suvinai, Author at supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
Author

suvinai

Browsing

Add Line วันนี้ส่งฟรีทันที

สวัสดีครับเพื่อนๆที่ติดตาม supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ทุกท่าน ทางฟาร์มได้มีการเพิ่มช่องทางการติดต่อผ่าน Line Official เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อและสั่งซื้อจิ้งหรีด ไข่จิ้งหรีด ได้สะดวกมากขึ้น  สำหรับการเพิ่มเพื่อนนั้นสามารถสแกน QR Code ด่านล่างนี้ได้เลยครับ

OR Code
QR Code Add line Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

สุดพิเศษสำหรับการเพิ่มเพื่อนใหม่กับฟาร์ม ทางฟาร์มมีโปรโมชั่นขอมอบคูปองโค้ดส่งฟรี ให้ในทันทีที่เพิ่มเพื่อน โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.เพิ่มเพื่อกับเราเป็นครั้งแรก จะได้รับข้อความและโค้ดส่งฟรี

2.ใช้โค้ดส่งฟรีได้ เมื่อซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ของฟาร์มเท่านั้นที่เว็บ www.supachaifarm.com

3.โค้ดคูปองเริ่มใช้งานวันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป และไม่มีกำหนดหมดอายุ แต่จะสามารถใช้คูปองส่งฟรีได้ 1 ครั้งต่อ 1 ท่านเท่านั้น

4.รายการส่งฟรีนี้สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะท่านที่เพิ่มเพื่อนมาในไลน์เท่านั้น

5.ทางฟาร์มขอสงวนสิทธิ์ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าหากมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขเงื่อนไข

วิธีการทอดทิ้งหรีดนั้นสามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก เนื่องจากจิ้งหรีดเป็นแมลงที่นิยมบริโภค มีสารอาหารโปรตีนสูง รสชาติอร่อย และจิ้งหรีดเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว มีคนหันมาเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนมาก ทั้งการขายจิ้งหรีดสด ขายจิ้งหรีดแช่แข็ง ขายไข่จิ้งหรีด หรือแม้แต่การทอดจิ้งหรีดขาย สามารถนำไปทอดขายตามตลาดนัด ตลาดถนนคนเดิน ตลาดใกล้บ้าน ควบคู่กับแมลงชนิดอื่นๆได้เช่น หนอน ดักแด้ ตั๊กแตน สะดิ้ง จิ้งโกร่ง และแมลงชนิดอื่นๆอีก การทอดแมลงขายจึงเป็นอาชีพที่รายได้ดี น่าลงทุน ส่วนสูตรการทองจิ้งหรีดนั้นก็ไม่ยากครับ ทดลองทำได้เลย

ส่วนประกอบในการทอด

-จิ้งหรีด 1-2 ขีด
-น้ำมัน
-ใบเตย,โหรพา,พริก
-กระทะ
-เตาแก๊ส หรือใช้แบบ ปิ๊กนิก ก็ได้ กรณีทอดกินเอง หรือ มีลูกค้าไม่มาก
-ตะแกรง ใช้ตัก
-ที่พักน้ำมัน จะเป็น หม้อ หรือภาชนะที่สามารถใช้รองได้

วิธีการทอดจิ้งหรีด

วิธีการทอดจิ้งหรีดให้อร่อย เริ่มจากการตั้งนำมันในกระทะ หรือหม้อทอดให้เดือด นำจิ้งหรีดลงในกระทะเนื่องจากจิ้งหรีดนั้น เป็นแมลงตัวเล็กและสุกง่าย ใช้เวลาทอดประมาณ 2-3 นาทีจิ้งหรีดจะกรอบพอดี และมีกลิ่นหอดออกมาชวนน่ากิน หากท่านใดที่ต้องการเพิ่มความอร่อย อาจจะใส่ใบเตยหรือใบโหระพาพริก ลงไปทอดด้วยหลังจากนั้นนำมาปรุงรสด้วยซอส พริกไทย หรือรสชาติต่างๆได้อร่อยนักแล

การตายของแมลงจิ้งหรีด

ปัญหาการตายของแมลงนั้นนับเป็นปัญหาใหญ่ และเป็นปัญหาที่สำคัญสำหรับกลุ่มคนเลี้ยงแมลงทั้งหลาย เพราะการตายนั้นจะทำให้ได้ผลผลิตที่น้อยลง กำไรที่ได้ก็จะน้อยตามไปด้วย หรือบางรายก็ไม่มีกำไรและขาดทุนไปเลย ไม่ว่าเราจะขายจิ้งหรีดสดหรือขายจิ้งหรีดแช่แข็ง ล้วนไม่อยากให้จิ้งหรีดตาย แมลงที่เลี้ยงนั้นไม่ว่าจะเป็น จิ้งหรีด จิ้งโกร่ง หรือชนิดอื่นๆล้วนมีสาเหตุการตายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคตาย หรือการตายโดยไม่มีสาเหตุ การตายของจิ้งหรีดนั้นหลักๆแล้วจะแบ่งเป็นช่วงอายุมีอยู่ประมาณ 3 ช่วงอายุคือ 1.ช่วงแรกเกิด 2.ช่วงวัยเจริญเติบโต 3.ช่วงตัวเต็มวัย โดยจะมีสาเหตุหลักๆของแต่ละช่วงดังนี้

จิ้งหรีดขาดน้ำตาย

จิ้งหรีดขาดน้ำตาย นับเป็นปัญหาแรกๆที่เราจะต้องพบเจอ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด หรือสำหรับคนที่เลี้ยงใหม่ๆ ปัญหาจิ้งหรีดขาดน้ำตายนั้น โดยมากแล้วจะพบเจอกับจิ้งหรีดในช่วงแรกเกิดเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าจิ้งหรีดช่วงแรกเกิดจะมีตัวที่ยังเล็กอยู่ยังไม่รู้จักการกินอาหาร เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะกินได้ในช่วงนี้ก็จะเป็นน้ำ ถึงแม้ว่าเราจะนำถาดใส่อาหารมาวางไว้แล้วก็ตาย เขาก็จะยังไม่รู้จักกิน หรือแม้แต่การวางเรียงแผงไข่ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเอง ในช่วงของจิ้งหรีดแรกเกิดนี้ หากเราเรียงแผงไข่ในบ่อเยอะเกินไปจนแน่น จะทำให้ลูกจิ้งหรีดขึ้นมากินน้ำ กินอาหารไม่ได้ และส่วนมากก็จะตายกันอยู่ที่ก้นบ่อเป็นจำนวนมากครับ

การแก้ปัญหาจิ้งหรีดขาดน้ำตาย คือในช่วงจิ้งหรีดแรกเกิดนี้เราจะให้น้ำเป็นส่วนใหญ่ อาหารเป็นส่วนน้อย อาหารที่ให้ในช่วงนี้ก็ต้องเป็นอาหารที่เป็นชนิดผงละเอียด หากเป็นอาหารจิ้งหรีดชนิดเม็ดใหญ่ ลูกจิ้งหรีดจะกินไม่ได้และตายเหมือนกัน การให้น้ำจิ้งหรีดจะนำน้ำใส่ในภาชนะที่ไม่ลึกมาก เช่นถาดพลาสติกที่มีขอบไม่สูง เพราะเมื่อลูกจิ้งหรีดลงไปกินน้ำแล้วสามารถออกมาจากถาดให้น้ำได้โดยง่าย ป้องกันการตกน้ำตายของลูกจิ้งหรีด บางรายจะใช้ผ้าหรือก้อนหินไว้ในถาดให้น้ำด้วย เพื่อป้องการไม่ให้จิ้งหรีดลงไปตายในถาดให้น้ำ

ทำไมจิ้งหรีดถึงตาย
จิ้งหรีดแรกเกิด ตายเยอะ เกิดจาก

จิ้งหรีดตายตอนกั๊ก

เป็นอีกหนึ่งคำถามที่มีหลายท่านถามกันเข้ามาเยอะมาก นั่นก็คือทำไมจิ้งหรีดตายตอนกั๊ก? จิ้งหรีดตายตอนกั๊ก หรือตอนติดปีกนั้น มักจะเกิดกับจิ้งหรีดในช่วงของวัยกำลังเจริญเติบโตคือก่อนจะเข้าสู่วัยผสมพันธุ์เขาจะเริ่มลอกติดปีก ในช่วงการติดปีกของจิ้งหรีดจะเรียกอีกชื่อคือช่วงกั๊กจะมีอยู่ 2 ช่วงคือ ช่วงกั๊กเล็ก และช่วงกั๊กใหญ่ ปีกของจิ้งหรีดจะลอกครอบคล้ายการใส่เสื้อกั๊กจึงเรียกว่าช่วงกั๊ก โดยในช่วงแรกคือที่เป็นวัยแรกเกิดก็มีการตายแล้ว ในช่วงกั๊กนี้ก็จะยิ่งมีการตายเพิ่มขึ้นอีก ปัญหาหลักๆของการที่จิ้งหรีดตายตอนกั๊กนั้นมีอยู่คือ จิ้งหรีดท้องอืดตาย จิ้งหรีดกัดกินกันเอง หรือสภาพอากาศร้อน

การแก้ปัญหาจิ้งหรีดตายตอนกั๊ก คือในช่วงนี้เป็นช่วงการเจริญเติบโตของจิ้งหรีด เพราะฉะนั้นแล้วจิ้งหรีดในช่วงนี้จะมีการกินอาหารเยอะมากกว่าปกติ ให้เท่าไหร่อาหารก็หมดแปบเดียว เราจึงต้องเร่งให้อาหารเพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าให้เยอะมากไปก็ไม่เป็นผลดีอีก เมื่อจิ้งหรีดกินเยอะแล้วไม่ย่อย ก็จะท้องอืดตายได้เช่นกัน แต่ถ้าเราให้อาหารน้อยเกินไปก็ไม่ได้อีก เพราะอย่างที่บอกว่า ในช่วงวัยนี้เป็นวัยเจริญพันธุ์และจะต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ถ้าสารอาหารไม่ครบหรือกินน้อยเกินไป ก็จะกัดกันเอง หรือสารอาหารไม่ครบก็จะทำให้จิ้งหรีดไม่แข็งแรง ไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อมีการลอกคราบหรือมีการติดปีก จะทำให้จิ้งหรีดตายได้เหมือนกัน ในบางฟาร์มที่เลี้ยงจะให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีดช่วงนี้เช่น พืชผัก ใบกล้วย และผักชนิดอื่นเพื่อช่วยให้จิ้งหรีดช่วงนี้ได้รับสารอาหารมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้จิ้งหรีดย่อยอาหารได้ดีด้วย หรือบางฟาร์มเองยังให้อาหารเสริมชนิดผสมน้ำอีกด้วย

จิ้งหรีดหงายท้องตาย

เป็นอีกหนึ่งปัญหาการตายของจิ้งหรีดในช่วงวัยเจริญเติบโต นั่นคือจิ้งหรีดหงายท้องตาย อยู่ๆก็หงายท้องตายชักกะแด่วๆตาย การตายแบบนี้นั้นก็มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน เช่น เป็นโรคต่างๆ โรคท้องน้ำ ท้องอืดกินอาหารเยอะก็หงายท้องตายได้ บ่อเลี้ยงเกิดแก๊ส สารเคมี อาหารเป็นพิษ หลายๆอย่างทำให้จิ้งหรีดหงายท้องตาย

การแก้ปัญหาจิ้งหรีดหงายท้องตาย ให้เราสังเกตดูก่อนว่าที่หงายท้องตายนั้นเพราะอะไร หากเกิดจากเพราะเป็นท้องน้ำตาย ต้องดูและแก้ไขเรื่องของน้ำ น้ำที่ให้จิ้งหรีดสะอาดหรือไม่ มีอะไรเจือปนหรือไม่ อาจจะงดให้น้ำโดยตรงเปลี่ยนเป็นการให้น้ำแบบใหม่ การให้ต้นกล้วยแล้วให้จิ้งหรีดดูดกินน้ำจากต้นกล้วยก็ได้ หรือบางฟาร์มที่ให้น้ำประปา ต้องดูว่าน้ำประปามีส่วนผสมของคลอรีนเยอะไปไหม จิ้งหรีดหงายท้องตายเพราะเกิดแก๊สในบ่อเลี้ยง สังเกตดูเลยหากว่าเอามือไปวางๆใต้บ่อเลี้ยงแล้วมีอาการร้อน นั้นอาจมาจากใต้บ่อเลี้ยงมีแก๊ส แล้วแก๊สนี้มาได้อย่างไรล่ะ? แก๊สมาจากการสะสมของมูลจิ้งหรีด การสะสมของอาหาร แก๊สมาจากการสะสมของอากาศที่ร้อน การแก้คืออาจจะให้อาหารที่ช่วยลดการเกิดแก๊สภายในบ่อ เช่นให้ต้นกล้วย พืชผักผลไม้ และเมื่อจับจิ้งหรีดแล้ว ให้ทำความสะอาดบ่อเลี้ยงและอุปกรณ์ กำจัดมูลจิ้งหรีดก็จะช่วยได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเลี้ยงจิ้งหรีดมาถึงช่วงวัยเจริญเติบโตนี้แล้วจิ้งหรีดกินอาหารเยอะจนไม่เหลือ แถวบ้านผมก็หาซื้ออาหารยี่ห้อที่เคยให้ไม่ จึงลองเปลี่ยนอาหารไปให้อีกยี่ห้ออื่น ปรากฏว่าจิ้งหรีดกินอาหารได้ 1 วันเท่านั้นวันที่ 2 หงายท้องตาย เนื่องจากอาหารแต่ละยี่ห้อที่ให้จิ้งหรีดกินมีส่วนผสมไม่เหมือนกัน รูป กลิ่น สี ก็ไม่เหมือนกัน อาการแบบนี้ก็ทำให้จิ้งหรีดหงายท้องตายได้

จิ้งหรีดตายตอนกั๊ก
จิ้งหรีดตายเกิดจากอะไร ทำไมจิ้งหรีดตาย
จิ้งหรีดตายหน้าร้อน

นอกจากการตายของจิ้งหรีดจากที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้น จิ้งหรีดยังสามารถตายได้จากหลายสาเหตุ เช่นตายเพราะโรคของจิ้งหรีด ระบบทางเดินอาหาร ตายเพราะจิ้งหรีดแตกไซด์ กัดกันเอง และตายเพราะสภาพอากาศได้ครับ เราจะเห็นได้ว่าในช่วงหน้าร้อนนั้นประเทศไทยเราจะร้อนมากๆ ขนาดคนเองก็ยังอยู่ลำบาก ประสาอะไรกับแมลงตัวเล็กๆอย่างจิ้งหรีด อากาศที่ร้อนจะเป็นปัจจัยทำให้เกิดปัญหาตามมาหลายอย่างเช่น ไข่จิ้งหรีดไม่ฟักตัว ไข่ฟ่อ ไข่จิ้งหรีดแห้ง ถ้าเป็นฟาร์มจิ้งหรีดที่มีหลังคาเป็นสังกะสีด้วยแล้ว จะยิ่งร้อนขึ้นอีก ในช่วงหน้าร้อนนี้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจะเกิดแก๊สภายในได้ง่าย อากาศร้อนจะทำให้จิ้งหรีดเครียด ไม่กินอาหาร ตัวไม่เต็มวัย ตัวเล็ก ไม่แข็งแรงและตาย

