ ซื้อไข่จิ้งหรีด และนำไข่จิ้งหรีดมาอบหรือฟักไข่จิ้งหรีดก่อน เมื่อไข่จิ้งหรีดแตกออกจากไข่ก็ให้นำลงเลี้ยงในบ่อที่เตรียมไว้สำหรับวิธีการเตรียมการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ การเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีด

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีด
วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

โดยธรรมชาติทั่วไปของจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกชนิด เมื่ออยู่ตามธรรมชาติก็จะกินเศษใบหญ้า หรือพืชชนิดอื่นได้ แต่เมื่อเรานำมาเลี้ยงในฟาร์มแล้ว การเลี้ยงและเอาใจควรจะมีมากขึ้น การให้น้ำให้ใช้วิธีนำขวดพลาสติกมาเจาะรูสัก 2-3 รูและนำผ้าสะอาดมาพันรอบขวด เพื่อให้น้ำค่อยๆซึมออกมาเปียกที่ผ้า หรือนำผ้าเข้าไปในขวดน้ำลักษณะคล้ายๆไส้ตะเกียง จิ้งหรีดจะสามารถมากินน้ำตามที่เปียกอยู่ในผ้า หรือการให้น้ำจิ้งหรีดอีกวิธีสามารถใช้ที่ให้น้ำไก่ได้เช่นกัน แต่ต้องหาเศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาใส่ที่ให้น้ำด้วยป้องกันจิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำไก่นั่นเอง

การให้อาหารจิ้งหรีดนั้นจะใช้อาหารสำหรับไก่อ่อนบดละเอียด ในช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 20 วัน หลังจากนั้นจะใช้อาหารสำเร็จรูปให้กับจิ้งหรีดหลัง 20 วันถึงตอนจับขาย อาหารสำเร็จรูปนั้นจะต้องให้สารอาหารโปรตีนอยู่ไม่ต่ำกว่า 21% หรือมากกว่านั้นก็ได้ จะทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี และมีสารอาหารโปรตีนสูง นอกจากการให้อาหารสำเร็จรูปแล้ว บางฟาร์มจะให้อาหารอย่างอื่นเสริม เพื่อเป็นการลดต้นทุนอาหาร จะให้พืช ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดกินได้ เช่น กล้วย ใบมันสำปะหลัง ฟักทอง และอื่นๆ จะทำให้จิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย ได้น้ำหนักดี จิ้งหรีดราคาดีนั่นเอง ในการให้น้ำและอาหารจิ้งหรีดนั้นมีบทความที่มากกว่านี้ให้ศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษาได้ในเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

การจับจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มวัยแล้วตัวผู้จะใช้ปีกมาสีกันทำให้เกิดเสียงนั่นเอง และตัวเมียก็พร้อมจะวางไข่ แสดงว่าจิ้งหรีดโตเต็มวัย สามารถจับขายได้ ก่อนจับจิ้งหรีดให้งดการให้อาหารสัก 2-3 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดมีกลิ่นตัว บางฟาร์มก่อนจะจับจิ้งหรีดขายจะมีการรองไข่จิ้งหรีดก่อน คือนำดินร่วนมาผสมกับแกลบดำใส่ภาชนะวางไว้ในบ่อ เป็นการรองไข่จิ้งหรีด ให้จิ้งหรีดวางไข่ใส่ภาชนะ สามารถนำไข่นั้นขายได้อีกด้วย หรือบางฟาร์มก็จะนำขายจิ้งหรีดที่มีไข่อยู่ในท้องขายพร้อมกันเลย ทำให้ตอนนำจิ้งหรีดที่มีไข่ในท้องไปประกอบอาหารจะมีรสชาติ มัน อร่อยมากกว่าเดิม การจับจิ้งหรีดขายนั้นบางฟาร์มทำไม่เหมือนกัน บางฟาร์มจะนำแผงไข่จิ้งหรีดวางเรียงกันของบ่อด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำแผงไข่ที่มีจิ้งหรีดเกาะอยู่มาเคาะจิ้งหรีดออกใส่ในน้ำเพื่อป้องไม่ให้จิ้งหรีดบินหนี หรือบางฟาร์มจะใช้วิธีตะแกรงช้อนจิ้งหรีดก็ได้

