การเลี้ยงจิ้งหรีด - supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
Tag

การเลี้ยงจิ้งหรีด

Browsing

การนำพันธุ์จิ้งหรีดลงในบ่อ

วิธีการทำให้ได้ลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนมีขนาดเท่ากันทั้งภาชนะ ขั้นตอนคือจิ้งหรีดทองแดงทองดำ พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ผสมพันธุ์กันแล้ว และแม่จิ้งหรีดท้องแก่พร้อมวางไข่ลงดิน นิยมนำจิ้งหรีดพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ท้องแก่ในปริมาณเท่ากับ1:2 คือ ตัวผู้ : ตัวเมีย 5 : 10 ตัว หรือ 10 : 20 ตัว ลงเลี้ยงในบ่อ โดยมีการวางภาชนะสำหรับไว้รองไข่ ในภาชนะรองไข่เป็นแกลบดำผสมดินร่วนซุย เมื่อลงเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด ระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน จิ้งหรีดตัวเมียจะวางไข่ใส่ภาชนะที่ได้เตรียมไว้ ถือว่าจะให้ลูกจิ้งหรีด 1 รุ่น แล้วจึงย้ายจิ้งหรีดพ่อ-แม่พันธุ์ที่เหลือออกไปลงภาชนะรองไข่ในบ่อชุดใหม่ต่อไป แต่วิธีการแบบนี้ก็ยังมีจุดอ่อนที่เมื่อลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนแอมาจากไข่ก็จะไม่พร้อมกัน เนื่องจากไม่ถูกวางลงดินต่างวันกัน มีผลทำให้ลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนในแต่ละระยะทำให้มีที่ไม่เท่ากัน ลูกจิ้งหรีดตัวที่โตกว่าจะรังแกตัวเล็กกว่า ซึ่งอ่อนแอกว่าอย่างแน่นอน เข้ากฎธรรมชาติข้อที่ ว่า “ผู้ที่เข้มแข็งย่อมอยู่รอด ผู้ก่อนแอต่อมตายไป เมื่อลูกจิ้งหรีดถูกรังแก จะทำให้ไม่กินอาหาร หรือกินน้อย จึงทำให้ตัวเล็กกว่า

การรองไข่จิ้งหรีด

ในการแก้ปัญหาเรื่องลูกจิ้งหรีดตัวอ่อน ในภาชนะเดียวกันมีขนาดไม่เท่ากัน คือให้เอาจำนวนวันที่ต้องการเลี้ยงจิ้งหรีดพ่อแม่พันธุ์ คือ เวลา 5 วัน ไปคูณกับจำนวนพ่อ พันธุ์ แม่พันธุ์ คือ 10 : 20 ตัว จะได้อัตราส่วนพ่อพันธุ์ 50 ตัว : แม่พันธุ์ท้องแก่ 100 ตัว นำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ท้องแก่ทั้ง 150 ตัว เลี้ยงในบ่อและเตรียมภาชนะสำหรับรองไข่ที่ลงดินแล้ว และวันรุ่งขึ้นเวลาเดิมที่นำพ่อ-แม่พันธุ์ลงดินให้รีบย้ายพ่อ-แม่ พันธุ์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ออก (อาจตายไปบ้างเล็กน้อยตามธรรมชาติ) ไปลงในบ่อเลี้ยงที่เตรียมภาชนะรองไข่ชุดใหม่ ทำอย่างนี้ซ้ำไปเรื่อย 5 วัน จึงปลดระวางพ่อ-แม่พันธุ์ที่เหลือไปเป็นจิ้งหรีดเหยื่ออาหารสัตว์ หรือจิ้งหรีดอาหารคนรับประทาน ด้วยเทคนิคพิเศษแบบนี้จะทำให้ได้ลูกจิ้งหรีด ตัวอ่อนที่ฟักตัวออกมาจากไฟที่มีขนาดตัวเท่ากันหมด มีที่หลงขนาดไม่เกิน 25% ตามทฤษฎี

คล้ายกับเป็นการรองไข่เพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นต่อไข่แต่ละชุด ในกรณีที่ใช้ภาชนะรองไข่ปากกว้าง ข้ามวันให้ย้ายกระบะดินที่มีไข่ในดินไปไว้ในภาชนะที่จะใช้อนุบาลลูกจิ้งหรีดตัวอ่อน แล้วให้นำกระบะดินพร้อมดินร่วนซุยชุดใหม่มาลงแทน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนครบ 5 วันต่อการรองไข่จิ้งหรีดแต่ละรุ่น นอกจากการรองไข่จิ้งหรีด ที่จะช่วยให้ลูกจิ้งหรีดโตขนาดเท่ากันแล้ว การเลี้ยง การให้อาหารจิ้งหรีด ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน บางครั้งอาจให้อาหารในปริมาณน้อยทำให้ลูกจิ้งหรีดกินอาหารไม่ทั่วถึง ก็ส่งผลให้ลูกจิ้งหรีดตัวโตไม่เท่ากันอีกด้วย

การอบไข่จิ้งหรีด

หลังจากที่เรารองไข่จิ้งหรีดไปแล้วนั้น เราจะได้ไข่จิ้งหรีดชุดเดียวกัน มีอายุการฟักเท่ากัน ขั้นตอนในการอบไข่จิ้งหรีดนี้ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่เราสามารถควบคุมได้ควบคุมอัตราการเกิด ควบคุมการฟักตัวของไข่จิ้งหรีด แล้วเราจะควบคุมอย่างไร สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ในขั้นตอนการอบไข่จิ้งหรีดนั้นคือ อุณหภูมิภายใน และความสม่ำเสมอของอุณภูมิ การอบไข่ของจิ้งหรีดจะนิยมนำไข่มาใส่ถุงกระสอบพลาสติก คล้ายกับกระสอบปุ๋ยครับ แต่ไม่แนะนำให้นำกระสอบปุ๋ยหรือกระสอบอาหารมาใช้อบไข่จิ้งหรีด เพราะเป็นกระสอบที่ใช้แล้วและมีการปนเปื้อนของเชื้อราอยู่ หากต้องใช้กระสอบจากถุงอาหารจริงก็ให้นำกระสอบไปล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนและนำไปตากแดดสัก 1-2 วันเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคหรือเชื้อรา

อบไข่จิ้งหรีดอย่างไร
การฟักไข่จิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

 

ในขั้นตอนของการอบไข่จิ้งหรีดนี้ให้เรานำไข่จิ้งหรีดใส่ถุงกระสอบ ไม่ควรใส่ไข่จิ้งหรีดปริมาณเยอะๆ เพราะจะทำให้ไข่จิ้งหรีดภายในทับถมและทำให้ได้รับความร้อนไม่เท่ากันครับ ให้ใส่ไข่จิ้งหรีดปริมาณ 5-10 ขันพลาสติกต่อ 1 ถุงกระสอบ หากเราต้องการอบไข่จิ้งหรีดเยอะๆให้ใช้วิธีแยกถุงกระสอบหลายๆถุงก็ได้ครับ หลังจากนั้นให้เราปิดปากถุงกระสอบโดยไม่ต้องปิดแน่นมาก ให้ปิดพอหลวมนิดหน่อยเพื่อให้อากาศเข้าไปได้นั่นเอง แล้ววางถุงกระสอบไว้ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่เราได้เตรียมไว้ ให้เราเขียนวันที่ไว้ที่ข้างกระสอบด้วยว่าเราเริ่มอบไข่วันไหน และไข่จิ้งหรีดจะฟักออกวันไหน เราจะได้ไม่ลืมครับ โดยปกติแล้วการฟักของไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฟักประมาณ 7-14 วัน เอาล่ะคราวนี้เรามาดูกันว่าสิ่งที่เราควบคุมได้คืออุณหภูมิภายใน เราจะเช็คโดยการหมั่นตรวจสอบทุก 2-3 วันหลังจากเริ่มอบไข่จิ้งหรีด เราจะมาเปิดดูว่าไข่จิ้งหรีดเริ่มมีการฟักตัวออกมาหรือยัง หากยังไม่มีการฟักตัว ให้เราจับถุงกระสอบพลิกไปพลิกมา เขย่าเล็กน้อยเบาๆ เพื่อให้จิ้งหรีดมีการสลับด้านหากเราไม่สลับและอบไข่ไว้ด้านเดียว ไข่จิ้งหรีดก็จะฟักตัวไม่พร้อมกัน หรืออาจจะไม่ฟักตัวเลย วิธีการพลิกถุงกระสอบนี้จะเป็นการความส่ำเสมอของอุณหภูมิภายในเท่ากันอีกด้วย ไม่ร้อนด้านเดียวนั่นเอง