การแก้ปัญหาจิ้งหรีดตายหน้าร้อน อาจแก้ตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการวางโครงสร้างออกแบบทำโรงเรือนที่ได้มาตรฐาน โรงเรือนจิ้งหรีดหลังคาจะต้องสูงจากบ่อเลี้ยงประมาณ 3-4 เมตร ด้านข้างโรงเรือนมีการล้อมด้วยตาข่ายเขียวหรือสแลน เพื่อช่วยป้องกันแสงแดดจากด้านนอก ภายในโรงเรือนจิ้งหรีดอาจมีการติดตั้งพัดลมเพื่อช่วยระบายอากาศ การวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจะต้องวางห่างกันพอสมควรไม่แออัดจนเกินไปและเพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกในการเลี้ยง ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดอาจจะหาวัสดุมาวางเพื่อช่วยไม่ให้บ่อร้อนเช่น นำแกลบที่ฆ่าเชื้อราแล้วมาวางด้านล่างบ่อเลี้ยง หรือใบกล้วยเพื่อช่วยให้เป็นที่หลบซ่อน การวางถาดไข่ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ไม่ควรวางเยอะจนแน่นเกินไป ให้มีพื้นที่เพื่อจิ้งหรีดจะได้มีอากาศระบายมากขึ้น การลงเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงหน้าร้อนนี้ไม่ควรลงเยอะเกินไปจนแออัดกัน และจิ้งหรีดจะได้ตาย ในการเลี้ยงจิ้งหรีดช่วงหน้าร้อนนี้ต้องมีการฉีดน้ำพรมให้กับจิ้งหรีดด้วยเพื่อช่วยลดความร้อน อีกทั้งยังเป็นการให้น้ำจิ้งหรีดไปในตัว การฉีดน้ำพรมให้จิ้งหรีดโดยมากจะใช้สเปรย์ฉีดน้ำ ฉีดให้น้ำเป็นละออง ไม่ควรฉีดเยอะเกินไปจนบ่อเลี้ยงเปียกแฉะน้ำ เพราะจะทำให้บ่อเลี้ยงเกิดปัญหาเชื่อโรค และอื่นๆตามมา

สรุปเพิ่มเติม

เอาล่ะครับมาถึงตรงนี้ท่านก็พอจะทราบปัญหาต่างๆ และการตายของจิ้งหรีดกันไปบ้างแล้ว เราไม่ต้องคิดมากเรื่องจิ้งหรีดที่ตายไป แต่ให้คิดถึงจิ้งหรีดที่ยังรอดดีกว่า จิ้งหรีดตายเป็นเรื่องปกติ แต่จะทำอย่างไรถึงจะให้ตายน้อยที่สุด โดยเรียนรู้จากจิ้งหรีดที่ตายไปแล้วนั้น ถึงสาเหตุและวิธีแก้ปัญหา อย่างไรแล้วจิ้งหรีดก็เป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีคนนิยมเลี้ยงกันมาก และมีการบริโภคกันอย่างแพร่หลาย แมลงจิ้งหรีดก็เป็นแมลงที่ไม่ได้ตายง่ายเท่าไหร่หากเรามีการเลี้ยงและดูแลเป็นอย่างดี จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีอายุสั้น ประมาณ 45-50 วันเท่านั้น หากจิ้งหรีดไม่ตายใน 2 ช่วงแรกโดยธรรมชาติแล้วก็จะตายในช่วงสุดท้ายคือช่วงตัวเต็มวัย ฟาร์มเลี้ยงส่วนมากมีการจับขายจิ้งหรีดกันในช่วงตัวเต็มวัย เมื่อจิ้งหรีดวางไข่แล้วและจิ้งหรีดมีอายุประมาณ 40 วัน หลังจากจับขายแล้วจึงลงเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อๆไป อย่างไรก็ตามการจะลงเลี้ยงจิ้งหรีดทุกรุ่น เราควรจะต้องมีการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงและอุปกรณ์การเลี้ยง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียต่างๆ จะช่วยลดปัญหาการตายของจิ้งหรีดได้ในระดับหนึ่ง หากท่านใดที่ลงเลี้ยงแล้วยังไม่มีพันธุ์ไข่จิ้งหรีด สามารถติดต่อซื้อไข่จิ้งหรีดได้จาก supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ได้ครับ ไข่จิ้งหรีดจากฟาร์มเรานั้นเป็นไข่จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำทองแดง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากในปัจจุบัน ไข่จิ้งหรีดมีคุณภาพดี ไข่แน่น แข็งแรง ไข่ฟักออกเยอะ สามารถติดต่อซื้อไข่จิ้งหรีดได้โดยตรง ขอบคุณมากครับ

ซื้อไข่จิ้งหรีด

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด

จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีสารอาหารโปรตีนที่สูง มีความต้องการของผู้บริโภค เป็นแหล่งอาหารของโลกอนาคต อีกทั้งยังเป็นแมลงที่สามารถเลี้ยงได้ง่าย มีความต้องการของตลาด ในปัจจุบันนี้จึงมีหลายพื้นที่ที่นิยมเลี้ยงจิ้งหรีดกันมาก ในการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นสามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูนซีเมนต์ และบ่อไม้อัด โดยการเริ่มต้นเลี้ยงมีวิธีการอยู่ 2 แบบด้วยกันคือ 1. การเริ่มต้นเลี้ยงด้วยการนำพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์จิ้งหรีดที่ตัวเต็มวัยมาลงเลี้ยงในบ่อ การเตรียมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นั้น เลือกจิ้งหรีดที่มีสีเข้ม ตัวใหญ่ แข็งแรง มีอวัยวะครบทุกส่วน ใน1บ่อนั้นจะใช้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์จิ้งหรีดอยู่ประมาณ 1:3 ก็คือพ่อพันธุ์ 1 ส่วนและแม่พันธุ์ 3 ส่วนเมื่อนำลงเลี้ยงในบ่อแล้วสักระยะแม่พันธุ์จะเริ่มวางไข่ เราจะมีการรองไข่จิ้งหรีดและนำไข่นั้นไปใช้สำหรับเลี้ยงในรุ่นต่อไป 2. วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดวิธีนี้จะเริ่มด้วยการนำไข่จิ้งหรีดมาอบเพื่อให้ไข่ฟักออกมาเป็นตัวเล็กๆ และเริ่มเลี้ยงอนุบาลจิ้งหรีด วิธีการนี้เป็นที่นิยมในปัจจุบันนี้ เนื่องจากการใช้ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักออกมาแล้วจะได้ลูกจิ้งหรีดที่เยอะ ครั้งแรกเมื่อเริ่มต้นเลี้ยงจะต้องซื้อไข่จิ้งหรีดจากฟาร์มที่ ขายไข่จิ้งหรีด มาลงเลี้ยงและในเรื่องนี้จะมาแนะนำเพิ่มเติมว่าการเลือกซื้อไข่จิ้งหรีดนั้นดูรายละเอียดในเรื่องใดบ้าง

พันธุ์จิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดอันดับแรกเลยจะต้องมาดูกันว่า จิ้งหรีดที่เราจะเลี้ยงนั้นสายพันธุ์อะไร จิ้งหรีดนั้นมีอยู่หลายพันธุ์แต่ที่พบเห็นและที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดในประเทศไทยนั้นมีอยู่ 4-5 ชนิดคือ จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง จิ้งโกร่ง จิ้งหรีดทองลาย จิ้งหรีดเล็ก โดยรายละเอียดของแต่ละชนิดนั้นสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง ชนิดของจิ้งหรีด โดยแต่ละชนิดนั้นก็จะมีวิธีการเลี้ยงที่แตกต่างการเล็กน้อย และราคาก็แตกต่างกัน

ขายพันธุ์ไข่จิ้งหรีด
ไข่จิ้งหรีด อุบล คุณภาพดี แข็งแรง

ฟาร์มจิ้งหรีด

เมื่อเรารู้แล้วว่าจะต้องเลี้ยงจิ้งหรีดพันธุ์อะไร ต่อไปก็ดูว่าจะสามารถหาซื้อไข่จิ้งหรีดได้จากที่ไหน โดยการเลือกซื้อจากฟาร์มที่เลี้ยงจิ้งหรีดนั้นอยู่ก่อนแล้ว ปัจจัยการดูแต่ละฟาร์มคือ ฟาร์มน่าเชื่อถือหรือไม่ มีตัวตนจริงไหม ลักษณะของฟาร์มเป็นแบบไหน หากฟาร์มที่เลี้ยงนั้นดีก็จะทำให้เป็นที่รู้จักและสินค้าที่ขายมีความปลอดภัย ไข่จิ้งหรีดมีคุณภาพ

การรองไข่จิ้งหรีด

หากว่าเราดูจากฟาร์มจิ้งหรีดเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันเป็นเพียงปัจจัยแรกเท่านั้นที่จะพอรู้ได้ว่าไข่จิ้งหรีดนั้นดีหรือไม่ อีกปัจจัยในการเลือกซื้อไข่จิ้งหรีดก็คือ การรองไข่จิ้งหรีดของฟาร์มนั้นๆ ไข่จิ้งหรีดที่รองนั้นมีความสำคัญเพราะเราจะรู้ได้ว่ามีการรองไข่จิ้งหรีดวันไหน รองไข่กี่วัน ใช้ภาชนะอะไรรองไข่ หากว่าภาชนะที่ใช้รองไข่ไม่สะอาดมีเชื่อรา ก็จะทำให้ไข่จิ้งหรีดมีเชื่อราตามไปด้วย หรือแม้แต่จำนวนวันที่รองไข่เช่น ถ้าหากรองไข่หลายวันในรอบเดียวกัน จะทำให้ไข่จิ้งหรีดแตกตัวไม่เท่ากัน ไข่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน จนมีปัญหาเรื่องการแตกไซด์ได้ การใช้แกลบดำหรือดินในการรองไข่จิ้งหรีดก็ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื่อราเสียก่อน เช่นอาจจะตากแดด หรือนำขุยมะพร้าวไปต้มฆ่าเชื่อ ก็เป็นอีกวิธีที่จะทำให้ไข่จิ้งหรีดนั้นดีมุคุณภาพ ไม่มีหนอนและเชื่อรา

ราคาไข่จิ้งหรีด

ราคาของไข่จิ้งหรีดที่ขายในปัจจุบันนี้แต่ละฟาร์มนั้นจะไม่เท่ากัน โดยปกติจะขายเป็นขันหรือขายเป็นถาดก็แล้วแต่ฟาร์ม เป็นขันคือ ขันอาบน้ำพลาสติกบ้านเรานั้นล่ะครับ แต่ละฟาร์มจะมีวิธีการรองไข่ที่ไม่เหมือนกัน บางฟาร์มใช้ขันพลาสติกบางฟาร์มจะใช้ถาดรองไข่ ในการขายก็เอามาตักขายเป็นขันพลาสติก ราคาไข่จิ้งหรีดขายขันละ 50-100 บาท ก็แล้วแต่ละฟาร์ม

การฟักไข่จิ้งหรีด

ในการลงเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น 1 บ่อเลี้ยงขนาด 1.2*2.4 เมตรจะใช้ไข่จิ้งหรีดประมาณ 3 ขัน หากบ่อเล็กหรือบ่อใหญ่ก็ให้ลองคำนวณสัดส่วนประมาณนี้ หรือบางครั้งเราเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อซีเมนต์กลมๆ ก็อาจจะใช้ไข่จิ้งหรีด 1 บ่อต่อ 1 ขัน ทั้งนี้หากเราพิจารณาในหลายๆเรื่องนี้แล้วก็รับรองไม่ได้ครับว่าไข่จิ้งหรีดนั้นจะดีมีคุณภาพจริง แต่ก็ช่วยให้เราคัดกรองได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น บางครั้งซื้อไข่จิ้งหรีดไปแล้วก็ยังมีปัญหา ฟักไข่ไม่ออก เพราะในการฟักไข่จิ้งหรีดให้ออกนั้นมีปัจจัยด้านอื่นๆด้วยเช่น อุณหภูมิ ภาชนะที่บรรจุขณะฟักไข่ โดยปกแล้วนั้นการอบฟักไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาประมาณ 7-14 วันโดยการนำไข่จิ้งหรีดไว้ในถุงกระสอบแล้ววางไว้ในอุณหภูมิห้องทั่วไป ไม่ต้องมีวิธีการอะไรมากนักไข่จิ้งหรีดจะฟักออกปกติ

จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำทองแดง
พันธุ์จิ้งหรีดจาก ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล

Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ฟาร์มจิ้งหรีดของเรานั้นได้ให้ความสำคัญในทุกๆเรื่อง ในการเลี้ยงจิ้งหรีดให้มีคุณภาพ เช่นบ่อเลี้ยง อุปกรณ์การเลี้ยง มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออยู่อย่างสม่ำเสมอก่อนและหลังเลี้ยงจิ้งหรีดทุกรุ่น หรือแม้กระทั้งภาชนะในการรองไข่จิ้งหรีดของฟาร์มเองก็มีการทำความสะอาด บริเวณโดยรอบบ่อเลี้ยงและฟาร์มเลี้ยงมีการป้องกันสัตว์และศัตรูของจิ้งหรีด อาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อาหารที่ดีมีสารอาหารโปรตีนที่สูง นอกจากนั้นเรายังมีการให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีดด้วยการให้พืชผัก ผลไม้ ฟักทอง ผักบุ้งและผักชนิดอื่น เพื่อให้จิ้งหรีดนั้นแข็งแรง ตัวใหญ่ ไม่เป็นโรค เราคิดเสอมว่าหากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์แข็งแรง ก็จะทำให้ไข่จิ้งหรีดนั้นแข็งแรง มีคุณภาพ ไข่จิ้งหรีดฟักออกเยอะ ทั้งนี้ในฟาร์มของเรานั้นมีการขายไข่จิ้งหรีดคุณภาพดีนี้ด้วยเช่นเดียวกันในราคาขันละ 50 บาท ซื้อ5ขันแถม1ขัน ซื้อ10ขันแถม2ขัน เรารับรองได้ว่าไข่จิ้งหรีดของฟาร์มเรานั้นมีคุณภาพดีแน่นอน หากเอาไปแล้วมีปัญหาสามารถติดต่อมาได้เรายินดีเคลมให้ใหม่ และมีการแนะนำการเลี้ยงแนะนำการอบไข่จิ้งหรีดสำหรับมือใหม่