การเตรียมการ

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยากครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวหรือเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะเตรียมอย่างไรใช้วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด อะไรบ้างสำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จะมาแนะนำมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

ถึงแม้ว่าจิ้งหรีดนั้นจะเลี้ยงไม่ยากเท่าไหร่ แต่ในการเลี้ยงแล้วหากเราไม่เอาใจใส่ดูแลก็อาจจะทำให้จิ้งหรีดนั้นตายได้ง่ายๆ ครับการเตรียมวัสดุสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องให้ความสำคัญครับโดยในรายละเอียดของการเตรียมวัสดุอุปกรณ์นั้นเราได้เขียนบทความไว้ก่อนแล้วสามารถติดตามได้ในเรื่อง วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมวัสดุนั้นจึงเป็นเรื่องของการเตรียมพื้นที่โรงเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ภาชนะที่ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด บ่อจิ้งหรีดแบบต่างๆ เช่น บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดปูนซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดไม้อัด นอกจากนั้นยังมีวัสดุอุปกรณ์อื่นๆอีกหน่อย เช่น เทปกาว ตาข่ายปิดปากบ่อ ยางรัดบ่อ และภาชนะวางไข่จิ้งหรีด อาหารสำหรับจิ้งหรีด เป็นต้น

พันธุ์จิ้งหรีด

พันธุ์จิ้งหรีด มีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชนิดตามภาษาท้องถิ่น เช่น
จิ้งโกร่ง (จิโปม จิ้งกุ่ง) เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร สามารถสร้างรังอาศัยเองได้ โดยจะขุดดินเป็นรูลึกยาวประมาณ 48 –90 เซนติเมตร จิโป่ม จะออกเป็นตัวเต็มวัยประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ละปี จะมีรุ่นเดียว บางท้องที่เรียกจิ้งโกร่งว่าจิโป่ม หรือจิ้งกุ่ง

จิ้งหรีดทองดำ เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลปนด า กว้างประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 3 สี คือ สีดำ สีทอง และสีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือโคนปีกจะมีแต้ม สีเหลือง 2 จุด

จิ้งหรีดทองแดง เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวกว้างประมาณ 0.6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 2 ชนิด คือ สีน้ำตาลและสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลืองอ่อนรูปตัววี หรือหมวกแก๊ป ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลปนเทาและมีแถบขาวคาดขวางลำตัว มีความว่องไวมาก ชอบอยู่ในที่ๆ มีความชื้น บางท้องที่เรียกว่าจิฟาง หรือจินาย

จิ้งหรีดทองแดงลาย (จิ้งหรีดนิล) เป็นจิ้งหรีดขนาดเล็กที่สุด มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนิดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดทองแดง ระยะตัวอ่อนมีลายม่วงคาดลำตัว บางท้องที่เรียกว่าจิ้งหรีดผี หรือแอ้ด เป็นต้น

อาหารจิ้งหรีด
การเลี้ยงจิ้งหรีด ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การเตรียมพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด

ให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีดที่ตัวเต็มวัย มีสีเข้ม ตัวโต มีปีกเข้มอวัยวะครบ การนำลงบ่อให้ใช้พ่อพันธุ์จิ้งหรีด 1 ส่วน และแม่พันธุ์จิ้งหรีดอีก 3 ส่วน พ่อแม่พันธุ์จะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ แม่พันธุ์จิ้งหรีด 1 ตัวจะวางไข่ได้ถึง 1000 ฟองเลยทีเดียว ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อๆไปสามารถใช้วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยการฝักจากไข่ได้ครับ ส่วนอีกวิธีในการเลี้ยงจิ้งหรีดที่นิยมคือการ ซื้อไข่จิ้งหรีด จากฟาร์มที่ขายไข่นั่นเอง ส่วนใหญ่จะขายเป็นขัน ขันละประมาณ 50-100 บาทแล้วแต่ช่วงครับ หลังจากซื้อไข่จิ้งหรีดแล้ว ไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฝักประมาณ 7-14 วัน เมื่อไข่ฝักแล้วก็สามารถนำจิ้งหรีดตัวอ่อนมาลงบ่อเลี้ยงได้เลยครับ