เมื่อเราสลับด้านถุงกระสอบแล้ว ให้เราใช้มือจับดูไข่จิ้งหรีดด้วยว่ามีความร้อนชื้นเกินไปหรือไม่ หากพบว่าอุณหภูมิร้อนเกินไปไข่ก็อาจจะไม่ฟัก ให้เราฉีดน้ำพรมเล็กน้อย หรือถ้าพบว่าภายในไข่จิ้งหรีดแห้งเกินไป ก็ฉีดน้ำพรมได้เช่นกัน ไม่ควรฉีดน้ำเยอะเกินไปจนเปียกแฉะจะทำให้ไข่จิ้งหรีดไม่ฟักตัวได้อีกเช่น วิธีการอบไข่จิ้งหรีดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการควบคุมเพื่อให้ได้ลูกจิ้งหรีดมีขนาดตัวที่เท่ากันครับ

 

การอนุบาลลูกจิ้งหรีด

เมื่อลูกจิ้งหรีดเริ่มฟักตัวแล้ว ให้เราเปิดปากกระสอบที่ใช้อบไข่จิ้งหรีด หลังจากนั้นลูกจิ้งหรีดจะเริ่มไต่ออกมาจากกระสอบ ลูกจิ้งหรีดช่วงนี้จะมีขนาดตัวเล็กมากคล้ายๆมด การดูแลจิ้งหรีดในช่วงนี้จะค่อยข้างยากหน่อยต้องดูแลให้ดี การให้น้ำจิ้งหรีดในช่วงนี้ให้ใช้ภาชนะใส่น้ำที่ไม่ลึกเกินไป เพราะถ้าจิ้งหรีดลงไปกินน้ำจะขึ้นมาจากภาชนะไม่ได้และตายครับ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำวางให้จิ้งหรีดแทน ลูกจิ้งหรีดจะมากินน้ำจากผ้าที่ซึมน้ำอยู่ และการให้อาหารจิ้งหรีดในช่วงนี้ก็ยังไม่ต้องให้อาหารที่เยอะ หรือให้อาหารไม่ต้องเม็ดใหญ่ ควรจะเป็นอาหารที่บดละเอียด ลูกจิ้งหรีดจะกินอาหารได้ง่าย

การดูแลจิ้งหรีด
การดูแลจิ้งหรีดแรกเกิด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

หลังจากที่เราอนุบาลลูกจิ้งหรีดไปได้สักประมาณ 7-14 วันจิ้งหรีดจะเริ่มกินอาหารที่มากขึ้น ในช่วงนี้ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการทำให้จิ้งหรีดมีขนาดตัวเท่ากัน ถ้าหากเราให้อาหารไม่เพียงพอ จะมีจิ้งหรีดที่กินอาหารไม่ทันเพื่อน ตัวจะโตไม่เท่ากัน และมีปัญหาตามมา ถ้าเป็นไปได้ให้เราเสริมด้วยอาหารเสริมอีกก็ได้ หรือบางฟาร์มใช้วิธีให้พืชผัก เช่น ฟักทอง กล้วย ผักบุ้ง และอื่นๆเพื่อเป็นการลดค่าอาหารไปในตัว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด วิธีเหล่านี้ก็เป็นแนวทางสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีด หรือปัญหาจิ้งหรีดตัวโตไม่เท่ากันครับลองเอาไปปรับใช้ดูครับ

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยาก แต่สำหรับคนที่สนใจและกำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น อาจมีหลายคำถาม เช่นการทำบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การเลือกซื้อไข่และพันธุ์จิ้งหรีด การให้อาหาร และอื่นๆ วันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงได้มีบทความมาตอบคำถามต่างๆสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด

1.คำถาม จิ้งหรีดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใด

คำตอบ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีปากเป็นแบบปากกัด ขาคู่ หลังใหญ่และแข็งแรง กระโดดเก่ง สามารถทำเสียงร้องโดยใช้ขอบของปีกคู่ หน้าสีกัน พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น จิ้งหรีดมีหลายชนิดและมีขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของจิ้งหรีด

2.คำถาม จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมีที่ชนิด

คำตอบ จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมี 4 ชนิด

  • จิ้งหรีดทองดำ มี3สี คือ สีดำ สีทอง และ สีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัด คือ จะมีจุดเหลืองที่โคน ปีก 2 จุด
  • จิ้งหรีดทองแดง มีลำตัวสีน้ำตาล เพศผู้ มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบน แต่ละด้านมีแถบสีเหลือง มองดูคล้ายหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า จินาย อิเจ็ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้น
  • จิ้งหรีดเล็ก มีขนาดเล็กที่สุด มีสีน้ำตาล บางท้องที่เรียกว่า จิลอ จิ้งหรีดผี หรือบางที่เรียกว่าแอ๊ด ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น
  • จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาล ชอบอยู่ในรูลึก โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และมีพฤติกรรมชอบอพยพย้ายที่อยู่เสมอ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิโป่ม จิลอ เป็นต้น
อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

3.คำถาม จิ้งหรีดชอบอาศัยอยู่ที่ใด

คำตอบ จิ้งหรีดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า และ ตามรอยแตกของดิน รูใต้ดิน

4.คำถาม วงจรชีวิตของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ วงจรชีวิตของจิ้งหรีด แบ่งแยกได้เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะไข่ ไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลือง รวมกันเป็นกลุ่มในดิน ลักษณะยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน
  • ระยะตัวอ่อน ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักตัวออกเป็นตัวอ่อน จิ้งหรีดวัยอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ จะมีตัวเล็กๆลักษณะคล้ายมด และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า ระยะใส่เสื้อกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาวระยะตัวอ่อนพันธุ์จิ้งหรีดทองดำใช้เวลาประมาณ 36 – 40 วัน แต่ถ้าพันธุ์ทองแดงใช้เวลาประมาณ 40 – 50 วัน จึงจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย
  • ระยะตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถ แยกเพศได้ชัดเจน เพศผู้จะมีปีกคู่หน้าย่น ปีกคู่หน้าปีกขวาจะทับปีกขาย สำหรับเพศเมียจะมีปีกคู่หน้าเรียบ ปีกซ้ายทับปีกขวาและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนทอง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัย จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 – 60 วัน

5.คำถาม จิ้งหรีดมีเสียงได้อย่างไร

คำตอบ จิ้งหรีดมีเสียงโดยการทำเสียง โดยยกปีกคู่หน้าขึ้น ใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็กๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวา มีจังหวะเสียงจากการโยกตัว ลักษณะเสียงจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมในการสื่อสารขณะนั้น เช่น

  • เสียง กริก…กริก…กริก…นานๆ แสดงว่า อยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่
  • เสียง กริก…กริก…กริก…มีลากเสียงยาว แสดงว่าเป็นการบ่งบอกถึงอาณาเขตที่อยู่อาศัย
  • เสียง กริก…กริก…กริก…เบาๆ และถี่ๆ ติดต่อ กัน แสดงว่าต้องการผสมพันธุ์ พฤติกรรมนี้เพศผู้จะทำเสียง กริก…กริก…ๆ โดยการถอยหลังเข้าหาเพศเมีย ถ้าเพศเมียเป็นใจด้วยก็จะขึ้นคร่อมเพศผู้ทำการผสมพันธุ์
  • เสียง กริก…กริก…กริก…ยาวดังๆ 2-3 ครั้ง แสดงว่าโกรธหรือส่งเสียงระหว่างกัดกัน ระหว่างเพศผู้กับเพศผู้เพื่อแย่งความเป็นเจ้าของ หรือระหว่างเพศผู้กับเพศเมียก็ได้ เมื่อเพศเมียไม่ยอมเป็นใจขึ้นคร่อมผสมพันธุ์

พันธุ์จิ้งหรีด

6.คำถาม เรามีวิธีสังเกตจิ้งหรีดได้อย่างไร

คำตอบ ลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่าง โดดเด่น และสังเกตได้ง่าย คือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอ

7.คำถาม จิ้งหรีดเพศผู้ หรือเพศเมียที่สามารถทำเสียงได้

คำตอบ จิ้งหรีดเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น ใช้ปีกคู่หน้าถูกัน สามารถเกิดเสียงได้ เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้นเป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด

8.คำถาม จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมเลี้ยงคือพันธุ์อะไร

คำตอบ จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และพันธุ์ทองแดง

9.คำถาม การคัดเลือกพันธุ์จิ้งหรีดต้องเลือกอย่างไร

คำตอบ คัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีตัวโต แข็งแรง มีอวัยวะครบทุกส่วนมีสีเข้ม หลังเปลี่ยนพ่อ-แม่พันธุ์แล้ว 3 วัน ควรตรวจเช็คถ้าตายต้องหามาทดแทน

การเลี้ยงจิ้งหรีด

10.คำถาม นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงได้หรือไม่

คำตอบ ได้ แต่ต้องมีสภาพความเป็นอยู่ เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด

11.คำถาม จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลาใด

คำตอบ จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลากลางคืน

12.คำถาม อาหารของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

คำตอบ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กินพืชเป็นอาหาร พืชอาหารสำหรับจิ้งหรีดเป็นประเภทยอดอ่อนของหญ้าสดทุกชนิด เช่น หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย ใบมันสำปะหลัง เป็นต้น อาหารจิ้งหรีด จำแนกได้ 2 ประเภท คือ

– อาหารหลัก ส่วนใหญ่เป็นจำพวกหญ้า เช่น หญ้าขน หญ้า ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น

– อาหารเสริม (อาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารไก่ อาหารปลา รำอ่อน เป็นต้น

13.คําถาม จิ้งหรีดผสมพันธุ์เมื่ออยู่ในระยะใด

คำตอบ จิ้งหรีดจะผสมพันธุ์เมื่อเป็นตัวเต็มวัย การผสมพันธุ์และวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน/ครั้ง/รุ่น เมื่อหมดการวางไข่รุ่นสุดท้ายแล้ว ตัวเมียก็จะตาย

14.คำถาม การผสมพันธุ์ของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ ตัวผู้จะทำเสียงโดยยกปีกคู่หน้าถูกันให้เกิดเสียง เพื่อเรียกตัวเมีย จังหวะเสียงจะดังเมื่อตัวเมียเข้ามาหาบริเวณที่ตัวผู้อยู่ ตัวผู้จะเดินไปรอบๆ ตัวเมียประมาณ 2-3 รอบ ช่วงนี้จังหวะเสียงจะเบาลง แล้วตัวเมียจะขึ้นคร่อมตัวผู้ จากนั้นตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้นประมาณ 14 นาที ถุงน้ำเชื้อก็จะฝ่อลง แล้วตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป

15.คำถาม จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่เมื่อใด

คำตอบ จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่ภายใน 7 วัน หลังผสมพันธุ์ ตลอดอายุไข่จิ้งหรีดตัวเมียสามารถวางไข่ได้ตั้งแต่ 600 – 1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่ เป็นรุ่น ๆ ได้ประมาน 4 รุ่น

16.คำถาม การวางไข่ของจิ้งหรีดทำอย่างไร

คำตอบ เพศเมียใช้อวัยวะวางไข่ที่ยาวแหลม คล้ายเข็มแทงลงในดิน จึงหรีด จะวางไข่ในดินที่มี ความชื้นพอเหมาะสำหรับวางไข่ การวางไข่จะวางเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 ฟอง ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แทงเข็ม 1 ครั้ง จะวางไข่ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แล้วยกเข็มขึ้นมาเพื่อหาที่เหมาะสมเพื่อแทงเข็มวางไข่ใหม่ จะมีการวางไข่ตลอดอายุ 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 200 – 300 ฟอง การวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาห่างกันประมาณ 15 วัน

17.คำถาม โรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นแบบใด

คำตอบ สถานที่และโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีด ควรเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง มีพื้นที่กว้างพอสมควร ป้องกันฝนและแดดจัดได้ มีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30 – 40% ใน ช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร มีแหล่งอาหารธรรมชาติ หาได้ง่าย เช่น หญ้าจาก ธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น

18.คำถาม การเลี้ยงจิ้งหรีดต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

คำตอบ วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงจิ้งหรีด มีดังนี้

  • บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่สามารถนำมาเป็นบ่อเลี้ยง ได้แก่ ถัง กะละมัง ปิ๊ป เป็นต้น แต่ถ้าใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบปูนซีเมนต์จะคงทนและสามารถใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไป และมีราคาไม่สูงนักง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู บ่อปูนซีเมนต์มีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นขนาด 80 x 50 ซม.
  • แผ่นพลาสติกและเทปกาว ใช้ติดรอบวง ในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้หนีออกจากบ่อเลี้ยง จะใช้พลาสติกกว้างประมาณ 2 – 3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวงบ่อ
  • ยางรัดปากบ่อ ยางในรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบบ่อด้านนอก อย่าให้มีความกว้างของยางมากเพื่อความสะดวก เมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบบ่อ
  • กาบมะพร้าว กาบมะพร้าวเป็นวัสดุเพื่อใช้วางในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่จะเป็นวัสดุสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2 – 4 ชิ้น หรือใช้ถาดไข่กระดาษแทนก็ได้
  • เศษหญ้าแห้ง เศษหญ้าแห้งเป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นกับจิ้งหรีด
  • ถาดน้ำและถาดอาหาร ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 บ่อจะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่
  • ตาข่ายไนล่อน เป็นตาข่ายที่ใช้สำหรับปิดปากบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีด และเป็นการป้องกันศัตรูของจิ้งหรีดที่จะเข้ามากิน เช่น แมลง ตุ๊กแก จิ้งจก และอื่นๆ ตาข่ายควรตัดให้มีขนาดกว้างเหมาะสมกับขนาดของปากบ่อและใช้ยางรัดเพื่อปิดปากบ่อ
เลี้ยงจิ้งหรีดตัวโต
จิ้งหรีดจากsupachaiจิ้งหรีดฟาร์มอุบล

 

19.คำถาม การวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ควรวางเรียงกันเป็นแถวแต่ละบ่อให้ห่างกันเล็กน้อย (ประมาณ 3 นิ้ว) แต่ละแถวควรห่างกันพอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวก ไม่ควรจะวางห่างกันมากนักเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ เมื่อวางบ่อเลี้ยงแล้ว จะต้องเทพื้นหนาประมาณ 3-1 นิ้ว เพื่อป้องกันมดที่จะเข้ามาจากพื้นใต้ดินเข้ามาทำลายไข่และตัวจิ้งหรีด สำหรับด้านนอกบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีการโรยปูนขาว เพื่อป้องกันแมลงจาดด้านนอก หรือใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องพันรอบวงด้านล่าง

20.คำถาม ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ภายในบ่อใส่ถุงดินหรือกระบะดินร่วนปนทราย หรือดินทรายที่มีความชื้นพอประมาณ น้ำหนักดินประมาณ 1-2 กิโลกรัมวางไว้ข้างๆ สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ ใส่หญ้าแห้ง 1 กำมือไว้ตรงกลางบ่อเพื่อเป็นที่หลบซ่อนหรือเป็นที่อยู่อาศัยของตัวจิ้งหรีด ใส่หญ้าสดอ่อน 1 กำมือข้างหญ้าแห้งสำหรับเป็นอาหารของจิ้งหรีด ใส่ถาดอาหารแบนๆเพื่อเป็นอาหารกับจิ้งหรีด เช่น รำอ่อน ปลายข้าว อาหารไก่อ่อน

21.คำถาม การปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ลงบ่อต้องใช้อัตราตัวผู้ตัวเมียเท่าใด และปล่อยอย่างไร

คำตอบ ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดลงบ่ออัตรา 1:3 (พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 3 ตัว) เมื่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงบ่อแล้วควรปิดปากบ่อด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันจิ้งหรีดบินหนีและเพื่อเป็นการป้องกันศัตรูที่จะเข้าไปด้วย พื้นบ่อจิ้งหรีดอย่าให้ชื้นเกินไปเพราะจะทำให้เป็นที่สะสมของรา และเชื้อโรคอื่นๆ ควรมีการทำความสะอาดบ่อและอุปกรณ์ก่อนลงเลี้ยงเสมอ

22.คำถาม จิ้งหรีดต้องการอาหารเสริมหรือไม่

คำตอบ ถ้าจะเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วและให้ผลผลิตสูงจำเป็นต้องให้อาหารเสริม โดยให้อาหาร น้ำ หญ้าสดทุกวันอย่าให้ ปัจจุบันนี้อาหารจิ้งหรีดมีขายแบบสำเร็จรูป ที่แนะนำสำหรับจิ้งหรีดโดยเฉพาะคืออาหารควรมีโปรตีนประมาณ 21% ขึ้นไป และนอกจากอาหารแล้วก็ยังมีน้ำที่อาจจะมีส่วนผสมของสารอาหาร พวกอาหารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ช่วงให้จิ้งหรีดโตเร็ว มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย

23.คำถาม การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ทำอย่างไร

คำตอบ อาหารหลัก อาหารเสริม และน้ำ ควรให้ทุกวันอาหารหลักจะให้ครั้งละ 1 กำมือ อาหารเสริมจะให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณและ ขนาดของจิ้งหรีด แต่ต้องไม่ให้จำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา

โรคและศัตรูจิ้งหรีด

24.คำถาม จิ้งหรีดมีศัตรูอะไรบ้าง

คำตอบ ไรแมงมุม ก่อนนำอาหารมาให้จิ้งหรีดกินต้องนำมาล้างน้ำ แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อน พวกใบมันสำปะหลัง กล้วย ฟักทอง หรือพืชผัก ต้องเป็นผักปลอดสาร ถ้ามีสารพิษเพียงนิดเดียวจะทำให้จิ้งหรีดตายได้