ซื้อไข่จิ้งหรีด

การขายจิ้งหรีด

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน สำหรับวันนี้นะครับทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ก็จะมาแนะนำหรือเป็นวิธีการหาลูกค้าในการขายจิ้งหรีดหรือสินค้าเกี่ยวกับจิ้งหรีด แต่โดยรวมแล้ววิธีการต่างๆนั้นยังสามารถนำไปปรับใช้กับการหาลูกค้าหรือการขายอะไรก็ได้ครับ เอาล่ะครับทำไมคนถึงหันมาเลี้ยงจิ้งหรีดกันมากขึ้น เนื่องจากว่าแมลงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย แมลงจิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าโปรตีนที่สูงมาก เป็นที่สนใจของทั้งภายในและต่างประเทศ เพราะในอนาคตอาจเป็นอาหารทางเลือกที่ดีที่สุดก็ว่าได้ ทั้งความต้องการบริโภคมากขึ้น จึงมีคนสนใจเลี้ยงมากขึ้นเพื่อเป็นรายได้เสริม หรือบางฟาร์มก็เลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพหลักมีรายได้ต่อเดือนก็หลักหมื่นถึงแสนกันเลยทีเดียวครับ

การหาลูกค้า

เอาล่ะครับเมื่อผู้คนสนใจที่จะเลี้ยงจิ้งหรีดกันแล้ว ผมเห็นหลายๆฟาร์มถามกับผมมาว่าเลี้ยงแล้วจะขายที่ไหน มีตลาดรองรับไหม หรือแม้แต่ว่าเลี้ยงมาได้สักระยะแล้วก็ยังไม่มีลูกค้า อยากหาตลาดขายส่งที่รับประจำ ก่อนหน้านี้ผมก็ได้เขียนบทความไปแล้วนั้นเรื่อง ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด ลองไปดูกันนะครับ ในการขายสินค้าต่างๆหรือจิ้งหรีดของเรานั้นจะมีการขายอยู่หลายวิธีหลายช่องทางมากครับ แต่ในบทความนี้จะมาแนะนำอยู่ 2 วิธีคือ การขายสินค้าแบบออนไลน์ และการขายสินค้าแบบออฟไลน์

การขายแบบออนไลน์

เป็นการขายที่สะดวกและรวดเร็ว ยิ่งในปัจจุบันนี้ทุกคนสามารถเชื่อมต่อกันได้ง่ายผ่านโลกโซเชียล การขายแบบนี้คนขายกับคนซื้อจะรู้จักกันหรือไม่ก็สามารถขายได้ โดยคนขายนั้นทำการประชาสัมพันธ์ หรือโฆษณาผ่านอินเตอร์เน็ต ส่วนคนซื้อนั้นเขาจะมีความสนใจ หรือมีความต้องการซื้อสินค้าอยู่ก่อนแล้วก็จะค้นหาเจอคนขายและทำการติดต่อซื้อขายกันครับ ส่วนวิธีการขายแบบออนไลน์นั้นก็มีอยู่เยอะมากๆ หลายช่องทางเช่นในโซเชียลมีเดีย facebook google youtube และอื่นๆ

การขายแบบออฟไลน์

การขายแบบนี้เป็นการขายรูปแบบเก่า คือมีการเจอกันเห็นหน้ากันการรับส่งจิ้งหรีดก็อาจจะมารับที่ฟาร์มเลี้ยง หรือการขายในตลาด การขายให้กับพ่อค้าคนกลาง ไม่ว่าจะเป็นขายปลีกหรือขายส่ง การหาลูกค้าแบบออฟไลน์นี้ก็เป็นการแนะนำจากคนรู้จักหรือเดินเข้าไปถามขายโดยตรงเลย

ขายจิ้งหรีดสด
supachai จิ้งหรีดฟาร์ม ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง
เทคนิคการหาลูกค้าและขายจิ้งหรีดแบบอื่นๆ

-เปลี่ยนบทสนทนาให้น่าสนใจ วิธีการนี้อาจจะเน้นไปทางออฟไลน์หน่อย เราลองนึกว่าถ้าเราคุยกับเพื่อนหรือคนอื่นๆส่วนมากแล้วจะคุยเรื่องอะไรกัน ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง ละคร เรื่องหวย เรื่องคนอื่น ลองให้เราเปลี่ยนเรื่องพวกนี้เป็นเราขายจิ้งหรีดให้กับเขากันไหม แต่ไม่ได้บอกว่าให้เราเสนอขายตรงๆ ผมขายจิ้งหรีด มีใครซื้อไหม อันนี้ก็เป็นวิธีที่ดูฮาร์ดคอร์ไปหน่อย ให้เราคุยเรื่องทั่วไปกับเพื่อนๆนั้นละครับ แต่ให้เราขายแบบอ้อมๆ อาจจะบอกว่าช่วงนี้ยุ่งมากเลยไม่ค่อยมีเวลาให้อาหารจิ้งหรีดตลอด พอเราเริ่มประเด็นขึ้นมาล่ะ เพื่อนๆก็จะถามว่าเลี้ยงจิ้งหรีดหรอ เห็นไหมล่ะครับเริ่มสนใจกันแล้วคราวนี้เราก็เข้าเนื้อเรื่องเลยว่า ขายจิ้งหรีดที่บ้านอย่างนั้นอย่างนี้ ขายสดๆจิ้งหรีดปลอดสารพิษเลี้ยงเองปลอดภัย ถ้ามีใครสนใจเดี่ยวเราเอามาขายให้กิโลละเท่านั้นเท่านี้ ก็เป็นการเข้าเรื่องของเราได้ดีและมีคนสนใจกับจิ้งหรีดของเราแล้วใช่ไหมล่ะครับ

-คีย์เวิร์ดนั้นสำคัญที่สุด อันที่จริงเรื่องนี้อาจต่อจากเรื่องข้างบนนะครับ เราลองนึกถึงว่าคนที่พูดเรื่องต่างๆได้ยาวๆ เช่นพูดในงานต่างๆทำไมพวกนี้เขาพูดได้ดี เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ ก็อย่างที่บอกครับเวลาเราพูดอะไรกับใครจะเป็นเรื่องที่ยาวหรือบางครั้งหลุดนอกประเด็นให้เรานึกเสมอว่า เรากำลังขายจิ้งหรีด นั่นคือคีย์เวิร์ดทองคำที่จะต้องจำให้ขึ้นใจ ไม่ว่าเราจะพูดนอกเรื่องแค่ไหนให้เราดึงประเด็นเข้ามาในคีย์เวิร์ดให้ได้

-อย่าตัดสินใจแทนลูกค้า ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่เลี้ยงจิ้งหรีดและกำลังจะหาลูกค้า อาจจะเดินถามขายตามหมู่บ้านหรือขายตามตลาด หลายคนจะคิดว่า คนนั้นคงไม่ซื้อหรอก คนนี้ไม่มีเงินซื้อหรอก หรือคิดว่าเราขายแพงไปไหมลูกค้าไม่มีเงินซื้อ ซึ่งบางครั้งแล้วเราไม่สามารถตัดสินใจแทนลูกค้าได้หรอกครับ เขาจะซื้อหรือไม่ก็ให้เขาตัดสินใจเอง เราแค่ทำหน้าที่นำเสนอขายให้ดีที่สุดนั่นล่ะครับ

-เปลี่ยนคนไม่รู้จักให้เป็นลูกค้า วิธีการนี้สามารถใช้ได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์  เช่นสมมุติถ้าเราไปตลาดหรือเห็นคนขายจิ้งหรีดทอดอยู่ เรายังไม่รู้จักเขาเราอาจจะเดินเข้าไปถามเลยว่ารับซื้อจากที่ไหน ราคาแพงไหม และเราอาจจะเสนอขายจิ้งหรีดฟาร์มเราให้เขา บอกว่าจิ้งหรีดนี้เลี้ยงเอง จับขายตลอด ปลอดภัย จิ้งหรีดตัวใหญ่ สนใจจะรับจากฟาร์มเรามาขายดูไหม อะไรประมาณนี้ หรือถ้าเราขายแบบออนไลน์ ส่วนมากแล้วเราจะไม่รู้จักลูกค้าหรอกครับ วิธีการขายแบบนี้คือต้องสร้างความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ เช่นถ้าขายในเฟสบุ๊คก็อาจจะปรับแต่งรูปภาพหรือโปรไฟล์ให้ดูดี มีรูปน่าสนใจมีข้อมูลครบ

-ขายโดยที่ไม่ต้องขาย วิธีการนี้ฟังดูแปลกๆไม่ต้องขายแล้วจะทำยังไง? อย่างที่บอกล่ะครับ ถ้าหากว่าเราสร้างความน่าเชื่อถือความไว้วางใจจากลูกค้าแล้ว ไม่ว่าทางไหนลูกค้าจะจดจำเรานั่นเองครับ ช่วงแรกอาจจะยากหน่อยแต่ถ้าลูกค้าเขารู้จักเราแล้วครั้งต่อไปเขาจะติดต่อมาซื้อกับเราเอง หรือบางครั้งเขาจะบอกต่อคนอื่นๆให้มาซื้อกับเราครับเรียกว่าไวรอลนั่นเอง

เอาล่ะครับนี่ก็เป็นเทคนิควิธีการต่างๆในการหาลูกค้าเพิ่มเติม ฟาร์มไหนที่พึ่งเปิดใหม่หรือนานแล้วยังไม่มีลูกค้าหรือต้องการหาลูกค้าเพิ่มก็ลองใช้วิธีพวกนี้ดูได้ครับ ความจริงแล้วการหาลูกค้าและการขายจิ้งหรีดไม่มีวิธีที่ตายตัวเสมอไปหรอกครับ ยังมีตลาดและลูกค้าอีกหลายวิธีให้เราหาข้อมูลและติดต่อดูนะครับ และสำหรับท่านที่ต้องการไข่จิ้งหรีดคุณภาพดีไปเลี้ยงสามารถติดต่อเข้ามาได้เลยนะครับทางฟาร์ม ขายไข่จิ้งหรีด ตลอดพร้อมส่งราคาขันละ 50.- ขอบคุณมากครับ

 

ขายจิ้งหรีดที่ไหนดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ สำหรับบทความนี้ผมจะมาแนะนำเรื่องราวเกี่ยวกับ ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด กันครับเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นแนวทางให้กับคนที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีด หรือท่านที่เลี้ยงมาสักระยะแล้ว แต่ยังหาตลาดขายส่งจิ้งหรีดไม่ได้ หรือบางท่านที่ต้องการที่หาแหล่งรับซื้อจิ้งหรีดเพิ่มเติม

ในการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดสำหรับมือใหม่นั้น ไม่ได้ยาก แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ว่าเลี้ยงจิ้งหรีดแล้วจะขายที่ไหน ผู้เลี้ยงใหม่ยังไม่มีใครรู้จัก ตลาดก็ไม่มี คงสู้เจ้าใหญ่ๆเขาไม่ได้ มีผู้เลี้ยงใหม่หลายรายที่ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ อันที่จริงแล้วไม่ว่าเราจะทำอะไร ขายอะไรก็แล้วแต่ช่วงแรกนั้นไม่มีใครรู้จักเราอยู่แล้วล่ะครับ ให้เราเริ่มต้นค้นหาตลาดใกล้บ้าน หรือแหล่งที่เรารู้จักก่อน หลังจากนั้นจะเริ่มมีคนแนะนำและมีการบอกต่อกัน จนเป็นที่รู้จักกันในที่สุด เมื่อเป็นที่รู้จักแล้วการขายจิ้งหรีดของเรานั้นก็เป็นหน้าที่เราว่าจะมีการขายแบบไหนบ้าง สำหรับวิธีการขายจิ้งหรีดนั้นก็มีอยู่ไม่กี่วิธีด้วยกันไปดูกันเลยครับ

วิธีการขายจิ้งหรีด

วิธีจำหน่ายมีหลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อว่าต้องการซื้อแบบไหน โดยปกติจะมีการจำหน่ายในลักษณะ ดังนี้

  1. นับจำนวนตัวขาย จะขายร้อยละประมาณ 30-40 บาท วิธีนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการคัดเลือกและนับขายเป็นตัว หลายฟาร์มที่เป็นฟาร์มใหญ่จะทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก
  2. ชั่งน้ำหนักขาย จะขายกิโลกรัมละประมาณ 100-200 บาท แล้วแต่ฟาร์มหรือตลาดด้วย เช่นบางช่วงที่เป็นฤดูฝน ฤดูหนาว จิ้งหรีดจะมีการโตช้า และปัญหาหลายอย่าง จิ้งหรีดช่วงนี้จะหายากและทำให้ราคาแพงขึ้น การขายจิ้งหรีดแบบชั่งขายเป็นกิโลนั้นได้รับความนิยมพอสมควร เนื่องจากเป็นการประหยัดเวลา
  3. จำหน่ายเป็นพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีด (1 ชุด = 10 บาท) ตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 3 ตัว การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นบางฟาร์มอาจใช้วิธีการนำพ่อแม่พันธุ์ลงในบ่อเลย เป็นอีกวิธีที่เลี้ยงง่ายเพราะ จิ้งหรีดโตแล้ว มีภูมิคุ้มกันมากกว่าการเริ่มเลี้ยงจากตัวอ่อน แต่การขายพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีดแบบนี้ก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างยากเมื่อลูกค้าอยู่นอกพื้นที่ หรือคนละจังหวัดจะมีการจัดส่งที่ลำบากเพราะต้องส่งแบบตัวเป็นๆ วิธีการนี้จึงไม่ค่อยนิยมสักเท่าไหร่ จะใช้วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยการใช้ไข่จิ้งหรีด
  4. การขายไข่จิ้งหรีด เป็นอีกวิธีในการสร้างมูลค่าที่ได้จากจิ้งหรีด เพราะก่อนจับจิ้งหรีดขาย หลายฟาร์มจะมีการรองไข่จิ้งหรีดและ ขายไข่จิ้งหรีด ในราคาขันละ 50-100 บาทแล้วแต่ฟาร์ม สำหรับคนเริ่มต้นเลี้ยงใหม่ๆ จะนิยมซื้อไข่ไปฟักและเริ่มต้นเลี้ยง
  5. ขายจิ้งหรีดเป็นบ่อ วิธีการนี้เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมเช่นกัน เหมาะกับฟาร์มใหญ่ ๆ เป็นที่รู้จักกับพ่อค้าแม่ค้า และจะมารับซื้อถึงที่ฟาร์ม โดยใช้วิธีเหมาทั้งบ่อ เรื่องราคาก็ตกลงกันว่าบ่อละประมาณเท่าไหร่ ทางฟาร์มจับให้หรือพ่อค้าจับเอง
เลี้ยงจิ้งหรีดขายที่ไหน
ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด ภาคอีสาน supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด

1.ตลาดท้องถิ่น

  • ตลาดระหว่างผู้เลี้ยงและผู้บริโภคในพื้นที่ (บ้านใกล้เคียง) จะซื้อขายกันโดยตรง คือผู้ซื้อจะซื้อที่บ่อเลี้ยง การซื้ออาจจะเป็นรายย่อย 1-2 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม หรือมากกว่า แล้วนำไปประกอบอาหารทันที การบริโภคเป็นไปได้ ทั้งภายในครอบครัวหรือเพื่อสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน
  • ตลาดของฝาก บ่อยครั้งที่พบเห็นในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีด จะมีลูกหลานที่ไปทำงานต่างจังหวัดหรือ กรุงเทพมหานคร เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านหรือกลับบ้านมักจะชอบซื้อจิ้งหรีดคั่วนำติดตัวกลับไปที่ทำงาน นำกลับไปกินเอง หรือซื้อเป็นของฝาก เป็นต้น
  • ตลาดรวมท้องถิ่น ในพื้นที่บางแห่งจะมีเกษตรกรที่เป็นแม่ค่ำทำหน้าที่จัดซื้อรวบรวมจิ้งหรีดทุก ๆ เช้า เพื่อทำการแปรรูปเองแล้วส่งให้แม่ค้ำขายปลีกในเมือง หรือรวบรวมจิ้งหรีดเพื่อจัดส่งให้แม่ค้ำขายปลีกในเมืองนำไปทำการแปรรูป

2.ตลาดกลาง

เป็นตลาดที่รับซื้ออยู่ในตัวเมืองหรือแหล่งชุมชนใหญ่ ๆ เมื่อทำการรวบรวมจิ้งหรีดแล้วส่งไปตามแหล่งรับซื้อจิ้งหรีด กรุงเทพใหญ่ ๆ ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด ภาคเหนือ ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด ภาคอีสาน ตลาดไท ตลาดโรงเกลือ ตลาดกลางขอนแก่น ตลาดใหญ่ภายในจังหวัด เป็นต้น

3.ตลาดเชิงอุตสาหกรรม

เป็นการขายให้กับบริษัทหรือโรงงานโดยตรง จะมีการรับซื้อจากเกษตรกรโดยตรง หรือรับซื้อจากตลาดกลางก็ได้ เช่น สถาบันวิจัยและฝึกอบรม การเกษตรสกลนคร สถานบันเทคโนโลยีราชมงคล จังหวัดสกลนคร จะรับซื้อจิ้งหรีดที่สด (จิ้งหรีดมีชีวิต) สำหรับทำจิ้งหรีดอัดกระป๋อง เพื่อจำหน่ายต่างประเทศ

4.ตลาดต่างประเทศ

การขายจิ้งหรีดส่งออกไปต่างประเทศนั้นนับเป็นความฝันของฟาร์มหลายๆแห่ง เนื่องจากได้ราคาที่ค่อนข้างสูงมากกิโลกรัมละ 1000-2000 บาทเลยทีเดียว บริษัทใหญ่ในต่างประเทศนั้นจะนำจิ้งหรีดไปแปรรูปเป็น จิ้งหรีดผง เค้กจิ้งหรีด เส้นสปาเก็ตตี้จิ้งหรีด และอาหารแปรรูปจากจิ้งหรีดได้อีกหลายอย่าง แต่การจะขายจิ้งหรีดส่งออกไปต่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ยากสำหรับฟาร์มเลี้ยงเล็กๆอย่างเรา เพราะจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมินมาตรฐานหลายอย่าง

ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด
ราคาจิ้งหรีด ตลาดไท แหล่งซื้อขายจิ้งหรีดปลีกส่ง
Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ในช่วงการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดช่วงแรกนั้น เราต้องยอมรับว่าถ้ายังไม่มีลูกค้า ถ้ายังไม่มีใครรู้จัก ให้พยายามเข้าถึงลูกค้าทั้งแบบออฟไลน์และแบบออนไลน์ ต้องแนะนำหมู่บ้าน หรือบ้านใกล้ๆ หรือสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ให้เป็นที่รู้จักเสียก่อน หลังจากนั้นพ่อค้าแม่ค้า หรือตลาดรับซื้อจิ้งหรีดจะเข้ามาหาเราเอง ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ของเรานั้นเป็นฟาร์มจิ้งหรีดขนาดเล็กๆ ก็ได้เริ่มจากที่ยังไม่มีลูกค้า ก็ได้ใช้วิธีเข้าหาลูกค้าหลายวิธีเช่นเดียวกัน ผมเชื่อว่าแม้จะมีฟาร์มจิ้งหรีดใหม่ๆพึ่งเปิด แต่ก็อย่าพึ่งหมดหวังครับ ตลาดจิ้งหรีดยังไปได้อีกไกล

แหล่งขายจิ้งหรีด

เอาล่ะครับนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ผมได้แนะนำตลาดรับซื้อจิ้งหรีด สำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงหรือฟาร์มที่ต้องการขยายตลาดเพิ่มลองนำไปปรับใช้กับฟาร์มดูนะครับ หรือท่านอาจจะค้นหาข้อมูลแหล่งรับซื้อขายจิ้งหรีดเพิ่มเติมได้จากกูเกิ้ล โดยค้นหาคำว่า ราคา จิ้งหรีด ตลาด ไท ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด โคราช ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด สุโขทัย ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด ขอนแก่น ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด อุบล ตลาดจิ้งหรีด pantip ในเรื่องของเทคนิคการทำตลาดแต่ละกลุ่ม และการขายจิ้งหรีดปลีกส่งที่ละเอียดกว่านี้นั้นเอาไว้ผมจะมาเขียนแนะนำใหม่ในบทความต่อไปนะครับ สำหรับเรื่องนี้ขอขอบคุณที่ติดตามครับ สวัสดีครับ

 

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

สวัสดีครับเพื่อนๆทุกท่าน สำหรับวันนี้นั้นทางเว็บ supachaifarm.com จะมาเขียนบทความแนะนำ หรือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ก็แล้วกันนะครับ มีหลายๆท่านที่ถามกันมาว่า ถ้าเราเลี้ยงจิ้งหรีดแล้วกี่วันจึงจะรองไข่ได้ หรือมีวิธีการยังไงบ้างที่เราจะรู้ว่าจิ้งหรีดที่เราเลี้ยงจะวางไข่ช่วงวันไหน

ระยะเวลาของการวางไข่ของจิ้งหรีดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกันครับ เช่นพันธุ์จิ้งหรีดที่เลี้ยง ในปัจจุบันนี้ที่เห็นนิยมเลี้ยงกันมากจะเป็น จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ จิ้งหรีดพันธุ์ทองลาย จิโกร่ง แต่ละสายพันธุ์จะมีการเจริญเติบโตไม่เหมือนกัน แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการเติบโตเต็มวัยประมาณ 45-60 วัน ส่วนอีกปัจจัยที่มีผลในการวางไข่ของจิ้งหรีดนั้นคือ สภาพความเป็นอยู่ ลักษณะบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด หากว่าบ่อเลี้ยงเล็กเกินไป มีจิ้งหรีดในบ่อเยอะจะทำให้จิ้งหรีดแออัดกัน เกิดความเครียด หรือปัญหาการกัดกันเอง อาหารที่จิ้งหรีดกิน มีสารอาหารมากน้อยเพียงพอต่อการเจริญเติบโตหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลทำให้จิ้งหรีดมีการวางไข่ที่ไม่เท่ากันด้วย

รองไข่จิ้งหรีดกี่วัน

อย่างที่ไปบอกไปแล้วนั้นว่า จิ้งหรีดจะสามารถวางไข่ได้ก็ต่อเมื่อจิ้งหรีดต่อเต็มวัยเท่านั้น เพราะสามารถจะสืบพันธุ์และวางไข่ได้ การเจริญเติบโตของจิ้งหรีดนั้นจะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 3 ช่วงระยะคือ ช่วงระยะไข่ ช่วงระยะตัวอ่อน และช่วงระยะตัวเต็มวัย (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ วงจรชีวิตจิ้งหรีด) ช่วงจิ้งหรีดตัวเต็มวัยนี้แหละครับที่จิ้งหรีดจะเริ่มวางไข่ หากเราจะนับวันโดยปกติจะเป็นช่วงอายุประมาณ 40 วัน

หากเป็นเช่นนั้นเราจะนับวันตั้งแต่การเริ่มเลี้ยง และพอถึง 40 วันให้เรารองไข่ได้เลยแบบนั้นก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าได้บอกไปแล้วในช่วงแรกว่า การวางไข่ของจิ้งหรีดอาศัยปัจจัยภายนอกด้วย เช่นในบางช่วงอากาศร้อนเกินไป หรือบางช่วงอากาศหนาวเกินไป หรือจิ้งหรีดกินอาหารไม่เพียงพอ จะส่งผลทำให้จิ้งหรีดโตยังไม่เต็มวัยนั้นเอง

การสังเกตุจิ้งหรีด

วิธีสังเกตง่ายๆอีกวิธีว่าจิ้งหรีดพร้อมจะวางไข่หรือยัง นั้นคือหากจิ้งหรีดที่ตัวโตเต็มวัยแล้วตัวผู้จะมีการส่งเสียงร้อง การส่งเสียงของจิ้งหรีดเพศผู้จะใช้วิธีใช้ปีกคู่หน้าเสียดสีกันจึงเกิดเป็นเสียงขึ้น เสียงของจิ้งหรีดเพศผู้นี้จะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์แล้ว จิ้งหรีดเพศผู้จะส่งเสียงอยู่ครู่หนึ่ง หากว่าจิ้งหรีดเพศเมียพอใจกับเพศผู้ที่ส่งเสียง จิ้งหรีดเพศเมียก็จะขึ้นคร่อมบนตัวผู้เพื่อผสมพันธุ์

สังเกตว่าหากเราได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องวันแรก ให้เรานับเวลาไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์ให้เราเตรียมภาชนะมารองไข่จิ้งหรีดได้เลย ในช่วงเวลา 1 สัปดาห์นี้จิ้งหรีดจะผสมพันธุ์กันและจิ้งหรีดเพศเมียจะใช้เวลาในการตั้งท้อง หรือบางครั้งหากจิ้งหรีดมีการเจริญเติบโตที่ดีอาจจะใช้เวลาเร็วกว่านี้ ให้เราสังเกตอีกอย่างคือ จิ้งหรีดจะเริ่มกินอาหารน้อยลง เช่นเราให้อาหารปริมาณเท่าเดิมในช่วงเช้า ตอนเย็นอาหารจะเหลือมากขึ้น เพราะจิ้งหรีดจะเอาเวลาหาที่วางไข่อยู่นั่นเองจะเริ่มกินน้อยลง หรือบางครั้งจิ้งหรีดเพศเมียอาจจะเอาเข็มวางไข่ยื่นออกมาใส่ตรงนั้นตรงนี้ ยื่นออกมาใส่ที่ให้น้ำ ยื่นออกมาใส่ถาดไข่ นั่นแสดงว่าจิ้งหรีดพร้อมวางไข่เต็มที่แล้ว ให้เราเอาภาชนะมาวางรองไข่ได้เลย

รองไข่จิ้งหรีดกี่วัน
รองไข่จิ้งหรีดกี่วัน supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

 

การรองไข่จิ้งหรีด

การรองไข่จิ้งหรีดนั้นอาจจะใช้ภาชนะที่ไม่สูงมากนัก เพราะจิ้งหรีดจะได้เข้าไปได้สะดวก ส่วนมากจะใช้ขันอาบน้ำพลาสติกใส่ดินผสมแกลบดำไว้ภายในขันพลาสติก หรืออาจจะใช้ถาดพลาสติกแทนก็ได้ การรองไข่จิ้งหรีดนั้นจะเป็นการเลือกพันธุ์ไว้เลี้ยงในรุ่นต่อไป หรือเป็นการจำหน่ายก็ได้ หากว่าเราใช้ไข่จิ้งหรีดจากบ่อเดิมเลี้ยงหลายรุ่นจนเกินไปจะทำให้จิ้งหรีดมีปัญหา เช่น จิ้งหรีดตาย จิ้งหรีดโตช้า หรือปัญหาอื่นๆ เพราะสายเลือดจิ้งหรีดฟาร์มเดียวกันเลี้ยงหลายรุ่นเกินไปหรือที่เราเรียกกันว่า เลือดชิด นั่นเอง การแก้ปัญหาจิ้งหรีดเลือดชิดนี้ให้ใช้พันธุ์ไข่จิ้งหรีดจากฟาร์มอื่นมาลงเลี้ยงแทน จะได้จิ้งหรีดที่แข็งแรงขึ้น จึงเป็นที่มาของการรองไข่จิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายนั่นเอง

ขายไข่จิ้งหรีด

โดยปกติจะมีการขายไข่จิ้งหรีดกันในราคาขันละ 50-100 บาทแล้วแต่ละพื้นที่ ฟาร์มของเรา supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ก็ได้มีการรองไข่จิ้งหรีดขายอยู่เรื่อยๆ ในราคาขันละ 50 บาทหากท่านใดสนใจสามารถสั่งซื้อไข่จิ้งหรีดกันได้เลยครับ

สั่งซื้อไข่จิ้งหรีด

บางท่านที่กำลังสนใจเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหาร หรือเพื่อขาย อาจจะยังไม่ทราบว่าจิ้งหรีดที่เราต้องการเลี้ยงนั้นมีกี่ชนิด กี่ประเภทและจะเลี้ยงจิ้งหรีดชนิดไหนจึงจะเป็นที่ต้องการของตลาด จิ้งหรีดเป็นแมลงที่สามารถพบเห็นได้ทั่วโลก จะมีลักษณะสีสัน ขนาดรูปร่าง การอยู่อาศัยแตกต่างกัน แล้วแต่พื้นที่  และสภาพแวดล้อม ในประเทศไทยของเรานั้นพบเห็นจิ้งหรีด ที่สามารถนำมาเพาะเลี้ยงได้ประมาณ  5 สายพันธุ์ ดังนี้