การเลี้ยงจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนแรกเกิดถึง20วัน จะให้อาหารอ่อนๆละเอียด เช่นอาหารไก่อ่อน หรืออาหารสำเร็จรูป จิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนจะให้อาหารเม็ดใหญ่ไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดจะมีทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนสามารถให้ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดได้ เช่น เศษผัก กล้วย ฟักทอง ใบมันสำปะหลัง และอื่นๆได้ แต่พืชผักนั้นจะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ การให้น้ำกับจิ้งหรีดสามารถนำขวดพลาสติกที่หาได้ง่ายๆ นำมาเจาะรูเล็กน้อยแล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดหรือใส่เข้าไปในขวดเพื่อให้น้ำในขวดค่อยๆซึมเปียกที่ผ้า จิ้งหรีดจะสามารถมาดูดกินน้ำที่อยู่กับผ้าได้ เมื่อจิ้งหรีดมีอายุประมาณ 40 วันจะเป็นช่วงโตเต็มวัยแล้วตัวเมียจะพร้อมวางไข่ ให้เรานำขันอาบน้ำพลาสติกมาและใส่ดินผสมแกลบดิบใส่ลงในขันวางไข่ ให้ตัวเมียวางไข่ประมาณ 3-5 วัน เพื่อทางฟาร์มจะได้ใช้ไข่จิ้งหรีดนี้ไว้เป็นพันธุ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อไปครับ

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูน

การเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อซีเมนต์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกในการเลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากเป็นการเลี้ยงที่ง่ายที่สุดเพราะจะใช้บ่อปูนสำเร็จมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตรถึง 1.2 เมตร บ่อมีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร การใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัด จำนวนของบ่อเลี้ยงจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่นั่นเอง สำหรับขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูนซีเมนต์มีลักษณะดังนี้

การจัดวางบ่อปูนซีเมนต์

บ่อปูนซีเมนต์ควรจะมีการจัดวางอย่างเหมาะสม มีการวางบ่อเรียงกันเป็นแถวไม่เบียดกันเกินไป แต่ละแถวให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เช่นการให้อาหารและการดูแลรักษา พื้นที่ในการวางบ่อต้องเป็นพื้นเรียบ ถ้าเป็นพื้นดินให้ปรับหน้าดินเรียบ และมีการนำปูนมาเทปิดพื้นบ่อด้านล่างเพื่อป้องกันไม่มีมดหรือศัตรูอื่นๆมากินจิ้งหรีด ถ้าเป็นพื้นที่ปูนซีเมนต์ เมื่อวางบ่อกับพื้นแล้วให้นำปูนมาปิดด้านล่างบ่อ ตามช่องว่างด้านล่าง เพื่อป้องกันมดแมลงหรือศัตรูอื่นๆจะเข้ามากินจิ้งหรีด เมื่อวางบ่อแล้วบริเวณรอบ ๆ บ่อควรมีการโรยปูนขาวหรือป้องกันไม่ให้มดเข้ามาใกล้บ่อ อาจจะนำผ้าชุบกับน้ำมันเครื่องมาวางรอบ ๆ บ่อก็ได้

การใส่วัสุหลบซ่อน

ใส่แกลบดิบเข้าไปในบ่อเล็กน้อย ให้แกลบดิบสูงประมาณ 1-2 เซนติเมตร ก่อนจะนำแกลบมาใส่นั้นควรจะมีการนำแกลบไปตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื่อโรค หรือแมลงที่ติดมากับแกลบ การใส่แกลบเพื่อเป็นการให้เป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีดได้ด้วย หลังจากนั้นก็วางแผงไข่ไว้ด้านข้างบ่อเพื่อเป็นที่อยู่ของจิ้งหรีด ในบ่อที่พื้นที่ไม่กว้าง อาจจะใช้แผงไข่ประมาณ 8-10 แผง