  • มด ก่อนนำจิ้งหรีดมาปล่อยลงวงบ่อปูนจะต้องป้องกันด้วยการโรยยากกำจัดมดรอบบวงบ่อปูน หรือ จะใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำมาพันรอบวงบ่อปูนด้านล่าง
  • โรคทางเดินอาหาร เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาดเกิดเชื้อรา วิธีป้องกันคือ ต้องให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนของจิ้งหรีด หมั่นทำความสะอาดอย่าให้อาหารเกิดเชื้อรา อาหารเสริมควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อให้อาหารเมื่อเก็บผลผลิตจนหมดแล้ว ควรทำความสะอาดวงบ่อเลี้ยงให้สะอาด ก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงต่อไป
การจับและจำหน่ายจิ้งหรีด

25.คำถาม จะจับจิ้งหรีดได้ตอนไหน และจะจับจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ สามารถจับจิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายได้ตอนที่จิ้งหรีดมีอายุประมาณ 36 วัน ขึ้นไป วิธีจับจิ้งหรีดต้องสังเกตพฤติกรรมของจิ้งหรีด ตอนกลางวันจะหาที่หลบซ่อน พอมืดจะออกหาอาหารใช้กระบอกไม้ไผ่หรือท่อพลาสติกที่ได้ตัดเป็นท่อนๆ วางไว้กับพื้นบ่อจิ้งหรีดจะเข้าไปหลบอาศัย หรืออาจจะนำแผงไข่จิ้งหรีดมาเคาะจิ้งหรีดออกใส่กะละมัง

ที่มาจาก วารสารเพื่อนแท้ เกษตรไทย ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2552

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเป็นอาชีพเสริม กำลังได้รับความนิยม จิ้งหรีดขายได้ราคา วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วนั้นอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอาหาร การดูแล ในบทความนี้จึงมีการแนะนำวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบง่าย สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นครับ

จิ้งหรีดเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากจิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าทางโปรตีนสูงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับไข่ไก่และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มต่างประเทศที่มีการนำจิ้งหรีดไปแปรรูปเป็นจิ้งหรีดผง หรือทำเป็นจิ้งหรีดอัดกระป๋อง ในภาคการส่งออกจิ้งหรีดในประเทศไทยจึงมีความต้องการส่งออกจิ้งหรีดเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันจึงมีคนเริ่มสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 35-45 วันก็สามารถขายได้ ต้นทุนการเลี้ยงจิ้งหรีดก็ไม่สูงมากนัก ส่วนมากแล้วการเลี้ยงจิ้งหรีดนิยมเลี้ยงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูน และเลี้ยงจิ้งหรีด ในบ่อซีเมนต์ ในบทความนี้จะเป็นวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแรกเกิด จนถึงการจับขาย สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล เห็นผู้ที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีดทักเข้ามาถามกันว่า มีวิธีเลี้ยงจิ้งหรีดไหม ทางฟาร์มจึงได้เขียนบทความ วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่ายๆ นี้เพื่อเป็นการเป็นปันเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะไม่ใช่วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อย่างละเอียดเท่าไหร่ แต่พอเป็นแนวทางเบื้องต้นครับ

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่าย

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นกัน การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจะมีจิ้งหรีดหลายรุ่นหลายขนาดอยู่รวมกัน การจัดการเลี้ยงก็จะทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแต่ละรุ่นจะมีการให้อาหารที่ไม่เหมือนกัน ผลผลิตของจิ้งหรีดแบบนี้จะมีอยู่หลายรอบ การจับขายก็จะมีความยุ่งยาก ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และทำให้ราคาจิ้งหรีดแบบนี้ราคาไม่สูงมากนัก การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นนี้จะใช้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จิ้งหรีดมารวมกัน พ่อพันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 1 ส่วนและแม่พันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 3 ส่วน นำลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจิ้งหรีดจะเริ่มผสมพันธุ์กัน ได้ประมาณ 7 วันจึงจะเริ่มวางไข่ ให้นำดินร่วนผสมแกลบดำใส่ขันพลาสติกวางไว้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ การวางไข่ของจิ้งหรีดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 600-1000 ใบ เราจะได้ไข่จิ้งหรีดไว้สำหรับเลี้ยงในรุ่นต่อไปหรือสามารถนำไปขายต่อได้

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะได้จิ้งหรีดแต่ละรุ่นมีขนาดเท่ากัน ผลผลิตจะได้ในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น จับขายช่วงเดียวกัน จิ้งหรีดวางไข่ช่วงเวลาเดียวกัน การเลี้ยงแบบนี้นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะง่ายต่อการบริหารจัดการ การจับขายก็ง่ายเช่นเมื่อมีพ่อค้ามารับซื้อก็สามารถเหมาไปได้ทั้งบ่อเลย ฟาร์มใหญ่ๆที่เลี้ยงจิ้งหรีดจะแบ่งเป็นโซนการเลี้ยง และทำป้ายติดไว้แต่ละบ่อว่าเริ่มต้นเลี้ยงวันไหน ให้อาหารวันไหน กำหนดจับขายวันไหน จะใส่ป้ายติดไว้ที่บ่ออย่างละเอียด การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่นนี้จะเริ่มจากการ ซื้อไข่จิ้งหรีด และนำไข่จิ้งหรีดมาอบหรือฟักไข่จิ้งหรีดก่อน เมื่อไข่จิ้งหรีดแตกออกจากไข่ก็ให้นำลงเลี้ยงในบ่อที่เตรียมไว้สำหรับวิธีการเตรียมการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ การเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีด

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีด
วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

โดยธรรมชาติทั่วไปของจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกชนิด เมื่ออยู่ตามธรรมชาติก็จะกินเศษใบหญ้า หรือพืชชนิดอื่นได้ แต่เมื่อเรานำมาเลี้ยงในฟาร์มแล้ว การเลี้ยงและเอาใจควรจะมีมากขึ้น การให้น้ำให้ใช้วิธีนำขวดพลาสติกมาเจาะรูสัก 2-3 รูและนำผ้าสะอาดมาพันรอบขวด เพื่อให้น้ำค่อยๆซึมออกมาเปียกที่ผ้า หรือนำผ้าเข้าไปในขวดน้ำลักษณะคล้ายๆไส้ตะเกียง จิ้งหรีดจะสามารถมากินน้ำตามที่เปียกอยู่ในผ้า หรือการให้น้ำจิ้งหรีดอีกวิธีสามารถใช้ที่ให้น้ำไก่ได้เช่นกัน แต่ต้องหาเศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาใส่ที่ให้น้ำด้วยป้องกันจิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำไก่นั่นเอง

การให้อาหารจิ้งหรีดนั้นจะใช้อาหารสำหรับไก่อ่อนบดละเอียด ในช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 20 วัน หลังจากนั้นจะใช้อาหารสำเร็จรูปให้กับจิ้งหรีดหลัง 20 วันถึงตอนจับขาย อาหารสำเร็จรูปนั้นจะต้องให้สารอาหารโปรตีนอยู่ไม่ต่ำกว่า 21% หรือมากกว่านั้นก็ได้ จะทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี และมีสารอาหารโปรตีนสูง นอกจากการให้อาหารสำเร็จรูปแล้ว บางฟาร์มจะให้อาหารอย่างอื่นเสริม เพื่อเป็นการลดต้นทุนอาหาร จะให้พืช ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดกินได้ เช่น กล้วย ใบมันสำปะหลัง ฟักทอง และอื่นๆ จะทำให้จิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย ได้น้ำหนักดี จิ้งหรีดราคาดีนั่นเอง ในการให้น้ำและอาหารจิ้งหรีดนั้นมีบทความที่มากกว่านี้ให้ศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษาได้ในเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

การจับจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มวัยแล้วตัวผู้จะใช้ปีกมาสีกันทำให้เกิดเสียงนั่นเอง และตัวเมียก็พร้อมจะวางไข่ แสดงว่าจิ้งหรีดโตเต็มวัย สามารถจับขายได้ ก่อนจับจิ้งหรีดให้งดการให้อาหารสัก 2-3 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดมีกลิ่นตัว บางฟาร์มก่อนจะจับจิ้งหรีดขายจะมีการรองไข่จิ้งหรีดก่อน คือนำดินร่วนมาผสมกับแกลบดำใส่ภาชนะวางไว้ในบ่อ เป็นการรองไข่จิ้งหรีด ให้จิ้งหรีดวางไข่ใส่ภาชนะ สามารถนำไข่นั้นขายได้อีกด้วย หรือบางฟาร์มก็จะนำขายจิ้งหรีดที่มีไข่อยู่ในท้องขายพร้อมกันเลย ทำให้ตอนนำจิ้งหรีดที่มีไข่ในท้องไปประกอบอาหารจะมีรสชาติ มัน อร่อยมากกว่าเดิม การจับจิ้งหรีดขายนั้นบางฟาร์มทำไม่เหมือนกัน บางฟาร์มจะนำแผงไข่จิ้งหรีดวางเรียงกันของบ่อด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำแผงไข่ที่มีจิ้งหรีดเกาะอยู่มาเคาะจิ้งหรีดออกใส่ในน้ำเพื่อป้องไม่ให้จิ้งหรีดบินหนี หรือบางฟาร์มจะใช้วิธีตะแกรงช้อนจิ้งหรีดก็ได้