จิ้งโกร่ง

จิ้งโกร่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brachytrupes partentosus Licht จิ้งโกร่งนี้จะมีชื่อที่เรียนแตกต่างกันแล้วแต่ละพื้นที่ เช่น ในภาคกลางจะเรียกว่า จิ้งโกร่ง จิโปม จิ้งหรีดโกร่ง จิ้งหรีดหัวโต ในภาคอิสานนั้นจะเรียกว่า จิล้อ จิโปม กิหล่อ ส่วนทางภาคเหนือนั้นจะเรียกว่า จิกุ้ง จิ้งโกร่งนั้นถือได้ว่าเป็นจิ้งหรีดประเภทที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ที่พบเห็นในประเทศไทย โดยจะมีขนาดลำตัวกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร ลำตัวจะมีสีน้ำตาล อกปล้องแรกนั้นจะมีลักษณะคล้ายปลอกคอแยกออกจากปล้องที่ 2 และ 3 อย่างเห็นได้ชัด จิ้งโกร่งจะชอบอาศัยอยู่ในดิน ใช้การขุดรูสร้างรัง หรือรอยแตกในดิน ไม่ชอบการอยู่รวมกัน มีนิสัยดุ กัดได้ จะมีการขยายพันธุ์ได้ช้ากว่าชนิดอื่น เพราะมีการวางไข่ปีละครั้งในช่วงต้นฤดูฝน

จิ้งหรีดทองดำ

จิ้งหรีดทองดำ มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Gryllus bimaculatus De Geer จัดเป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิโหลน หรือ กิโหลน โดยลักษณะแล้วตัวเต็มวัยจะมีขนาดลำตัวกว้างประมาณ 0.6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.7 เซนติเมตร ตัวเมียนั้นจะมีอวัยวะสำหรับวางไข่ยื่นออกมาจากส่วนท้อง เป็นปลายแหลมยาวคล้ายเข็ม และจะมีหางสั้นๆ 2 เส้นสำหรับเป็นอวัยวะที่ช่วยในการเคลื่อนไหว ตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย ตัวผู้จะมีปีกคู่หน้าบนมีลายหยักย่นอย่างเห็นได้ชัด จะส่งเสียงร้องโดยการใช้ปีกคู่หน้าถูสีกัน ส่วนตัวเมียลายปีกจะตรงเรียบ จิ้งหรีดทองดำนั้นจะมีสีดำ สีทอง สีอำพันผสมกัน จะมีจุดที่สามารถสังเกตอย่างได้ชัดเจนคือจะมีจุดสีเหลืองบริเวณโคนปีกคู่แรก ปีกละ 1 จุดรวมเป็น 2 จุด

จิ้งหรีดทองแดง

จิ้งหรีดทองแดง หรือเรียกอีกอย่างว่า จิ้งหรีดบ้าน มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Gryllus testaceus Walker เป็นจิ้งหรีดที่มีขนาดกลาง ในบางพื้นที่นั้นอาจเรียกต่างกัน เช่น จินาย อิเจ๊ก จิ้งหรีดม้า หรือจิ้งหรีดบ้าน ตัวเต็มวัยมีขนาดลำตัวประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.0 เซนติเมตร ลำตัวจะมีสีน้ำตาล เพศผู้นั้นสีตัวจะเข้มกว่าเพศเมีย ที่ส่วนหัวเหนือขอบตาบนแต่ละด้านจะมีแถบสีเหลือง มีลักษณะคล้ายหมวกแก๊ป จิ้งหรีดทองแดงนี้เป็นจิ้งหรีดที่มีความว่างไวมาก และมีสีสันสวยงามกว่าชนิดอื่น

จิ้งหรีดทองลาย

จิ้งหรีดทองลาย มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Acheta domestica Linnaeus เป็นจิ้งหรีดที่มีขนาดเล็กกว่าชนิดอื่น ในบางพื้นที่นั้นจะเรียกต่างกันไป เช่น จิ้งหรีดน้อย จิ้งหรีดทองลาย จิ้งหรีดทองลายเล็ก แมงสะดิ้ง หรือกินาย จิ้งหรีดชนิดนี้จะมีขนาดกว้างประมาณ 0.4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.0 เซนติเมตร จะมีสีน้ำตาลคล้ายกับจิ้งหรีดทองแดงแต่จะมีขนาดที่เล็กกว่า ปีกนอกมีลายสีเหลืองอ่อนเป็นทางยาวขนานไปกับลำตัว ปีกค่อนข้างสั้น บินไม่ได้ เคลื่อนไหวช้า นุ่มนวล กินอาหารเก่ง มีอัตราการขนายพันธุ์และการเลี้ยงที่ง่าย รอดตายสูงกว่าจิ้งหรีดชนิดอื่น

จิ้งหรีดเล็ก

จิ้งหรีดเล็ก มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Gryllus testaceus Walker เป็นจิ้งหรีดที่มีขนาดเล็ก จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิ้งหรีดผี แอ๊ด หรือจิลอน้อย ทางภาคอิสานจะเรียก จิลอ บักแอ๊ด โดยลักษณะตัวจะมีขนาดเล็กลำตัวกว้างประมาณ 0.3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร จะมีลักษณะลำตัวบางเรียว ปีกจะยาวกว่าลำตัว กระโดดได้ไกลมาก ชอบอาศัยแบบหลบซ่อน

ในการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นต้องศึกษาก่อนว่าแต่ละประเภทนั้นชอบอาศัยความเป็นอยู่สภาพแวดล้อมแบบไหน บางพื้นที่ก็ไม่เหมาะกับการเลี้ยงจิ้งหรีด แต่บางฟาร์มก็สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้ทุกพันธุ์ โดยตลาดทั่วไปแล้วจิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงกันมากคือ จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง จิ้งหรีดทองลาย จิ้งโกร่งซึ่งราคาที่ ซื้อขายจิ้งหรีด แต่ละชนิดก็แตกต่างกันแต่โดยรวมแล้วจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-150 บาท

 

การแปรรูปจิ้งหรีด

เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดีในการแปรรูปจิ้งหรีด นั้นคือนำจิ้งหรีดมาทอดกรอบและอบกรอบ โดยมากแล้วเราจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าทอดขายจะมีแมลงชนิดอื่นอีก ขายแมลงทอดถ้ามีตลาดหรือมีเจ้าประจำอยู่แล้วนับว่ารายได้ดีครับ จิ้งหรีดทอดกรอบนั้นยังนิยมนำมาปรุงแต่งเป็นรสต่างๆ เพื่อความอร่อยเช่นรสปาปริก้า รสสาหร่าย รสบาบีคิว รสซอส และจะทอดใส่ใบมะกรูด ใบโหระพา พริก ได้เช่นกัน

ประโยชน์ของจิ้งหรีด จิ้งหรีด 100 กรัม จิ้งหรีดเป็นแมลงกินได้ที่มีคุณค่าสารโภชนาการสูง ได้แก่ โปรตีน 12.9 กรัม ไขมัน 5.5 กรัมแคลเซียม 75.8 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 9.5 มิลลิกรัมโดยเฉาะโปรตีนสามารถทดแทนเนื้อสัตว์อื่นๆได้ จิ้งหรีดจึงมีความต้องการทางตลาดค่อนข้างสูง

การบริโภคแมลงจิ้งหรีด

รูปแบบของการบริโภคแมลงนั้น สามารถทำได้ 2 วิธีคือการบริโภคโดยตรงและนำไปเป็นส่วนผสมกับอาหารชนิดอื่น การบริโภคโดยตรงทำได้โดยการนำจิ้งหรีดมาคั่ว ทอด หรืออบความร้อน การคั่วและอาการอบกรอบจะทำไมไม่มีไขมัน และนำมาปรุงรส และอีกวิธีของการบริโภคคือใส่เป็นส่วนผสมของอาหารอย่างอื่น เช่นแกง ผัด นำมาผลิตเป็นจิ้งหรีดผงได้อีกด้วย

จิ้งหรีดอบกรอบ
ขายจิ้งหรีดอบกรอบ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

 

วิธีทำจิ้งหรีดทอดกรอบ

ขั้นตอนวิธีทำจิ้งหรีดทอดกรอบ ให้นำจิ้งหรีดสดหรือจิ้งหรีดต้มสุกแล้วมาทอดใช้ไฟอ่อนปานกลาง ถ้าเป็นจิ้งหรีดสดควรล้างน้ำให้สะอาดก่อน ในการทอดใช้ตะแกรงคนให้เข้ากันใส่ใบมะกรูดหรือใบเตยลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอมน่ารับประทาน เมื่อจิ้งหรีดแห้งกรอบแล้วตักมาพักให้แห้งน้ำมัน หลังจากนั้นจึงนำมาปรุงรสด้วยซอส รสดี และผงปรุงรสชนิดอื่น

วิธีทำจิ้งหรีดอบกรอบ

ขั้นตอนวิธีทำจิ้งหรีดอบกรอบ ให้นำจิ้งหรีดที่ต้มสุกแล้ว ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ มาใส่ถาดนำเข้าเครื่องอบ การอบใช้อุณหภูมิประมาณ 50 องศา อบนานต่อเนื่องกันประมาณ 3-4 ชั่วโมง หลังจากจิ้งหรีดแห้งกรอบแล้วนำมาปรุงรสด้วยรสดี หรือซอส เพื่อรสชาติและความอร่อย จิ้งหรีดอบกรอบและจิ้งหรีดทอดกรอบจะเป็นวิธีทำให้จิ้งหรีดมีอายุการรักษาที่นานขึ้น นำมาบรรจุใส่ถุงซิป ถุงละประมาณ 100-300 กรัม ราคาขายจิ้งหรีดอบกรอบอยู่ที่ถุงละ 100-300  บาท

ขายจิ้งหรีดอบกรอบ

จำหน่ายจิ้งหรีดอบกรอบจาก supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล แพ๊คขนาด 100 กรัม ราคาแพ๊คละ 100 บาท มีการจัดส่งทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่ต้องการซื้อเป็นจำนวนมากหรือนำไปขายต่อ จะให้ราคาพิเศษ การสั่งซื้อจิ้งหรีดอบกรอบสามารถสั่งซื้อได้จากเพจเฟสบุ๊คหรือคลิ๊กปุ่มด้านล่างนี้เลยครับ

สั่งซื้อจิ้งหรีดอบกรอบ

การนำพันธุ์จิ้งหรีดลงในบ่อ

วิธีการทำให้ได้ลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนมีขนาดเท่ากันทั้งภาชนะ ขั้นตอนคือจิ้งหรีดทองแดงทองดำ พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ ผสมพันธุ์กันแล้ว และแม่จิ้งหรีดท้องแก่พร้อมวางไข่ลงดิน นิยมนำจิ้งหรีดพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ท้องแก่ในปริมาณเท่ากับ1:2 คือ ตัวผู้ : ตัวเมีย 5 : 10 ตัว หรือ 10 : 20 ตัว ลงเลี้ยงในบ่อ โดยมีการวางภาชนะสำหรับไว้รองไข่ ในภาชนะรองไข่เป็นแกลบดำผสมดินร่วนซุย เมื่อลงเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด ระยะเวลาประมาณ 5-7 วัน จิ้งหรีดตัวเมียจะวางไข่ใส่ภาชนะที่ได้เตรียมไว้ ถือว่าจะให้ลูกจิ้งหรีด 1 รุ่น แล้วจึงย้ายจิ้งหรีดพ่อ-แม่พันธุ์ที่เหลือออกไปลงภาชนะรองไข่ในบ่อชุดใหม่ต่อไป แต่วิธีการแบบนี้ก็ยังมีจุดอ่อนที่เมื่อลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนแอมาจากไข่ก็จะไม่พร้อมกัน เนื่องจากไม่ถูกวางลงดินต่างวันกัน มีผลทำให้ลูกจิ้งหรีดตัวอ่อนในแต่ละระยะทำให้มีที่ไม่เท่ากัน ลูกจิ้งหรีดตัวที่โตกว่าจะรังแกตัวเล็กกว่า ซึ่งอ่อนแอกว่าอย่างแน่นอน เข้ากฎธรรมชาติข้อที่ ว่า “ผู้ที่เข้มแข็งย่อมอยู่รอด ผู้ก่อนแอต่อมตายไป เมื่อลูกจิ้งหรีดถูกรังแก จะทำให้ไม่กินอาหาร หรือกินน้อย จึงทำให้ตัวเล็กกว่า

การรองไข่จิ้งหรีด

ในการแก้ปัญหาเรื่องลูกจิ้งหรีดตัวอ่อน ในภาชนะเดียวกันมีขนาดไม่เท่ากัน คือให้เอาจำนวนวันที่ต้องการเลี้ยงจิ้งหรีดพ่อแม่พันธุ์ คือ เวลา 5 วัน ไปคูณกับจำนวนพ่อ พันธุ์ แม่พันธุ์ คือ 10 : 20 ตัว จะได้อัตราส่วนพ่อพันธุ์ 50 ตัว : แม่พันธุ์ท้องแก่ 100 ตัว นำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ท้องแก่ทั้ง 150 ตัว เลี้ยงในบ่อและเตรียมภาชนะสำหรับรองไข่ที่ลงดินแล้ว และวันรุ่งขึ้นเวลาเดิมที่นำพ่อ-แม่พันธุ์ลงดินให้รีบย้ายพ่อ-แม่ พันธุ์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ออก (อาจตายไปบ้างเล็กน้อยตามธรรมชาติ) ไปลงในบ่อเลี้ยงที่เตรียมภาชนะรองไข่ชุดใหม่ ทำอย่างนี้ซ้ำไปเรื่อย 5 วัน จึงปลดระวางพ่อ-แม่พันธุ์ที่เหลือไปเป็นจิ้งหรีดเหยื่ออาหารสัตว์ หรือจิ้งหรีดอาหารคนรับประทาน ด้วยเทคนิคพิเศษแบบนี้จะทำให้ได้ลูกจิ้งหรีด ตัวอ่อนที่ฟักตัวออกมาจากไฟที่มีขนาดตัวเท่ากันหมด มีที่หลงขนาดไม่เกิน 25% ตามทฤษฎี

คล้ายกับเป็นการรองไข่เพียงแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นต่อไข่แต่ละชุด ในกรณีที่ใช้ภาชนะรองไข่ปากกว้าง ข้ามวันให้ย้ายกระบะดินที่มีไข่ในดินไปไว้ในภาชนะที่จะใช้อนุบาลลูกจิ้งหรีดตัวอ่อน แล้วให้นำกระบะดินพร้อมดินร่วนซุยชุดใหม่มาลงแทน ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนครบ 5 วันต่อการรองไข่จิ้งหรีดแต่ละรุ่น นอกจากการรองไข่จิ้งหรีด ที่จะช่วยให้ลูกจิ้งหรีดโตขนาดเท่ากันแล้ว การเลี้ยง การให้อาหารจิ้งหรีด ก็มีส่วนด้วยเช่นกัน บางครั้งอาจให้อาหารในปริมาณน้อยทำให้ลูกจิ้งหรีดกินอาหารไม่ทั่วถึง ก็ส่งผลให้ลูกจิ้งหรีดตัวโตไม่เท่ากันอีกด้วย