การวางถาดอาหารจิ้งหรีด

ใส่ถาดวางให้อาหาร เป็นถาดพลาสติกแบน ไม่ควรใช้ถาดที่สูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดเป็นอาหารชนิดผงละเอียด เช่นอาหารสำเร็จรูป อาหารไก่อ่อน รำอ่อน หรืออาหารผสมเองก็ได้ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะเกินไปจนกินไม่หมด จะทำให้บ่อเกินการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราได้

การให้น้ำจิ้งหรีด ให้นำขวดพลาสติกมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู แล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดเมื่อใส่น้ำลงไปในขวดน้ำจะค่อย ๆ ไหลซึมออกมาใส่ผ้าเพื่อให้จิ้งหรีดค่อย ๆ มากินน้ำในผ้า หรืออีกอย่างคือใช้ที่ให้อาหารไก่ แต่ควรจะใช้เศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางไว้ในที่ให้น้ำด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำ

การปิดปากบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

บริเวณด้านบนของปากบ่อ ให้ใช้เทปกาวชนิดลื่นมาพันรอบบ่อด้านในไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ออกมาด้านบนของบ่อ ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้ามาคลุมปิดบ่อด้านบนไว้ แล้วใช้ยางรัดตาข่ายอีกที ยางรัดปากบ่อจะใช้ตัดจากยางในรถจักรยานยนต์ตัดเป็นแนวยาว มีความกล้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร การใช้ตาข่ายคลุมปิดด้านบนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ จิ้งจก หรือสัตว์อื่น ๆ เข้ามากินจิ้งหรีดนั้นเอง

วัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้าง

1.ภาชนะ/บ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุที่นำมาใช้สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีอยู่มากมาย ส่วนมากแล้วจะใช้วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นที่หาได้ง่ายนั่นเองครับ ตัวอย่างเช่น บ่อซีเมนต์ ถังน้ำ กล่องกระดาษ กะละมัง โอ่ง กล่องไม้ กรงเหล็ก ยางรถยนต์ หรือบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่ทำขึ้นเองเช่น นำไม้อัดมาทำ หรือก่ออิฐเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดหาบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นควรจะคำนึงถึงราคาที่ไม่แพงมาก เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงคงทน ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง ง่ายต่อการจัดการ และสามารถป้องกันแมลงหรือศัตรูของจิ้งหรีดได้ครับ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น

  • บ่อซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ โดยปกติจะเป็นทรงกระบอก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ก้นบ่อจะปิดหรือไม่ปิดก็ได้ การติดตั้งบ่อซีเมนต์นั้นทำได้ง่ายโดยการปรับพื้นที่ในโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดให้เรียบ ถ้าหากเป็นพื้นดิน ก้นบ่อควรจะเทปูนปิดไว้ความหน้าประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อป้องกันมดหรือแมลงเจาะรูเข้ามาจากด้านล่างบ่อ หรือถ้าเป็นโรงเรือนที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์อยู่แล้วก็สามารถวางบ่อซีเมนต์กับพื้นได้เลย และนำปูนมาปิดช่องว่างตรงก้นบ่ออีกเล็กน้อย ไม่ให้มีช่องเพื่อป้องกันมดหรือแมลงเข้ามาได้ครับ การจัดวางบ่อซีเมนต์นั้นให้วางเรียงกันและมีระยะห่างแต่ละบ่อประมาณ 40-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการและการให้น้ำให้อาหาร บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดซีเมนต์อาจจะเป็นลักษณะทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ อยู่ที่พื้นที่ว่าเหมาะสมแบบใด ที่สำคัญควรจะคำนึงถึงการบริหารจัดการได้ง่าย การทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับจิ้งหรีด
  • กะละมังปากกว้าง ปกติจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร การเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยกะละมังนิยมเลี้ยงในพื้นที่มีจำกัด มีพื้นที่ไม่มาก เพราะกะละมังมีน้ำหนักเบาสามารถยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำมาเลี้ยงในห้อง ในบ้านได้ หรือบางครั้งอาจจะทำชั้นขึ้นมาแล้วนำกะละมังมาวางเรียงซ้อนกันได้
  • กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นกล่องที่ทำขึ้นมาเลี้ยงจิ้งหรีดโดยเฉพาะ ตัวกล่องนิยมทำจากไม้อัด นำมาตีเป็นกล่องสี่เหลี่ยม สังกะสีแผ่นเรียบ กระเบื้องแผ่นเรียบ ส่วนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนั้นก็สามารถนำมาทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะจิ้งหรีดสามารถกัดแทะแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดได้ ทำให้ไม่ปลอดภัย การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีขนาดความสูงของกล่องประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ขนาดยาวประมาณ 200 เซนติเมตร หรือสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมก็ได้ กล่องเลี้ยงนิยมทำด้วยไม้หรือเหล็กที่มีความแข็งแรงมรขาตั้งสูงจากพื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตรเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูของจิ้งหรีด การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะใช้ต้นทุนที่สูงกว่าแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถใช้ได้นานเหมาะกับการเลี้ยงจิ้งหรีดระยะยาว