การเตรียมการ

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยากครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวหรือเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะเตรียมอย่างไรใช้วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด อะไรบ้างสำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จะมาแนะนำมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

ถึงแม้ว่าจิ้งหรีดนั้นจะเลี้ยงไม่ยากเท่าไหร่ แต่ในการเลี้ยงแล้วหากเราไม่เอาใจใส่ดูแลก็อาจจะทำให้จิ้งหรีดนั้นตายได้ง่ายๆ ครับการเตรียมวัสดุสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องให้ความสำคัญครับโดยในรายละเอียดของการเตรียมวัสดุอุปกรณ์นั้นเราได้เขียนบทความไว้ก่อนแล้วสามารถติดตามได้ในเรื่อง วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมวัสดุนั้นจึงเป็นเรื่องของการเตรียมพื้นที่โรงเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ภาชนะที่ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด บ่อจิ้งหรีดแบบต่างๆ เช่น บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดปูนซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดไม้อัด นอกจากนั้นยังมีวัสดุอุปกรณ์อื่นๆอีกหน่อย เช่น เทปกาว ตาข่ายปิดปากบ่อ ยางรัดบ่อ และภาชนะวางไข่จิ้งหรีด อาหารสำหรับจิ้งหรีด เป็นต้น

พันธุ์จิ้งหรีด

พันธุ์จิ้งหรีด มีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชนิดตามภาษาท้องถิ่น เช่น
จิ้งโกร่ง (จิโปม จิ้งกุ่ง) เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร สามารถสร้างรังอาศัยเองได้ โดยจะขุดดินเป็นรูลึกยาวประมาณ 48 –90 เซนติเมตร จิโป่ม จะออกเป็นตัวเต็มวัยประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ละปี จะมีรุ่นเดียว บางท้องที่เรียกจิ้งโกร่งว่าจิโป่ม หรือจิ้งกุ่ง

จิ้งหรีดทองดำ เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลปนด า กว้างประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 3 สี คือ สีดำ สีทอง และสีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือโคนปีกจะมีแต้ม สีเหลือง 2 จุด

จิ้งหรีดทองแดง เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวกว้างประมาณ 0.6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 2 ชนิด คือ สีน้ำตาลและสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลืองอ่อนรูปตัววี หรือหมวกแก๊ป ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลปนเทาและมีแถบขาวคาดขวางลำตัว มีความว่องไวมาก ชอบอยู่ในที่ๆ มีความชื้น บางท้องที่เรียกว่าจิฟาง หรือจินาย

จิ้งหรีดทองแดงลาย (จิ้งหรีดนิล) เป็นจิ้งหรีดขนาดเล็กที่สุด มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนิดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดทองแดง ระยะตัวอ่อนมีลายม่วงคาดลำตัว บางท้องที่เรียกว่าจิ้งหรีดผี หรือแอ้ด เป็นต้น

อาหารจิ้งหรีด
การเลี้ยงจิ้งหรีด ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การเตรียมพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด

ให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีดที่ตัวเต็มวัย มีสีเข้ม ตัวโต มีปีกเข้มอวัยวะครบ การนำลงบ่อให้ใช้พ่อพันธุ์จิ้งหรีด 1 ส่วน และแม่พันธุ์จิ้งหรีดอีก 3 ส่วน พ่อแม่พันธุ์จะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ แม่พันธุ์จิ้งหรีด 1 ตัวจะวางไข่ได้ถึง 1000 ฟองเลยทีเดียว ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อๆไปสามารถใช้วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยการฝักจากไข่ได้ครับ ส่วนอีกวิธีในการเลี้ยงจิ้งหรีดที่นิยมคือการ ซื้อไข่จิ้งหรีด จากฟาร์มที่ขายไข่นั่นเอง ส่วนใหญ่จะขายเป็นขัน ขันละประมาณ 50-100 บาทแล้วแต่ช่วงครับ หลังจากซื้อไข่จิ้งหรีดแล้ว ไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฝักประมาณ 7-14 วัน เมื่อไข่ฝักแล้วก็สามารถนำจิ้งหรีดตัวอ่อนมาลงบ่อเลี้ยงได้เลยครับ

การเลี้ยงจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนแรกเกิดถึง20วัน จะให้อาหารอ่อนๆละเอียด เช่นอาหารไก่อ่อน หรืออาหารสำเร็จรูป จิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนจะให้อาหารเม็ดใหญ่ไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดจะมีทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนสามารถให้ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดได้ เช่น เศษผัก กล้วย ฟักทอง ใบมันสำปะหลัง และอื่นๆได้ แต่พืชผักนั้นจะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ การให้น้ำกับจิ้งหรีดสามารถนำขวดพลาสติกที่หาได้ง่ายๆ นำมาเจาะรูเล็กน้อยแล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดหรือใส่เข้าไปในขวดเพื่อให้น้ำในขวดค่อยๆซึมเปียกที่ผ้า จิ้งหรีดจะสามารถมาดูดกินน้ำที่อยู่กับผ้าได้ เมื่อจิ้งหรีดมีอายุประมาณ 40 วันจะเป็นช่วงโตเต็มวัยแล้วตัวเมียจะพร้อมวางไข่ ให้เรานำขันอาบน้ำพลาสติกมาและใส่ดินผสมแกลบดิบใส่ลงในขันวางไข่ ให้ตัวเมียวางไข่ประมาณ 3-5 วัน เพื่อทางฟาร์มจะได้ใช้ไข่จิ้งหรีดนี้ไว้เป็นพันธุ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อไปครับ

กลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันจิ้งหรีดนั้นมีการเลี้ยงที่ง่ายในทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ จิ้งหรีดจะพบมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนมากแล้วจะกินเศษใบหญ้า พืชผักเป็นอาหาร ในธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามซอกดินที่แตก หรือตามรูในดินเล็กๆ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ให้คุณค่าโปรตีนสูง เป็นที่ต้องการของหลายกลุ่ม และมีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงจิ้งหรีดมีการเลี้ยงทั้งในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงในบ่อพลาสติก บ่อไม้ หากฟาร์มที่เลี้ยงมีการบริหารจัดการได้ไม่ดีจะเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่นการติดเชื้อ การตายของจิ้งหรีด ปัญหาอีกอย่างของการเลี้ยงจิ้งหรีดคือ การมีกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับกลุ่นผู้เลี้ยงมือใหม่ที่ยังไม่มีวิธีแก้นั้นอาจจะตกใจบ้าง สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงมีการนำเสนอวิธีการดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีที่ง่ายและต้นทุนไม่สูงมากครับ

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัญหากลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบ่อเลี้ยง เช่นการให้อาหารของเราบางครั้งจะมีการนำพืชผักชนิดต่างๆมาเป็นอาหารของจิ้งหรีด เมื่อจิ้งหรีดกินไม่หมดก็เกิดการสะสมกลิ่นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้เช่นกัน อาหารที่มีกลิ่นไม่ใช่แค่พืชผักเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาหารชนิดสำเร็จรูปก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะกลิ่นเหม็นอาจะเกิดจากมูลของจิ้งหรีดเอง เมื่อมีการสะสมมากขึ้นจะทำให้เกิดแก๊สภายในบ่อและมีกลิ่นได้นั่นเอง

วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

แนวทางการไขกลิ่นเหม็นนั้นจะใช้อาหารเสริมชนิดน้ำมาผสมกับน้ำที่ให้จิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดกินทุกวันจะช่วยล้างสารตกค้างบางอย่างที่อยู่ในตัวจิ้งหรีดได้ด้วยและทำให้มูลจิ้งหรีดไม่มีกลิ่นที่เหม็นนั่นเอง อาหารเสริมที่แนะนำนี้จะเป็นไคโตซานชนิดน้ำ นอกจากจะช่วยดับกลิ่นเหม็นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแล้ว ยังเป็นอาหารเสริม ทำให้จิ้งหรีดแข็งแรง โตเร็ว รสชาติอร่อยด้วย

อาหารเสริมจิ้งหรีด
ไคโตซาน อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