การอบไข่จิ้งหรีด

หลังจากที่เรารองไข่จิ้งหรีดไปแล้วนั้น เราจะได้ไข่จิ้งหรีดชุดเดียวกัน มีอายุการฟักเท่ากัน ขั้นตอนในการอบไข่จิ้งหรีดนี้ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่เราสามารถควบคุมได้ควบคุมอัตราการเกิด ควบคุมการฟักตัวของไข่จิ้งหรีด แล้วเราจะควบคุมอย่างไร สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ในขั้นตอนการอบไข่จิ้งหรีดนั้นคือ อุณหภูมิภายใน และความสม่ำเสมอของอุณภูมิ การอบไข่ของจิ้งหรีดจะนิยมนำไข่มาใส่ถุงกระสอบพลาสติก คล้ายกับกระสอบปุ๋ยครับ แต่ไม่แนะนำให้นำกระสอบปุ๋ยหรือกระสอบอาหารมาใช้อบไข่จิ้งหรีด เพราะเป็นกระสอบที่ใช้แล้วและมีการปนเปื้อนของเชื้อราอยู่ หากต้องใช้กระสอบจากถุงอาหารจริงก็ให้นำกระสอบไปล้างทำความสะอาดให้ดีก่อนและนำไปตากแดดสัก 1-2 วันเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคหรือเชื้อรา

อบไข่จิ้งหรีดอย่างไร
การฟักไข่จิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

 

ในขั้นตอนของการอบไข่จิ้งหรีดนี้ให้เรานำไข่จิ้งหรีดใส่ถุงกระสอบ ไม่ควรใส่ไข่จิ้งหรีดปริมาณเยอะๆ เพราะจะทำให้ไข่จิ้งหรีดภายในทับถมและทำให้ได้รับความร้อนไม่เท่ากันครับ ให้ใส่ไข่จิ้งหรีดปริมาณ 5-10 ขันพลาสติกต่อ 1 ถุงกระสอบ หากเราต้องการอบไข่จิ้งหรีดเยอะๆให้ใช้วิธีแยกถุงกระสอบหลายๆถุงก็ได้ครับ หลังจากนั้นให้เราปิดปากถุงกระสอบโดยไม่ต้องปิดแน่นมาก ให้ปิดพอหลวมนิดหน่อยเพื่อให้อากาศเข้าไปได้นั่นเอง แล้ววางถุงกระสอบไว้ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่เราได้เตรียมไว้ ให้เราเขียนวันที่ไว้ที่ข้างกระสอบด้วยว่าเราเริ่มอบไข่วันไหน และไข่จิ้งหรีดจะฟักออกวันไหน เราจะได้ไม่ลืมครับ โดยปกติแล้วการฟักของไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฟักประมาณ 7-14 วัน เอาล่ะคราวนี้เรามาดูกันว่าสิ่งที่เราควบคุมได้คืออุณหภูมิภายใน เราจะเช็คโดยการหมั่นตรวจสอบทุก 2-3 วันหลังจากเริ่มอบไข่จิ้งหรีด เราจะมาเปิดดูว่าไข่จิ้งหรีดเริ่มมีการฟักตัวออกมาหรือยัง หากยังไม่มีการฟักตัว ให้เราจับถุงกระสอบพลิกไปพลิกมา เขย่าเล็กน้อยเบาๆ เพื่อให้จิ้งหรีดมีการสลับด้านหากเราไม่สลับและอบไข่ไว้ด้านเดียว ไข่จิ้งหรีดก็จะฟักตัวไม่พร้อมกัน หรืออาจจะไม่ฟักตัวเลย วิธีการพลิกถุงกระสอบนี้จะเป็นการความส่ำเสมอของอุณหภูมิภายในเท่ากันอีกด้วย ไม่ร้อนด้านเดียวนั่นเอง

เมื่อเราสลับด้านถุงกระสอบแล้ว ให้เราใช้มือจับดูไข่จิ้งหรีดด้วยว่ามีความร้อนชื้นเกินไปหรือไม่ หากพบว่าอุณหภูมิร้อนเกินไปไข่ก็อาจจะไม่ฟัก ให้เราฉีดน้ำพรมเล็กน้อย หรือถ้าพบว่าภายในไข่จิ้งหรีดแห้งเกินไป ก็ฉีดน้ำพรมได้เช่นกัน ไม่ควรฉีดน้ำเยอะเกินไปจนเปียกแฉะจะทำให้ไข่จิ้งหรีดไม่ฟักตัวได้อีกเช่น วิธีการอบไข่จิ้งหรีดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญในการควบคุมเพื่อให้ได้ลูกจิ้งหรีดมีขนาดตัวที่เท่ากันครับ

 

การอนุบาลลูกจิ้งหรีด

เมื่อลูกจิ้งหรีดเริ่มฟักตัวแล้ว ให้เราเปิดปากกระสอบที่ใช้อบไข่จิ้งหรีด หลังจากนั้นลูกจิ้งหรีดจะเริ่มไต่ออกมาจากกระสอบ ลูกจิ้งหรีดช่วงนี้จะมีขนาดตัวเล็กมากคล้ายๆมด การดูแลจิ้งหรีดในช่วงนี้จะค่อยข้างยากหน่อยต้องดูแลให้ดี การให้น้ำจิ้งหรีดในช่วงนี้ให้ใช้ภาชนะใส่น้ำที่ไม่ลึกเกินไป เพราะถ้าจิ้งหรีดลงไปกินน้ำจะขึ้นมาจากภาชนะไม่ได้และตายครับ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำวางให้จิ้งหรีดแทน ลูกจิ้งหรีดจะมากินน้ำจากผ้าที่ซึมน้ำอยู่ และการให้อาหารจิ้งหรีดในช่วงนี้ก็ยังไม่ต้องให้อาหารที่เยอะ หรือให้อาหารไม่ต้องเม็ดใหญ่ ควรจะเป็นอาหารที่บดละเอียด ลูกจิ้งหรีดจะกินอาหารได้ง่าย

การดูแลจิ้งหรีด
การดูแลจิ้งหรีดแรกเกิด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล
การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

หลังจากที่เราอนุบาลลูกจิ้งหรีดไปได้สักประมาณ 7-14 วันจิ้งหรีดจะเริ่มกินอาหารที่มากขึ้น ในช่วงนี้ควรให้อาหารเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการทำให้จิ้งหรีดมีขนาดตัวเท่ากัน ถ้าหากเราให้อาหารไม่เพียงพอ จะมีจิ้งหรีดที่กินอาหารไม่ทันเพื่อน ตัวจะโตไม่เท่ากัน และมีปัญหาตามมา ถ้าเป็นไปได้ให้เราเสริมด้วยอาหารเสริมอีกก็ได้ หรือบางฟาร์มใช้วิธีให้พืชผัก เช่น ฟักทอง กล้วย ผักบุ้ง และอื่นๆเพื่อเป็นการลดค่าอาหารไปในตัว สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด วิธีเหล่านี้ก็เป็นแนวทางสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีด หรือปัญหาจิ้งหรีดตัวโตไม่เท่ากันครับลองเอาไปปรับใช้ดูครับ

กงล้อมหาสนุก

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ก็มีกิจกรรมและโปรโมชั่นสำหรับเดือนพฤษภาคมมาฝากกันอีกแล้ว ในเดือนนี้จะมีกิจกรรมหมุนกงล้อเพื่อสุ่มรับส่วนลดและแถมฟรี ชื่อกิจกรรมกงล้อมหาสนุก ในการซื้อไข่จิ้งหรีดแช่แข็ง หรือไข่จิ้งหรีดโดยรางวัลนั้นจะมีส่วนลด 20-50 บาทใช้ลดราคาซื้อจิ้งหรีดกับทางฟาร์ม รางวัลฟรีค่าจัดส่งสินค้า รางวัลซื้อ 1 แถม 1 ฟรี รางวัลฟรีไข่จิ้งหรีด 5 ขัน และรางวัลฟรีจิ้งหรีดแช่แข็ง 5 กิโลกรัม โดยมีเงื่อนไขการเล่นกิจกรรมนี้คือ ทุกคนสามารถเข้าเล่นได้ทุกวันจำกัดสิทธิ์ 1 คนต่อวันเท่านั้น หากไม่ได้รางวัลก็สามารถเข้ามาเล่นใหม่อีกครั้งได้ในวันถัดไป หากได้รับรางวัลระบบจะส่งอีเมล์ไปแจ้ง ผู้ร่วมสนุกสามารถถ่ายภาพแคปหน้าจอหน้าที่ได้รับรางวัลส่งมาใช้สิทธิ์ได้ทันทีในเพจ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล https://www.facebook.com/supachaifarms ทั้งนี้ในการร่วมสนุกทางเราจะให้กรอกข้อมูลชื่อและอีเมล์เพื่อใช้ในการรับสิทธิ์ขอให้กรอกข้อมูลตามความเป็นจริง หากเราพบว่าผู้ร่วมสนุกมีการโกงไม่ว่าทางใด ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้รางวัลกับคนนั้น กิจกรรมกงล้อมหาสนุกนี้ทางฟาร์มจะเปิดให้ร่วมสนุกได้ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 ถึง 18 พฤษภาคม 2563 เท่านั้น เงื่อนไขอื่นๆอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามความเหมาะสม ทางฟาร์มขอไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือสามารถติดตามข่าวสารได้จากเพจเฟสบุ๊คตลอดเวลา

 

เลี้ยงจิ้งหรีดมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

จิ้งหรีด แมลงกินได้ชนิดหนึ่งที่นอกจากจะเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารแล้ว ประโยชน์ของการเลี้ยงจิ้งหรีดยังมีอีกหลายอย่าง วันที่ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลจะมาแนะนำครับว่าจิ้งหรีดนั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง

เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาหาร

1.เพื่อใช้เป็นอาหารของมนุษย์โดยตรง จิ้งหรีดเป็นแมลงกินได้ที่มีคุณค่าสารโภชนาการสูง จิ้งหรีดในปริมาณ 100 กรัม มีคุณค่าสารโภชนาการอาหาร ได้แก่ โปรตีน 12.9 กรัม ไขมัน 5.5 กรัม แคลเซียม 75.8 มิลลิกรัม และธาตุเหล็ก 9.5 มิลลิกรัม โดยเฉาะโปรตีนสามารถทดแทนเนื้อสัตว์อื่นๆได้ เมื่อเทียบกับโปรตีนจากสัตว์ชนิดอื่นๆ อีกทั้งจิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง เช่น จิ้งหรีดทอดกรอบ จิ้งหรีดคั่ว และอื่นๆ

2.เพื่อเป็นอาหารสัตว์หรือส่วนผสมของอาหารสัตว์ จิ้งหรีดนอกจากจะเป็นอาหารของคนแล้ว ยังสามารถนำมาเป็นอาหารให้กับสัตว์ได้อีกด้วย เนื่องจากจิ้งหรีดมีโปรตีนที่สูง เหมาะแก่การนำไปเป็นอาหารเสริมให้ไก่ หาร์มเลี้ยงกบ หรืออาหารให้ปลาเป็นเหยื่อตกปลา หรือสัตว์ชนิดอื่นๆ

เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อรายได้

3.เพื่อเป็นอาชีพเสริมให้กับครอบครัว การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยาก สามารถเลี้ยงได้ในระดับครัวเรือนไว้เป็นอาหาร โดยจะใช้พื้นที่ในบ้านแยกเลี้ยงเป็นโรงเรือนเล็กๆ การเลี้ยงนั้นอาจจะใช้แรงงานจากคนในบ้านเอง เช่นคนชรา หรือผู้ที่ไม่มีงานทำ เพราะสามารถเลี้ยงจิ้งหรีดควบคู่ไปกับงานอย่างอื่นได้ เมื่อเลี้ยงจิ้งหรีดถ้าเหลือจากินเองยังสามารถแบ่งขายได้ตามหมู่บ้านและคนที่สนใจใกล้บ้าน เป็นอาชีพและรายได้เสริมให้กับครอบครัว และนอกจากจะขายจิ้งหรีดแล้ว ยังสามารถขายไข่จิ้งหรีดได้อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้วการ ขายไข่จิ้งหรีด จะแบ่งขายเป็นขัน ราคาขันละประมาณ 50-100 บาท

4.เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาชีพ อย่างที่ทราบกันแล้วว่า จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่คนมีความต้องการบริโภค การเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยาก ใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 35-45 วัน ก็สามารถขายได้ อาชีพเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นทางเลือกให้กับคนทั่วไป คนพิการ หรือคนชรา หากเลี้ยงในฟาร์มที่ใหญ่เป็นการส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ได้ด้วย

5.เพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรมอาหารหรือเพื่อการผลิตเชิงพานิชย์ จิ้งหรีดนั้นมีความต้องการทางตลาดที่สูงมาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ การแปรรูปจิ้งหรีดส่งออกต่างประเทศจะได้ราคาสูงกิโลกรัมละ 1000-2000 บาท จิ้งหรีดสามารถแปรรูปได้หลายอย่าง เช่น จิ้งหรีดทอดกรอบ จิ้งหรีดอัดกระป๋อง ผงจิ้งหรีด เส้นพาสต้า คุกกี้จิ้งหรีด โดยการขายตลาดต่างประเทศนั้นจะต้องผ่าน GAP ของฟาร์มผลิตเสียก่อน

เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่ออนุรักษ์

6.เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรม จิ้งหรีดส่วนมากแล้วสามารถพบได้ตามธรรมชาติ โดยจะอาศัยตามทุ่งหญ้า โพร่งดิน ส่วนมากแล้วพบได้ตามพื้นที่เขตร้อน เช่นประเทศไทยอาจพบได้เยอะทางภาคเหนือและภาคอิสาน การเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นช่องทางหนึ่งในการรักษาและอนุรักษ์ไว้เป็นการเพิ่มผลผลิตของสายพันธุ์จิ้งหรีดอีกด้วย

7.เพื่อลดการใช้สารเคมี จิ้งหรีดนั้นมีความไวต่อการรับรู้สารเคมีเป็นอย่างมาก บริเวณฟาร์มเลี้ยงหรือโรงเรือนจิ้งหรีด ต้องไม่มีสารเคมี การเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นช่องทางหนึ่งเพื่อลดการใช้เสารเคมีได้เช่นกัน เพราะการนำอาหารเสริมมาให้กับจิ้งหรีดเช่น พืช ผัก แตงกวา ฟักทอง สิ่งเหล่านี้จะต้องไม่มีสารเคมี หรือการใช้ยาฆ่าแมลงเด็ดขาด

เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อสันทนาการ

8.เพื่อความเพลิดเพลิน จิ้งหรีดนั้นสามารถส่งเสียงออกมาได้โดยการใช้ปีกคู่หน้าเสียดสีกัน การเลี้ยงจิ้งหรีดไว้เพื่อให้เกิดเสียงอาจเลี้ยงในปริมาณที่ไม่มาก เหมาะแก่การดูเล่นหรือฟังเสียง เป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับคนแก่ หรือคนที่ว่างงาน

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ได้ง่ายและไม่ได้ยาก แต่สำหรับคนที่สนใจและกำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น อาจมีหลายคำถาม เช่นการทำบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การเลือกซื้อไข่และพันธุ์จิ้งหรีด การให้อาหาร และอื่นๆ วันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงได้มีบทความมาตอบคำถามต่างๆสำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด

1.คำถาม จิ้งหรีดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทใด

คำตอบ จิ้งหรีดจัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีปากเป็นแบบปากกัด ขาคู่ หลังใหญ่และแข็งแรง กระโดดเก่ง สามารถทำเสียงร้องโดยใช้ขอบของปีกคู่ หน้าสีกัน พบได้ในทุกภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะในเขตร้อนชื้น จิ้งหรีดมีหลายชนิดและมีขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดของจิ้งหรีด

2.คำถาม จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมีที่ชนิด

คำตอบ จิ้งหรีดที่เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในประเทศไทยมี 4 ชนิด

  • จิ้งหรีดทองดำ มี3สี คือ สีดำ สีทอง และ สีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัด คือ จะมีจุดเหลืองที่โคน ปีก 2 จุด
  • จิ้งหรีดทองแดง มีลำตัวสีน้ำตาล เพศผู้ มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบน แต่ละด้านมีแถบสีเหลือง มองดูคล้ายหมวกแก๊ป มีความว่องไวมาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกว่า จินาย อิเจ็ก จิ้งหรีดม้า เป็นต้น
  • จิ้งหรีดเล็ก มีขนาดเล็กที่สุด มีสีน้ำตาล บางท้องที่เรียกว่า จิลอ จิ้งหรีดผี หรือบางที่เรียกว่าแอ๊ด ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าเท่านั้น
  • จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่ มีสีน้ำตาล ชอบอยู่ในรูลึก โดยจะขุดดินสร้างรังอาศัยได้เอง และมีพฤติกรรมชอบอพยพย้ายที่อยู่เสมอ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น จิโป่ม จิลอ เป็นต้น
อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

3.คำถาม จิ้งหรีดชอบอาศัยอยู่ที่ใด

คำตอบ จิ้งหรีดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคันนา ทุ่งหญ้า สนามหญ้า และ ตามรอยแตกของดิน รูใต้ดิน

4.คำถาม วงจรชีวิตของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ วงจรชีวิตของจิ้งหรีด แบ่งแยกได้เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะไข่ ไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลือง รวมกันเป็นกลุ่มในดิน ลักษณะยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน
  • ระยะตัวอ่อน ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักตัวออกเป็นตัวอ่อน จิ้งหรีดวัยอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ จะมีตัวเล็กๆลักษณะคล้ายมด และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า ระยะใส่เสื้อกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาวระยะตัวอ่อนพันธุ์จิ้งหรีดทองดำใช้เวลาประมาณ 36 – 40 วัน แต่ถ้าพันธุ์ทองแดงใช้เวลาประมาณ 40 – 50 วัน จึงจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย
  • ระยะตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถ แยกเพศได้ชัดเจน เพศผู้จะมีปีกคู่หน้าย่น ปีกคู่หน้าปีกขวาจะทับปีกขาย สำหรับเพศเมียจะมีปีกคู่หน้าเรียบ ปีกซ้ายทับปีกขวาและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนทอง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัย จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 – 60 วัน

5.คำถาม จิ้งหรีดมีเสียงได้อย่างไร

คำตอบ จิ้งหรีดมีเสียงโดยการทำเสียง โดยยกปีกคู่หน้าขึ้น ใช้ขอบของโคนปีกซ้ายถูหรือสีกับฟันซี่เล็กๆ ที่เรียงกันเป็นแถวที่โคนด้านในของปีกขวา มีจังหวะเสียงจากการโยกตัว ลักษณะเสียงจะบ่งบอกถึงพฤติกรรมในการสื่อสารขณะนั้น เช่น

  • เสียง กริก…กริก…กริก…นานๆ แสดงว่า อยู่โดดเดี่ยวหรือต้องการหาคู่
  • เสียง กริก…กริก…กริก…มีลากเสียงยาว แสดงว่าเป็นการบ่งบอกถึงอาณาเขตที่อยู่อาศัย
  • เสียง กริก…กริก…กริก…เบาๆ และถี่ๆ ติดต่อ กัน แสดงว่าต้องการผสมพันธุ์ พฤติกรรมนี้เพศผู้จะทำเสียง กริก…กริก…ๆ โดยการถอยหลังเข้าหาเพศเมีย ถ้าเพศเมียเป็นใจด้วยก็จะขึ้นคร่อมเพศผู้ทำการผสมพันธุ์
  • เสียง กริก…กริก…กริก…ยาวดังๆ 2-3 ครั้ง แสดงว่าโกรธหรือส่งเสียงระหว่างกัดกัน ระหว่างเพศผู้กับเพศผู้เพื่อแย่งความเป็นเจ้าของ หรือระหว่างเพศผู้กับเพศเมียก็ได้ เมื่อเพศเมียไม่ยอมเป็นใจขึ้นคร่อมผสมพันธุ์

พันธุ์จิ้งหรีด

6.คำถาม เรามีวิธีสังเกตจิ้งหรีดได้อย่างไร

คำตอบ ลักษณะพิเศษของจิ้งหรีดที่แตกต่างจากแมลงชนิดอื่นอย่าง โดดเด่น และสังเกตได้ง่าย คือ การส่งเสียงร้องและการผสมพันธุ์ ที่เพศเมียจะคร่อมบนเพศผู้เสมอ

7.คำถาม จิ้งหรีดเพศผู้ หรือเพศเมียที่สามารถทำเสียงได้

คำตอบ จิ้งหรีดเพศผู้มีปีกคู่หน้าย่น ใช้ปีกคู่หน้าถูกัน สามารถเกิดเสียงได้ เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้นเป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด

8.คำถาม จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมเลี้ยงคือพันธุ์อะไร

คำตอบ จิ้งหรีดสามารถนำมาเลี้ยงขยายพันธุ์ได้ทุกพันธุ์ แต่พันธุ์ที่รู้จักกันแพร่หลายมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ และพันธุ์ทองแดง

9.คำถาม การคัดเลือกพันธุ์จิ้งหรีดต้องเลือกอย่างไร

คำตอบ คัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์ที่มีตัวโต แข็งแรง มีอวัยวะครบทุกส่วนมีสีเข้ม หลังเปลี่ยนพ่อ-แม่พันธุ์แล้ว 3 วัน ควรตรวจเช็คถ้าตายต้องหามาทดแทน

การเลี้ยงจิ้งหรีด

10.คำถาม นำจิ้งหรีดมาเลี้ยงได้หรือไม่

คำตอบ ได้ แต่ต้องมีสภาพความเป็นอยู่ เหมือนกับในธรรมชาติมากที่สุด

11.คำถาม จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลาใด

คำตอบ จิ้งหรีดชอบออกหากินเวลากลางคืน

12.คำถาม อาหารของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

คำตอบ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่กินพืชเป็นอาหาร พืชอาหารสำหรับจิ้งหรีดเป็นประเภทยอดอ่อนของหญ้าสดทุกชนิด เช่น หญ้าขน หญ้าลูซี่ ผักตบชวา กาบกล้วย ใบมันสำปะหลัง เป็นต้น อาหารจิ้งหรีด จำแนกได้ 2 ประเภท คือ

– อาหารหลัก ส่วนใหญ่เป็นจำพวกหญ้า เช่น หญ้าขน หญ้า ผักตบชวา กาบกล้วย เป็นต้น

– อาหารเสริม (อาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารไก่ อาหารปลา รำอ่อน เป็นต้น

13.คําถาม จิ้งหรีดผสมพันธุ์เมื่ออยู่ในระยะใด

คำตอบ จิ้งหรีดจะผสมพันธุ์เมื่อเป็นตัวเต็มวัย การผสมพันธุ์และวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ 15 วัน/ครั้ง/รุ่น เมื่อหมดการวางไข่รุ่นสุดท้ายแล้ว ตัวเมียก็จะตาย

14.คำถาม การผสมพันธุ์ของจิ้งหรีดเป็นอย่างไร

คำตอบ ตัวผู้จะทำเสียงโดยยกปีกคู่หน้าถูกันให้เกิดเสียง เพื่อเรียกตัวเมีย จังหวะเสียงจะดังเมื่อตัวเมียเข้ามาหาบริเวณที่ตัวผู้อยู่ ตัวผู้จะเดินไปรอบๆ ตัวเมียประมาณ 2-3 รอบ ช่วงนี้จังหวะเสียงจะเบาลง แล้วตัวเมียจะขึ้นคร่อมตัวผู้ จากนั้นตัวผู้จะยื่นอวัยวะเพศแทงไปที่อวัยวะเพศเมีย หลังจากนั้นประมาณ 14 นาที ถุงน้ำเชื้อก็จะฝ่อลง แล้วตัวเมียจะใช้ขาเขี่ยถุงน้ำเชื้อทิ้งไป

15.คำถาม จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่เมื่อใด

คำตอบ จิ้งหรีดตัวเมียจะเริ่มวางไข่ภายใน 7 วัน หลังผสมพันธุ์ ตลอดอายุไข่จิ้งหรีดตัวเมียสามารถวางไข่ได้ตั้งแต่ 600 – 1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่ เป็นรุ่น ๆ ได้ประมาน 4 รุ่น

16.คำถาม การวางไข่ของจิ้งหรีดทำอย่างไร

คำตอบ เพศเมียใช้อวัยวะวางไข่ที่ยาวแหลม คล้ายเข็มแทงลงในดิน จึงหรีด จะวางไข่ในดินที่มี ความชื้นพอเหมาะสำหรับวางไข่ การวางไข่จะวางเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 ฟอง ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แทงเข็ม 1 ครั้ง จะวางไข่ประมาณ 2 – 3 กลุ่ม แล้วยกเข็มขึ้นมาเพื่อหาที่เหมาะสมเพื่อแทงเข็มวางไข่ใหม่ จะมีการวางไข่ตลอดอายุ 4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 200 – 300 ฟอง การวางไข่แต่ละรุ่นจะใช้เวลาห่างกันประมาณ 15 วัน

17.คำถาม โรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นแบบใด

คำตอบ สถานที่และโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีด ควรเป็นที่ดอนน้ำไม่ท่วมขัง มีพื้นที่กว้างพอสมควร ป้องกันฝนและแดดจัดได้ มีแสงแดดส่องผ่านประมาณ 30 – 40% ใน ช่วงเช้าและสาย มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่เป็นสถานที่มีโรคและการระบาดของแมลงศัตรูพวกมด ไร มีแหล่งอาหารธรรมชาติ หาได้ง่าย เช่น หญ้าจาก ธรรมชาติ ผักตบชวา เป็นต้น

18.คำถาม การเลี้ยงจิ้งหรีดต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

คำตอบ วัสดุอุปกรณ์การเลี้ยงจิ้งหรีด มีดังนี้

  • บ่อจิ้งหรีด วัสดุที่สามารถนำมาเป็นบ่อเลี้ยง ได้แก่ ถัง กะละมัง ปิ๊ป เป็นต้น แต่ถ้าใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบปูนซีเมนต์จะคงทนและสามารถใช้เลี้ยงจิ้งหรีดได้ตลอดไป และมีราคาไม่สูงนักง่ายต่อการเลี้ยงและป้องกันศัตรู บ่อปูนซีเมนต์มีหลายขนาด แต่ขนาดที่เหมาะสมในการเลี้ยงจิ้งหรีดควรเป็นขนาด 80 x 50 ซม.
  • แผ่นพลาสติกและเทปกาว ใช้ติดรอบวง ในด้านบนเพื่อป้องกันจิ้งหรีดไม่ให้หนีออกจากบ่อเลี้ยง จะใช้พลาสติกกว้างประมาณ 2 – 3 นิ้ว ให้ยาวเท่าเส้นรอบวงบ่อ
  • ยางรัดปากบ่อ ยางในรถจักรยานหรือรถจักรยานยนต์ ตัดให้มีขนาดกว้างน้อยกว่าขอบบ่อด้านนอก อย่าให้มีความกว้างของยางมากเพื่อความสะดวก เมื่อเวลายืดรัดตาข่ายกับขอบบ่อ
  • กาบมะพร้าว กาบมะพร้าวเป็นวัสดุเพื่อใช้วางในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่จะเป็นวัสดุสำหรับเป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีด จะใช้กาบมะพร้าวแห้งประมาณ 2 – 4 ชิ้น หรือใช้ถาดไข่กระดาษแทนก็ได้
  • เศษหญ้าแห้ง เศษหญ้าแห้งเป็นวัสดุที่ใช้วางทับกาบมะพร้าว ใช้ทับหนาประมาณ 2 ซม. เพื่อป้องกันแสงสว่างและให้ความอบอุ่นกับจิ้งหรีด
  • ถาดน้ำและถาดอาหาร ถาดน้ำและถาดอาหาร ควรเป็นถาดที่ไม่ลึกมาก เพื่อให้จิ้งหรีดได้ขึ้นกินอาหารและน้ำได้สะดวก 1 บ่อจะมีถาดอาหารและน้ำอย่างละ 2 ที่
  • ตาข่ายไนล่อน เป็นตาข่ายที่ใช้สำหรับปิดปากบ่อเลี้ยง เพื่อป้องกันการบินหนีของจิ้งหรีด และเป็นการป้องกันศัตรูของจิ้งหรีดที่จะเข้ามากิน เช่น แมลง ตุ๊กแก จิ้งจก และอื่นๆ ตาข่ายควรตัดให้มีขนาดกว้างเหมาะสมกับขนาดของปากบ่อและใช้ยางรัดเพื่อปิดปากบ่อ
เลี้ยงจิ้งหรีดตัวโต
จิ้งหรีดจากsupachaiจิ้งหรีดฟาร์มอุบล

 