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

2.เทปกาว

นิยมใช้เทปกาวชนิดที่ผิวลื่น มีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับติดขอบด้านบนของบ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ขึ้นมาหนี เทปกาวนั้นสามารถติดได้ทั้งบ่อที่เป็นปูนซีเมนต์หรือบ่อเลี้ยงแบบอื่น ๆ ถ้าเป็นบ่อซีเมนต์ที่มีทุนสูงอาจจะใช้วิธีการติดกระเบื้องแผ่นเล็ก ๆ ที่ขอบบ่อแทนการใช้เทปกาวก็ได้

3.ตาข่ายพลาสติก

ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้า การใช้ให้ตัดตาข่ายให้มีขนาดกว้างยาวมากกว่าบ่อเลี้ยงประมาณ 30-40 เซนติเมตร นำตาข่ายมาคลุมปิดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้านบน เพื่อป้องกันนก หรือจิ้งจก เข้ามากินจิ้งหรีดนั่นเอง

4.ยางรัดขอบบ่อ

ในกรณีที่บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแบบบ่อซีเมนต์ ให้ใช้ยางในรถจักรยานยนต์มาตัดตามแนวยาว ให้มีขนาดความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้ได้ยางรัดมีลักษณะเป็นวงกลม แล้วใช้สำหรับรัดตาข่ายพลาสติกเข้ากับขอบบ่อด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดหนี

5.วัสดุหลบซ่อน

ธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นจะไม่ชอบอยู่ในที่โล่งแจ้งมาก กลางวันจะหลบซ่อนตัว วัสดุที่ใช้หลบซ่อนตัวนิยมใช้ถาดไข่ชนิดที่ทำจากกระดาษมาวางเรียงกัน จำนวนการใช้ถาดไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อเลี้ยง ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงซีเมนต์ที่มีพื้นที่ไม่มาก อาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 6-8 อัน ถ้าเป็นกล่องเลี้ยงอาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 30-50 อัน ส่วนมากจะแล้วแต่ขนาดบ่อไม่ควรใส่ถาดไข่เยอะเกินไปจนทำให้แออัด

6.ที่ให้น้ำ

อุปกรณ์ให้น้ำจิ้งหรีดสามารถหาได้ตามท้องที่ เช่นขวดพลาสติกนำมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู ใช้ผ้าที่สะอาดซึมซับน้ำได้ดีมาพันรอบขวดพลาสติกเพื่อให้น้ำค่อยๆซึมมาเปียกกับผ้า และปลายอีกด้านหนึ่งของผ้าก็ให้สอดเข้าไปในขวดได้เลยลักษณะเหมือนไส้ตะเกียง หรืออีกแบบคือการใช้ที่ให้น้ำไก่ แต่ต้องนำผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางในน้ำด้วยเพราะที่ให้น้ำไก่มีขนาดลึกถ้าจิ้งหรีดตกลงไปจะขึ้นมาไม่ได้

7.ที่ให้อาหาร

ที่ให้อาหารจิ้งหรีดนั้นสามารถหาได้ง่าย เช่นถาดพลาสติก จานหรือกระดาษแข็ง ๆ ก็ได้ ไม่ควรเป็นภาชนะที่มีควมลึกสูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้