EM ดับกลิ่นเหม็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

อีกวิธีที่ง่ายก็คือการใช้จุลินทรีย์ EM ใช้ในการดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด วีธีการคือการนำจุลินทรีย์ EM มาผสมกับน้ำให้จิ้งหรีดกินเป็นประจำ วิธีการทำจุลินทรีย์อีเอ็มนี้ให้กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำประมาณ 3 ลิตร ใส่ส่วนผสมและคนให้เข้ากันให้กับจิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดนั้นควรระวังคืออย่าให้หกเลอะบ่อเลี้ยง เพราะภายในบ่อมีการสะสมของมูลจิ้งหรีดและแก๊ส จะทำปฏิกิริยากับ EM ได้

EM ดับกลิ่นบ่อจิ้งหรีด
วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดให้ใช้ EM ผสมน้ำให้จิ้งหรีดกิน

ดับกลิ่นเหม็นแบบง่าย

การใช้อาหารเสริมช่วยดับกลิ่นและจุลินทรีย์ EM นั้นอาจจะช่วยแก้ดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้ในเบื้องต้นเท่านั้น การดับกลิ่นอีกวิธีคือการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบไม้อัดให้นำบ่อเลี้ยงออกมาทำความสะอาดและตากแดดไว้ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะมีการนำบ่อเลี้ยงไปใช้ในรุ่นต่อไป เป็นการช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อไปด้วย

การผสมน้ำ EM
ให้จิ้งหรีดกิน EM ผสมน้ำจะช่วยการเจริญเติบโตและช่วยดับกลิ่นในบ่อเลี้ยง

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูน

การเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อซีเมนต์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกในการเลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากเป็นการเลี้ยงที่ง่ายที่สุดเพราะจะใช้บ่อปูนสำเร็จมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตรถึง 1.2 เมตร บ่อมีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร การใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัด จำนวนของบ่อเลี้ยงจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่นั่นเอง สำหรับขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูนซีเมนต์มีลักษณะดังนี้

การจัดวางบ่อปูนซีเมนต์

บ่อปูนซีเมนต์ควรจะมีการจัดวางอย่างเหมาะสม มีการวางบ่อเรียงกันเป็นแถวไม่เบียดกันเกินไป แต่ละแถวให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เช่นการให้อาหารและการดูแลรักษา พื้นที่ในการวางบ่อต้องเป็นพื้นเรียบ ถ้าเป็นพื้นดินให้ปรับหน้าดินเรียบ และมีการนำปูนมาเทปิดพื้นบ่อด้านล่างเพื่อป้องกันไม่มีมดหรือศัตรูอื่นๆมากินจิ้งหรีด ถ้าเป็นพื้นที่ปูนซีเมนต์ เมื่อวางบ่อกับพื้นแล้วให้นำปูนมาปิดด้านล่างบ่อ ตามช่องว่างด้านล่าง เพื่อป้องกันมดแมลงหรือศัตรูอื่นๆจะเข้ามากินจิ้งหรีด เมื่อวางบ่อแล้วบริเวณรอบ ๆ บ่อควรมีการโรยปูนขาวหรือป้องกันไม่ให้มดเข้ามาใกล้บ่อ อาจจะนำผ้าชุบกับน้ำมันเครื่องมาวางรอบ ๆ บ่อก็ได้

การใส่วัสุหลบซ่อน

ใส่แกลบดิบเข้าไปในบ่อเล็กน้อย ให้แกลบดิบสูงประมาณ 1-2 เซนติเมตร ก่อนจะนำแกลบมาใส่นั้นควรจะมีการนำแกลบไปตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื่อโรค หรือแมลงที่ติดมากับแกลบ การใส่แกลบเพื่อเป็นการให้เป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีดได้ด้วย หลังจากนั้นก็วางแผงไข่ไว้ด้านข้างบ่อเพื่อเป็นที่อยู่ของจิ้งหรีด ในบ่อที่พื้นที่ไม่กว้าง อาจจะใช้แผงไข่ประมาณ 8-10 แผง

การวางถาดอาหารจิ้งหรีด

ใส่ถาดวางให้อาหาร เป็นถาดพลาสติกแบน ไม่ควรใช้ถาดที่สูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดเป็นอาหารชนิดผงละเอียด เช่นอาหารสำเร็จรูป อาหารไก่อ่อน รำอ่อน หรืออาหารผสมเองก็ได้ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะเกินไปจนกินไม่หมด จะทำให้บ่อเกินการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราได้

การให้น้ำจิ้งหรีด ให้นำขวดพลาสติกมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู แล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดเมื่อใส่น้ำลงไปในขวดน้ำจะค่อย ๆ ไหลซึมออกมาใส่ผ้าเพื่อให้จิ้งหรีดค่อย ๆ มากินน้ำในผ้า หรืออีกอย่างคือใช้ที่ให้อาหารไก่ แต่ควรจะใช้เศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางไว้ในที่ให้น้ำด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำ

การปิดปากบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

บริเวณด้านบนของปากบ่อ ให้ใช้เทปกาวชนิดลื่นมาพันรอบบ่อด้านในไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ออกมาด้านบนของบ่อ ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้ามาคลุมปิดบ่อด้านบนไว้ แล้วใช้ยางรัดตาข่ายอีกที ยางรัดปากบ่อจะใช้ตัดจากยางในรถจักรยานยนต์ตัดเป็นแนวยาว มีความกล้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร การใช้ตาข่ายคลุมปิดด้านบนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ จิ้งจก หรือสัตว์อื่น ๆ เข้ามากินจิ้งหรีดนั้นเอง

วัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้าง

1.ภาชนะ/บ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุที่นำมาใช้สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีอยู่มากมาย ส่วนมากแล้วจะใช้วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นที่หาได้ง่ายนั่นเองครับ ตัวอย่างเช่น บ่อซีเมนต์ ถังน้ำ กล่องกระดาษ กะละมัง โอ่ง กล่องไม้ กรงเหล็ก ยางรถยนต์ หรือบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่ทำขึ้นเองเช่น นำไม้อัดมาทำ หรือก่ออิฐเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดหาบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นควรจะคำนึงถึงราคาที่ไม่แพงมาก เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงคงทน ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง ง่ายต่อการจัดการ และสามารถป้องกันแมลงหรือศัตรูของจิ้งหรีดได้ครับ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น

  • บ่อซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ โดยปกติจะเป็นทรงกระบอก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ก้นบ่อจะปิดหรือไม่ปิดก็ได้ การติดตั้งบ่อซีเมนต์นั้นทำได้ง่ายโดยการปรับพื้นที่ในโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดให้เรียบ ถ้าหากเป็นพื้นดิน ก้นบ่อควรจะเทปูนปิดไว้ความหน้าประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อป้องกันมดหรือแมลงเจาะรูเข้ามาจากด้านล่างบ่อ หรือถ้าเป็นโรงเรือนที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์อยู่แล้วก็สามารถวางบ่อซีเมนต์กับพื้นได้เลย และนำปูนมาปิดช่องว่างตรงก้นบ่ออีกเล็กน้อย ไม่ให้มีช่องเพื่อป้องกันมดหรือแมลงเข้ามาได้ครับ การจัดวางบ่อซีเมนต์นั้นให้วางเรียงกันและมีระยะห่างแต่ละบ่อประมาณ 40-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการและการให้น้ำให้อาหาร บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดซีเมนต์อาจจะเป็นลักษณะทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ อยู่ที่พื้นที่ว่าเหมาะสมแบบใด ที่สำคัญควรจะคำนึงถึงการบริหารจัดการได้ง่าย การทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับจิ้งหรีด
  • กะละมังปากกว้าง ปกติจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร การเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยกะละมังนิยมเลี้ยงในพื้นที่มีจำกัด มีพื้นที่ไม่มาก เพราะกะละมังมีน้ำหนักเบาสามารถยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำมาเลี้ยงในห้อง ในบ้านได้ หรือบางครั้งอาจจะทำชั้นขึ้นมาแล้วนำกะละมังมาวางเรียงซ้อนกันได้
  • กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นกล่องที่ทำขึ้นมาเลี้ยงจิ้งหรีดโดยเฉพาะ ตัวกล่องนิยมทำจากไม้อัด นำมาตีเป็นกล่องสี่เหลี่ยม สังกะสีแผ่นเรียบ กระเบื้องแผ่นเรียบ ส่วนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนั้นก็สามารถนำมาทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะจิ้งหรีดสามารถกัดแทะแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดได้ ทำให้ไม่ปลอดภัย การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีขนาดความสูงของกล่องประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ขนาดยาวประมาณ 200 เซนติเมตร หรือสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมก็ได้ กล่องเลี้ยงนิยมทำด้วยไม้หรือเหล็กที่มีความแข็งแรงมรขาตั้งสูงจากพื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตรเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูของจิ้งหรีด การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะใช้ต้นทุนที่สูงกว่าแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถใช้ได้นานเหมาะกับการเลี้ยงจิ้งหรีดระยะยาว