8.วัสดุรองพื้นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุรองพื้นใช้เพื่อให้จิ้งหรีดอยู่อาศัยและหลบซ่อนตัว นิยมใช้แกลบดิบเพื่อใช้รองพื้นบ่อเลี้ยง ก่อนนำแกลบลงไปในบ่อควรจะนำมาตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแลงและเชื่อโรคที่ติดอยู่ในแกลบ หลังจากนั้นนำแกลบมาโรยลงพื้นบ่อเลี้ยงให้มีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร

9.ภาชนะวางไข่

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มที่แล้วจะวางไข่ การวางไข่จะใช้ภานะมารองส่วนใหญ่จะใช้ขันอาบน้ำพลาสติก หรือถาดพลาสติก ภายในถาดจะใช้แกลบดำผสมกับดินเพื่อให้จิ้งหรีดลงไปวางไข่ได้

10.อาหารจิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีดเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงจิ้งหรีด การให้อาหารจิ้งหรีดมีทั้งเป็นอาหารหลักและอาหารเสริม อาหารหลักก็จะเป็นพวกอาหารไก่ อาหารเม็ดเล็ก ๆ อาหารสำเร็จรูป ส่วนอาหารเสริมเป็นอาหารที่ให้เพิ่มกับจิ้งหรีดเพื่อให้จิ้งหรีดมีรสชาติอร่อย ป้องกันโรคของจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนัก และอาหารเสริมจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารลงไปได้อีกมาก สามารถอ่านเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีดได้จากชื่อเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด หรือบทความเรื่อง จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

11.น้ำ

จะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่สะอาดไม่มีสารเคมีเจือปน บรรจุลงในภาชนะที่ให้น้ำแก่จิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร

ปัจจุบันนี้ความต้องการของตลาดจิ้งหรีดนั้นมีเพิ่มมากขึ้น จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย และมีสารอาหารโปรตีนสูง หลายพื้นที่มีการเลี้ยงส่งขายมากขึ้น สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก สิ่งที่ง่ายคือจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง ทั้งขนม ใบไม้ ใบหญ้า ผลไม้ และพืชผักชนิดอื่น ๆ แต่สิ่งที่ยากคือ ต้องมีการควบคุมการให้อาหารและน้ำเพราะจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวง่าย พิชผักที่ให้กินนั้นต้องไม่มีสารพิษ หรือกลิ่นที่รุนแรง ถ้ามีจือปนแม้แต่นิดเดียวสามารถทำให้จิ้งหรีดตายกันหมดได้เลย

วันนี้ทาง ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงจิ้งหรีดมาฝากอีกเล่นเคยคือ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าจิ้งหรีดนั้นสามารถกินได้เกือบทุกอย่าง แต่อยู่ที่คนให้อาหารครับถ้าจิ้งหรีดกินอะไรเป็นอาหาร ผลผลิตออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น การให้กินฟักทองหรือกล้วย ก่อนที่จะนำออกขายนั้น ก็จะทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนักดี จิ้งหรีดตัวโต มีรสชาติอร่อย เอาล่ะครับมาเริ่มเข้าเรื่องการกันดีกว่า

การให้น้ำจิ้งหรีด

การให้น้ำจิ้งหรีดนั้นช่วยแรกเกิดจิ้งหรีดยังตัวเล็กและไม่แข็งแรงมากนัก การให้อาหารสามารถนำใบตองมาวางเรียงกันบนบ่อที่เลี้ยงเพื่อให้จิ้งหรีดออกมากินน้ำได้ง่าย หรือบางฟาร์มอาจจะให้น้ำจิ้งหรีดด้วยวิธีใช้ผ้าชุบน้ำ มาวางไว้ก็ได้ครับ ไม่ควรนำถาดน้ำหรือถาดอาหารที่มีความสูงมาวางเพราะจะทำให้จิ้งหรีดที่ตัวเล็กตกลงไปตายได้ครับ อีกวิธีที่ให้น้ำจิ้งหรีดได้คืออาจจะให้ด้วยสเปรย์ฉีดพ่นน้ำก็ได้ครับ เมื่อเราวางใบตองไว้บนตาข่าย หรือบนบ่อเลี้ยง ฉีดน้ำจากสเปรย์จะคล้ายกับละอองน้ำที่ไปเกาะอยู่บนใบตองทำให้เหมือนธรรมชาติมากครับ การฉีดพ่นละอองน้ำนั้นยังช่วงให้จิ้งหรีดคลายร้อนได้อีกด้วยครับ ทำในช่วงหน้าร้อนเพื่อให้จิ้งหรีดลดความเครียดได้ด้วยครับ