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

2.เทปกาว

นิยมใช้เทปกาวชนิดที่ผิวลื่น มีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับติดขอบด้านบนของบ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ขึ้นมาหนี เทปกาวนั้นสามารถติดได้ทั้งบ่อที่เป็นปูนซีเมนต์หรือบ่อเลี้ยงแบบอื่น ๆ ถ้าเป็นบ่อซีเมนต์ที่มีทุนสูงอาจจะใช้วิธีการติดกระเบื้องแผ่นเล็ก ๆ ที่ขอบบ่อแทนการใช้เทปกาวก็ได้

3.ตาข่ายพลาสติก

ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้า การใช้ให้ตัดตาข่ายให้มีขนาดกว้างยาวมากกว่าบ่อเลี้ยงประมาณ 30-40 เซนติเมตร นำตาข่ายมาคลุมปิดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้านบน เพื่อป้องกันนก หรือจิ้งจก เข้ามากินจิ้งหรีดนั่นเอง

4.ยางรัดขอบบ่อ

ในกรณีที่บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแบบบ่อซีเมนต์ ให้ใช้ยางในรถจักรยานยนต์มาตัดตามแนวยาว ให้มีขนาดความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้ได้ยางรัดมีลักษณะเป็นวงกลม แล้วใช้สำหรับรัดตาข่ายพลาสติกเข้ากับขอบบ่อด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดหนี

5.วัสดุหลบซ่อน

ธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นจะไม่ชอบอยู่ในที่โล่งแจ้งมาก กลางวันจะหลบซ่อนตัว วัสดุที่ใช้หลบซ่อนตัวนิยมใช้ถาดไข่ชนิดที่ทำจากกระดาษมาวางเรียงกัน จำนวนการใช้ถาดไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อเลี้ยง ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงซีเมนต์ที่มีพื้นที่ไม่มาก อาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 6-8 อัน ถ้าเป็นกล่องเลี้ยงอาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 30-50 อัน ส่วนมากจะแล้วแต่ขนาดบ่อไม่ควรใส่ถาดไข่เยอะเกินไปจนทำให้แออัด

6.ที่ให้น้ำ

อุปกรณ์ให้น้ำจิ้งหรีดสามารถหาได้ตามท้องที่ เช่นขวดพลาสติกนำมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู ใช้ผ้าที่สะอาดซึมซับน้ำได้ดีมาพันรอบขวดพลาสติกเพื่อให้น้ำค่อยๆซึมมาเปียกกับผ้า และปลายอีกด้านหนึ่งของผ้าก็ให้สอดเข้าไปในขวดได้เลยลักษณะเหมือนไส้ตะเกียง หรืออีกแบบคือการใช้ที่ให้น้ำไก่ แต่ต้องนำผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางในน้ำด้วยเพราะที่ให้น้ำไก่มีขนาดลึกถ้าจิ้งหรีดตกลงไปจะขึ้นมาไม่ได้

7.ที่ให้อาหาร

ที่ให้อาหารจิ้งหรีดนั้นสามารถหาได้ง่าย เช่นถาดพลาสติก จานหรือกระดาษแข็ง ๆ ก็ได้ ไม่ควรเป็นภาชนะที่มีควมลึกสูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้

8.วัสดุรองพื้นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุรองพื้นใช้เพื่อให้จิ้งหรีดอยู่อาศัยและหลบซ่อนตัว นิยมใช้แกลบดิบเพื่อใช้รองพื้นบ่อเลี้ยง ก่อนนำแกลบลงไปในบ่อควรจะนำมาตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแลงและเชื่อโรคที่ติดอยู่ในแกลบ หลังจากนั้นนำแกลบมาโรยลงพื้นบ่อเลี้ยงให้มีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร

9.ภาชนะวางไข่

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มที่แล้วจะวางไข่ การวางไข่จะใช้ภานะมารองส่วนใหญ่จะใช้ขันอาบน้ำพลาสติก หรือถาดพลาสติก ภายในถาดจะใช้แกลบดำผสมกับดินเพื่อให้จิ้งหรีดลงไปวางไข่ได้

10.อาหารจิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีดเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงจิ้งหรีด การให้อาหารจิ้งหรีดมีทั้งเป็นอาหารหลักและอาหารเสริม อาหารหลักก็จะเป็นพวกอาหารไก่ อาหารเม็ดเล็ก ๆ อาหารสำเร็จรูป ส่วนอาหารเสริมเป็นอาหารที่ให้เพิ่มกับจิ้งหรีดเพื่อให้จิ้งหรีดมีรสชาติอร่อย ป้องกันโรคของจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนัก และอาหารเสริมจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารลงไปได้อีกมาก สามารถอ่านเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีดได้จากชื่อเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด หรือบทความเรื่อง จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

11.น้ำ

จะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่สะอาดไม่มีสารเคมีเจือปน บรรจุลงในภาชนะที่ให้น้ำแก่จิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร หรือ อาหารจิ้งหรีด เป็นคำถามที่ผู้เลี้ยงจิ้งหรีดหลายๆท่านตั้งคำถาม โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดช่วงแรกๆนั้น ไม่รู้ว่าจะให้จิ้งหรีดกินอะไรดี ก็ค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต หลายๆท่านก็ให้อาหารที่แตกต่างกันไป จนไม่แน่ใจว่า สุดท้ายแล้วอาหารจิ้งหรีดที่ดีที่สุดคืออะไร อันที่จริงแล้วนั้นผมได้เขียนบทความไปก่อนหน้านี้แล้วเกี่ยวกับอาหารของจิ้งหรีดชื่อบทความ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ลองไปติดตามกันด้วยนะครับ ในส่วนบทความนี้จึงมาเขียนในเรื่องทั่วไปแล้วกันครับ

ธรรมชาติของจิ้งหรีด

โดยธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นอาหารของจิ้งหรีดมันจึงสามารถกินได้ในแบบของธรรมชาติได้ครับ คือมันสามารถกินเศษหญ้า เศษพืชผัก หรือแม้แต่แมลงตัวเล็กๆ ทีนี้เมื่อมนุษย์เรามีความต้องการบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแมลงที่ให้โปรตีนสูง อาจจะโปรตีนทดแทนได้จากเนื้อสัตว์ด้วย และจิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย จึงมีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่มากขึ้น เมื่อนำมาเลี้ยงสิ่งที่เราคิดต่อมาคือ จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง ในการเลี้ยงเพื่อเชิงการค้านั้นอาหารสำหรับจิ้งหรีดจึงเป็นสิ่งคัญเพราะจะช่วยให้จิ้งหรีดโตเร็ว แข็งแรง มีน้ำหนัก รสชาติอร่อย

อาหารจิ้งหรีดไก่อ่อน

อาหารจิ้งหรีดนั้นนิยมให้เป็นแบบอาหารสำเร็จรูป เช่นอาหารไก่อ่อน หรือทุกวันนี้มีอาหารสำหรับจิ้งหรีดออกมาขายโดยเฉาะ เช่น อาหารจิ้งหรีด G1 หรือ อาหารจิ้งหรีด G5 การให้อาหารควรจะบดละเอียดเพราะจิ้งหรีดเป็นแมลงตัวเล็กไม่สามารถกินอาหารเม็ดใหญ่ได้ครับ อาหารสำเร็จรูปนั้นควรจะมีส่วนผสมของโปรตีนอยู่ ส่วนมากแล้วจะให้อาหารจิ้งหรีดช่วงเวลาเช้าและเย็น การให้อาหารจิ้งหรีดส่วนมากจะให้อาหารอยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเกิดถึง 3 สัปดาห์จะให้อาหารที่เน้นการเจริญเติบโต แข็งแรง และช่วงที่สอง คือ หลัง 3 สัปดาห์ถึงจับขายจะให้อาหารที่เน้นเรื่องน้ำหนัก รสชาติจิ้งหรีด เน้นจิ้งหรีดสวยงาม

อาหารจิ้งหรีด ลดต้นทุน
ให้อาหารเสริมหรือพืชผักกับจิ้งหรีด เพื่อช่วยลดต้นทุน

 

อาหารจิ้งหรีดสำเร็จรูป

นอกจากอาหารสำเร็จรูปแล้วนั้นจิ้งหรีดยังสามารถกินอาหารอย่างอื่นได้ครับ ตามที่ได้บอกไปคือพืชผัก เศษหญ้า พักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง กล้วย ฟักทอง ได้หมดเลย แต่พืชพักนั้นต้องไม่มีสารเคมี จะทำให้จิ้งหรีดตายได้ครับ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าอาหารของจิ้งหรีด หลายๆฟาร์มจะมีการผสมอาหารกันเอง เช่นนำมันสำปะหลังผสมกับอาหารไก่ นำรำอ่อนผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือผสมกับกากมอลล์ ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