การให้อาหารจิ้งหรีด

การให้อาหารจิ้งหรีดสามารถทำได้หลายระยะ โดยในช่วงระยะแรกเกิดถึง3สัปดาห์นั้นจะให้อาหารผงละเอียด เนื่องจากช่วงนี้จิ้งหรีดยังตัวเล็ก กินอาหารเม็ดหรืออาหารชนิดอื่นลำบาก หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารไก่ก็อาจจะนำมาบดละเอียดก่อนได้ครับ บางฟาร์มอาจจะให้อาหารสำเร็จรูปก็ได้เช่นกันครับ แต่อาหารนั้นควรจะมีโปรตีนอยู่ที่ 21 % ครับ อาหารสำเร็จที่ให้ในระยะที่ 1 คืออาหาร เอราวัณ จี 1 แรกเกิดถึง 3 สัปดาห์ มีโปรตีนสูง มีความน่ากินย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้สูง อาหารในระยะที่ 2 อาหารเอราวัณ จี 5 ตั้งแต่3 สัปดาห์ถึงขาย เพิ่มสีสันเสริมความสมบูรณ์พันธุ์ ไข่ดก ควรให้น้อยๆ และบ่อยครั้ง

การให้อาหารเสริมจิ้งหรีด

อาหารเสริมนิยมให้จิ้งหรีดเพื่อเพิ่มความสวยงาม เพิ่มโปรตีนกับจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี ส่วนมากแล้วจะให้ช่วงก่อนนำจิ้งหรีดออกขายสัก 1 สัปดาห์ อาหารเสริมที่นิยมให้นั้นจะเป็น พืช ผัก ชนิดต่าง ๆ เช่น ฟักทอง กล้วย ใบมันสำปะหลัง ใบผักบุ้ง และผักชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน อาหารเสริมที่นิยมให้อีกอย่างคือ จุลินทรีย์และอาหารเสริมโกลด์ นาโนไคโตซาน จะช่วยให้แมลงจิ้งหรีดลอกคราบ ลอกปีกไดดี เพราะมีสารไคติน ช่วยเสริมสารเปลือกแมลงให้แข็งแรง โตเร็ว ลดความเครียด  ลดกลิ่นในบ่อเลี้ยง สุขภาพดีลดการตายของจิ้งหรีด และต้านทานโรคอื่นๆได้อีกด้วยครับ

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

อาหารจิ้งหรีดผสมเอง

จิ้งหรีดนั้นจะกินอาหารที่เยอะและกินสม่ำเสมอ เพื่อเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็วและสมบูรณ์ จึงควรให้จิ้งหรีดได้กินอาหารอย่างเต็มที่ แต่ราคาหารหารสำเร็จรูปที่ให้นั้นก็อาจจะแพงและต้องให้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการให้อาหารจิ้งหรีดคือบางฟาร์มจะนำส่วนผสมอย่างอื่นมาผสมกับอาหารหลักเพื่มลดต้นทุนของอาหารได้ครับ เช่น ใช้มันสำปะหลังหมักยีสต์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือใช้กากมอลล์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป ผสมกับอาหารไก่ การใช้รำอ่อนมาผสม เป็นต้น จะช่วยลงต้นทุนอาหารจิ้งหรีดได้และช่วยเพิ่มผลผลิตได้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและติดตามครับ เราเป็นน้องใหม่ในการเลี้ยงเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีแนวทางการเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดสารพิษ หากท่านใดที่อยากจะให้คำแนะนำก็สามารถติดต่อได้ครับ ขอบคุณครับ