อาหารเสริมจิ้งหรีด

นอกจากการให้อาหารจิ้งหรีดตามปกติแล้ว ยังสามารถให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีดได้อีกทาง จุดประสงค์ของการให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีด เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร เพื่อเป็นกำบำรุงจิ้งหรีด เพื่อเป็นการเร่งการเจริญเติบโต เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจิ้งหรีดตายและอื่นๆ อาหารเสริมจิ้งหรีดนั้นจะใช้ไม่เหมือนกัน อยู่ที่จุดประสงค์ของแต่ละฟาร์ม บางฟาร์มอาจจะให้กากมอล หรือยีสย์หมัก รำอ่อน กากถั่วเหลือง พวกนี้จะช่วยลดค่าอาหารจิ้งหรีดได้ แต่เราก็ยังต้องให้อาหารหลักเมือนเดิมนะครับ แต่ให้ในปริมาณที่น้อยลง หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารเสริมชนิดที่เป็นน้ำ นำมาผสมกับน้ำให้จิ้งหรีดกิน หรือใช้ EM เป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็ว มีน้ำหนัก จิ้งหรีดไมตาย เพราะมีปัญหาว่าจิ้งหรีดจะชอบตายช่วงกั๊กหรือช่วงออกปีก ช่วงนี้อาจต้องดูแลจิ้งหรีดเป็นพิเศษ หากร้อนเกินไปจิ้งหรีดก็จะตายได้ ก็อาจฉีดน้ำพรม หรือเปิดพัดลมช่วย จิ้งหรีดในช่วงกั๊กนี้อาจจะให้อาหารเยอะขึ้นเพื่อช่วยให้แข็งแรงขึ้น ส่วนบางฟาร์มก็จะให้จิ้งหรีดกินพืชผักเป็นอาหารเสริม เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร เช่นฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง ใบกล้วย และพืชผักชนิดอื่นๆ แต่การให้ผักนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย จะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ ห้ามมีสารเคมีหรือสิ่งเจือปน หากจิ้งหรีดได้กลิ่นหรือกินเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้จิ้งหรีดตายได้

สั่งซื้อไข่จิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร

ปัจจุบันนี้ความต้องการของตลาดจิ้งหรีดนั้นมีเพิ่มมากขึ้น จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย และมีสารอาหารโปรตีนสูง หลายพื้นที่มีการเลี้ยงส่งขายมากขึ้น สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก สิ่งที่ง่ายคือจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง ทั้งขนม ใบไม้ ใบหญ้า ผลไม้ และพืชผักชนิดอื่น ๆ แต่สิ่งที่ยากคือ ต้องมีการควบคุมการให้อาหารและน้ำเพราะจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวง่าย พิชผักที่ให้กินนั้นต้องไม่มีสารพิษ หรือกลิ่นที่รุนแรง ถ้ามีจือปนแม้แต่นิดเดียวสามารถทำให้จิ้งหรีดตายกันหมดได้เลย

วันนี้ทาง ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงจิ้งหรีดมาฝากอีกเล่นเคยคือ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าจิ้งหรีดนั้นสามารถกินได้เกือบทุกอย่าง แต่อยู่ที่คนให้อาหารครับถ้าจิ้งหรีดกินอะไรเป็นอาหาร ผลผลิตออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น การให้กินฟักทองหรือกล้วย ก่อนที่จะนำออกขายนั้น ก็จะทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนักดี จิ้งหรีดตัวโต มีรสชาติอร่อย เอาล่ะครับมาเริ่มเข้าเรื่องการกันดีกว่า

การให้น้ำจิ้งหรีด

การให้น้ำจิ้งหรีดนั้นช่วยแรกเกิดจิ้งหรีดยังตัวเล็กและไม่แข็งแรงมากนัก การให้อาหารสามารถนำใบตองมาวางเรียงกันบนบ่อที่เลี้ยงเพื่อให้จิ้งหรีดออกมากินน้ำได้ง่าย หรือบางฟาร์มอาจจะให้น้ำจิ้งหรีดด้วยวิธีใช้ผ้าชุบน้ำ มาวางไว้ก็ได้ครับ ไม่ควรนำถาดน้ำหรือถาดอาหารที่มีความสูงมาวางเพราะจะทำให้จิ้งหรีดที่ตัวเล็กตกลงไปตายได้ครับ อีกวิธีที่ให้น้ำจิ้งหรีดได้คืออาจจะให้ด้วยสเปรย์ฉีดพ่นน้ำก็ได้ครับ เมื่อเราวางใบตองไว้บนตาข่าย หรือบนบ่อเลี้ยง ฉีดน้ำจากสเปรย์จะคล้ายกับละอองน้ำที่ไปเกาะอยู่บนใบตองทำให้เหมือนธรรมชาติมากครับ การฉีดพ่นละอองน้ำนั้นยังช่วงให้จิ้งหรีดคลายร้อนได้อีกด้วยครับ ทำในช่วงหน้าร้อนเพื่อให้จิ้งหรีดลดความเครียดได้ด้วยครับ

การให้อาหารจิ้งหรีด

การให้อาหารจิ้งหรีดสามารถทำได้หลายระยะ โดยในช่วงระยะแรกเกิดถึง3สัปดาห์นั้นจะให้อาหารผงละเอียด เนื่องจากช่วงนี้จิ้งหรีดยังตัวเล็ก กินอาหารเม็ดหรืออาหารชนิดอื่นลำบาก หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารไก่ก็อาจจะนำมาบดละเอียดก่อนได้ครับ บางฟาร์มอาจจะให้อาหารสำเร็จรูปก็ได้เช่นกันครับ แต่อาหารนั้นควรจะมีโปรตีนอยู่ที่ 21 % ครับ อาหารสำเร็จที่ให้ในระยะที่ 1 คืออาหาร เอราวัณ จี 1 แรกเกิดถึง 3 สัปดาห์ มีโปรตีนสูง มีความน่ากินย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้สูง อาหารในระยะที่ 2 อาหารเอราวัณ จี 5 ตั้งแต่3 สัปดาห์ถึงขาย เพิ่มสีสันเสริมความสมบูรณ์พันธุ์ ไข่ดก ควรให้น้อยๆ และบ่อยครั้ง

การให้อาหารเสริมจิ้งหรีด

อาหารเสริมนิยมให้จิ้งหรีดเพื่อเพิ่มความสวยงาม เพิ่มโปรตีนกับจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี ส่วนมากแล้วจะให้ช่วงก่อนนำจิ้งหรีดออกขายสัก 1 สัปดาห์ อาหารเสริมที่นิยมให้นั้นจะเป็น พืช ผัก ชนิดต่าง ๆ เช่น ฟักทอง กล้วย ใบมันสำปะหลัง ใบผักบุ้ง และผักชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน อาหารเสริมที่นิยมให้อีกอย่างคือ จุลินทรีย์และอาหารเสริมโกลด์ นาโนไคโตซาน จะช่วยให้แมลงจิ้งหรีดลอกคราบ ลอกปีกไดดี เพราะมีสารไคติน ช่วยเสริมสารเปลือกแมลงให้แข็งแรง โตเร็ว ลดความเครียด  ลดกลิ่นในบ่อเลี้ยง สุขภาพดีลดการตายของจิ้งหรีด และต้านทานโรคอื่นๆได้อีกด้วยครับ

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

อาหารจิ้งหรีดผสมเอง

จิ้งหรีดนั้นจะกินอาหารที่เยอะและกินสม่ำเสมอ เพื่อเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็วและสมบูรณ์ จึงควรให้จิ้งหรีดได้กินอาหารอย่างเต็มที่ แต่ราคาหารหารสำเร็จรูปที่ให้นั้นก็อาจจะแพงและต้องให้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการให้อาหารจิ้งหรีดคือบางฟาร์มจะนำส่วนผสมอย่างอื่นมาผสมกับอาหารหลักเพื่มลดต้นทุนของอาหารได้ครับ เช่น ใช้มันสำปะหลังหมักยีสต์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือใช้กากมอลล์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป ผสมกับอาหารไก่ การใช้รำอ่อนมาผสม เป็นต้น จะช่วยลงต้นทุนอาหารจิ้งหรีดได้และช่วยเพิ่มผลผลิตได้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและติดตามครับ เราเป็นน้องใหม่ในการเลี้ยงเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีแนวทางการเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดสารพิษ หากท่านใดที่อยากจะให้คำแนะนำก็สามารถติดต่อได้ครับ ขอบคุณครับ