19.คำถาม การวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ควรวางเรียงกันเป็นแถวแต่ละบ่อให้ห่างกันเล็กน้อย (ประมาณ 3 นิ้ว) แต่ละแถวควรห่างกันพอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวก ไม่ควรจะวางห่างกันมากนักเพราะจะทำให้สิ้นเปลืองพื้นที่ เมื่อวางบ่อเลี้ยงแล้ว จะต้องเทพื้นหนาประมาณ 3-1 นิ้ว เพื่อป้องกันมดที่จะเข้ามาจากพื้นใต้ดินเข้ามาทำลายไข่และตัวจิ้งหรีด สำหรับด้านนอกบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีการโรยปูนขาว เพื่อป้องกันแมลงจาดด้านนอก หรือใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องพันรอบวงด้านล่าง

20.คำถาม ภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ ภายในบ่อใส่ถุงดินหรือกระบะดินร่วนปนทราย หรือดินทรายที่มีความชื้นพอประมาณ น้ำหนักดินประมาณ 1-2 กิโลกรัมวางไว้ข้างๆ สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ ใส่หญ้าแห้ง 1 กำมือไว้ตรงกลางบ่อเพื่อเป็นที่หลบซ่อนหรือเป็นที่อยู่อาศัยของตัวจิ้งหรีด ใส่หญ้าสดอ่อน 1 กำมือข้างหญ้าแห้งสำหรับเป็นอาหารของจิ้งหรีด ใส่ถาดอาหารแบนๆเพื่อเป็นอาหารกับจิ้งหรีด เช่น รำอ่อน ปลายข้าว อาหารไก่อ่อน

21.คำถาม การปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์ลงบ่อต้องใช้อัตราตัวผู้ตัวเมียเท่าใด และปล่อยอย่างไร

คำตอบ ปล่อยพ่อ-แม่พันธุ์จิ้งหรีดลงบ่ออัตรา 1:3 (พ่อพันธุ์ 1 ตัว แม่พันธุ์ 3 ตัว) เมื่อปล่อยพ่อแม่พันธุ์ลงบ่อแล้วควรปิดปากบ่อด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันจิ้งหรีดบินหนีและเพื่อเป็นการป้องกันศัตรูที่จะเข้าไปด้วย พื้นบ่อจิ้งหรีดอย่าให้ชื้นเกินไปเพราะจะทำให้เป็นที่สะสมของรา และเชื้อโรคอื่นๆ ควรมีการทำความสะอาดบ่อและอุปกรณ์ก่อนลงเลี้ยงเสมอ

22.คำถาม จิ้งหรีดต้องการอาหารเสริมหรือไม่

คำตอบ ถ้าจะเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วและให้ผลผลิตสูงจำเป็นต้องให้อาหารเสริม โดยให้อาหาร น้ำ หญ้าสดทุกวันอย่าให้ ปัจจุบันนี้อาหารจิ้งหรีดมีขายแบบสำเร็จรูป ที่แนะนำสำหรับจิ้งหรีดโดยเฉพาะคืออาหารควรมีโปรตีนประมาณ 21% ขึ้นไป และนอกจากอาหารแล้วก็ยังมีน้ำที่อาจจะมีส่วนผสมของสารอาหาร พวกอาหารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ช่วงให้จิ้งหรีดโตเร็ว มีโปรตีนสูง รสชาติอร่อย

23.คำถาม การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ทำอย่างไร

คำตอบ อาหารหลัก อาหารเสริม และน้ำ ควรให้ทุกวันอาหารหลักจะให้ครั้งละ 1 กำมือ อาหารเสริมจะให้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณและ ขนาดของจิ้งหรีด แต่ต้องไม่ให้จำนวนมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดเชื้อรา

โรคและศัตรูจิ้งหรีด

24.คำถาม จิ้งหรีดมีศัตรูอะไรบ้าง

คำตอบ ไรแมงมุม ก่อนนำอาหารมาให้จิ้งหรีดกินต้องนำมาล้างน้ำ แล้วผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อน พวกใบมันสำปะหลัง กล้วย ฟักทอง หรือพืชผัก ต้องเป็นผักปลอดสาร ถ้ามีสารพิษเพียงนิดเดียวจะทำให้จิ้งหรีดตายได้

  • มด ก่อนนำจิ้งหรีดมาปล่อยลงวงบ่อปูนจะต้องป้องกันด้วยการโรยยากกำจัดมดรอบบวงบ่อปูน หรือ จะใช้ผ้าชุบน้ำมันเครื่องแล้วนำมาพันรอบวงบ่อปูนด้านล่าง
  • โรคทางเดินอาหาร เกิดจากจิ้งหรีดได้รับอาหารที่ไม่สะอาดเกิดเชื้อรา วิธีป้องกันคือ ต้องให้อาหารที่มีจำนวนพอเหมาะกับจำนวนของจิ้งหรีด หมั่นทำความสะอาดอย่าให้อาหารเกิดเชื้อรา อาหารเสริมควรเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อให้อาหารเมื่อเก็บผลผลิตจนหมดแล้ว ควรทำความสะอาดวงบ่อเลี้ยงให้สะอาด ก่อนนำจิ้งหรีดรุ่นใหม่มาเลี้ยงต่อไป
การจับและจำหน่ายจิ้งหรีด

25.คำถาม จะจับจิ้งหรีดได้ตอนไหน และจะจับจิ้งหรีดต้องทำอย่างไร

คำตอบ สามารถจับจิ้งหรีดเพื่อจำหน่ายได้ตอนที่จิ้งหรีดมีอายุประมาณ 36 วัน ขึ้นไป วิธีจับจิ้งหรีดต้องสังเกตพฤติกรรมของจิ้งหรีด ตอนกลางวันจะหาที่หลบซ่อน พอมืดจะออกหาอาหารใช้กระบอกไม้ไผ่หรือท่อพลาสติกที่ได้ตัดเป็นท่อนๆ วางไว้กับพื้นบ่อจิ้งหรีดจะเข้าไปหลบอาศัย หรืออาจจะนำแผงไข่จิ้งหรีดมาเคาะจิ้งหรีดออกใส่กะละมัง

ที่มาจาก วารสารเพื่อนแท้ เกษตรไทย ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2552

ทำไมถึงต้องเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่กำลังได้รับความนิยม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากจิ้งหรีดนั้นมีสารอาหารโปรตีนที่สูง สามารถทดแทนได้จากเนื้อสัตว์อื่นๆ ความต้องการจิ้งหรีดมากขึ้น จึงทำให้มีความสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 45 วันก็สามารถขายได้ การเลี้ยงจิ้งหรีดนอกจากจะเป็นกิจกรรมย่ามว่างแล้ว การเลี้ยงจิ้งหรีดยังเป็นอาชีพหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากการขายจิ้งหรีดได้ราคาดี การขายจิ้งหรีดสามารถขายได้ทั้ง จิ้งหรีดสด จิ้งหรีดแช่แข็ง จิ้งหรีดแปรรูป หรือขายจิ้งหรีดส่งให้พ่อค้าคนกลาง

พันธุ์จิ้งหรีด

จิ้งหรีดที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน มีอยู่ 3 ชนิดคือ จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง หรือแมงสะดิ้ง จิ้งหรีดทองดำ และจิ้งหรีดขาว การขายจิ้งหรีดนั้น ราคาจะต่างกันไปตามสายพันธุ์ของจิ้งหรีด และช่วงเวลานั่นเอง จิ้งหรีดพันธุ์ทองแดงใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 40-50 วันมีการขายจิ้งหรีด ราคาส่งอยู่ประมาณ 80-100 บาท จิ้งหรีด ราคาปลีกจะอยู่ที่ประมาณ 120-150 บาท จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำนั้น ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 30-45 วัน ก็สามารถขายได้ พันธุ์ทองดำจะได้ราคาดีกว่า ราคาขายส่งจะอยู่ที่ประมาณ 120-150 บาท และขายราคาปลีกอยู่ประมาณ 150 บาท นอกจากนี้จิ้งหรีดยังมีอยู่หลายพันธุ์ หลายชนิด เช่น จิ้งหรีดเล็ก จิ้งโกร่ง และอื่นๆ

การขายจิ้งหรีด

การขายจิ้งหรีดนั้นส่วนมากแล้วจะมีผู้รับซื้อรายใหญ่มาซื้อที่หน้าฟาร์ม จะเหมาซื้อทั้งบ่อ โดยเฉลี่ยจะได้บ่อละประมาณ 20-50 กิโลกรัม ในการจับแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อที่เลี้ยงนั่นเอง นอกจากนั้นยังสามารถนำจิ้งหรีดมาแปรรูปขายจะได้ราคาดีกว่าแบบสด การแปรรูปจะใช้วิธีการนึ่งจิ้งหรีด หรือต้มจิ้งหรีด แล้วนำจิ้งหรีดมาแช่แข็งจะได้ราคาที่ดีกว่า

ตลาดรับซื้อจิ้งหรีด

ในการซื้อขายจิ้งหรีดนั้นสามารถทำได้หลายช่องทาง โดยการขายจิ้งหรีดให้เรามองหาผู้บริโภคในพื้นที่ใกล้บ้านก่อน เช่น ขายจิ้งหรีดตามหมู่บ้าน อาจจะใช้วิธีเข้าไปถาม หรือสามารถนำจิ้งหรีดมาทอดขายในตลาดของหมู่บ้านก็ได้ หากเราไม่ทอดขายเองก็ขายจิ้งหรีดส่งให้ลูกค้าที่เขาทอดขายประจำอยู่แล้ว พ่อค้าเหล่านี้จะรับซื้อจิ้งหรีดในปริมาณหลายกิโลต่อวัน อีกช่องทางหนึ่งในการขายจิ้งหรีดคือ ขายจิ้งหรีดส่งให้กับพ่อค้าคนกลาง ในแต่ละพื้นที่เช่นตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดโรงเกลือ การขายส่งให้กับพ่อค้าเหล่านี้เขาจะรับจำนวนที่เยอะมากต่อวัน แต่เขาก็อาจจะให้ราคาที่ต่ำหรือบางเจ้ากดราคา หรือถ้าหากฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดของเราได้มาตรฐาน GMP เราสามารถติดต่อขายจิ้งหรีดให้กับบริษัทหรือโรงงานใหญ่ ที่เขานำจิ้งหรีดไปแปรูปขายส่งออกต่างประเทศ บริษัทเหล่านี้จะรับเป็นตันๆ แต่ก็อย่างว่าค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดเยอะและต้องได้มาตรฐานเพียงพอ

supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีการขายจิ้งหรีดทั้งปลีกและส่ง การขายปลีกจะขายที่ราคา 130-150 บาทส่วนการขายจิ้งหรีด ราคาส่ง จะอยู่ที่ประมาณ 100-120 บาท ลูกค้าต้องมีการสั่งซื้อในจำนวนเยอะจะได้ราคาส่ง สำหรับท่านที่สนใจซื้อจิ้งหรีดในราคาถูก และ จิ้งหรีด ราคาส่ง สามารถติดต่อมาที่ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ขนาดครัวเรือน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ขายจิ้งหรีดสด จิ้งหรีดนึ่ง จิ้งหรีดต้ม ไข่จิ้งหรีด สดใหม่จากฟาร์มทุกวัน ศุภชัย จิ้งหรีดฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ อ.พิบูล จ.อุบลราชธานี ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง ขายจิ้งหรีด อุบล ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล บริการส่งทั่วประเทศโดยเคอรี่
https://supachaifarm.com
https://www.facebook.com/supachaifarms/

ทำไมต้องอบไข่จิ้งหรีด

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกท่านสำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ก็มีบทความมาฝากอีกแล้วเกี่ยวกับการอบไข่จิ้งหรีดในช่วงหน้าร้อนนั่นเอง การอบไข่จิ้งหรีดนั้นถือว่าเป็นขั้นตอนหนึ่งในการเลี้ยงจิ้งหรีดที่หลายฟาร์มต้องทำ การอบไข่จิ้งหรีดเป็นการนำไข่จิ้งหรีดมาฝักตัว ไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาในการฟักตัวประมาณ 7-14 วัน แล้วแต่สภาพอากาศด้วยนั่นเอง โดยไข่จิ้งหรีดที่จะนำมาอบนั้นจะต้องเป็นไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี ไข่จิ้งหรีดมีสีขาวสวยงาม มีขนาดประมาณ 2-3 เซนติเมตร สำหรับฟาร์มจิ้งหรีดที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดเยอะหลายบ่อก็จะมีการรองไข่จิ้งหรีดได้หลายรุ่น สามารถนำไข่จิ้งหรีดที่รองมาฟักและเลี้ยงต่อไปได้เลย แต่สำหรับฟาร์มจิ้งหรีดที่เริ่มเลี้ยงในช่วงแรกอาจจะยังไม่มีไข่จิ้งหรีดที่รองจากฟาร์มของตัวเอง ก็สามารถหา ซื้อไข่จิ้งหรีด ได้ครับการขายไข่จิ้งหรีดนั้นราคาไข่จิ้งหรีดอยู่ที่ประมาณขันละ 50-100 บาท

วิธีอบไข่จิ้งหรีด

การอบไข่จิ้งหรีดนั้นนิยมนำไข่มาบรรจุใส่ถุงกระสอบ และให้ใช้ผ้าหนา ๆ คลุมอีกทีเพื่อให้ความร้อนกับไข่จิ้งหรีด การอบไข่จิ้งหรีดนั้นแต่ละช่วงก็อาจจะมีปัญหาที่ต่างกัน แต่สำหรับปัญหาในการอบไข่จิ้งหรีดหน้าร้อน ก็มีเช่นกัน โดยปกติแล้วหน้าร้อนจะมีอุณหภูมิร้อนจะทำให้ไข่จิ้งหรีดที่อบนั้นฝ่อนั่นเอง เนื่องจากว่าอากาศร้อนจะทำให้ไข่จิ้งหรีดที่อยู่ในกระสอบแห้งเกินไป และไข่ร้อนเกินไปจึงทำให้ไข่จิ้งหรีดฝ่อและเสียครับ

ปัญหาการอบไข่จิ้งหรีด

การแก้ปัญหาการอบไข่จิ้งหรีดในช่วงหน้าร้อน ให้เราหมั่นเช็คและตรวจสอบไข่ที่อบอย่างสม่ำเสมอ การอบไข่จิ้งหรีดให้นำไข่จิ้งหรีดใส่ในถุงกระสอบ ไม่ต้องปิดปากแน่นมากเพราะจะทำให้ร้อนเกินไป และเพื่อให้อากาศเข้าไปได้ เมื่ออบไข่จิ้งหรีดได้สักประมาณ 3-5 วัน ให้เราเปิดดูไข่จิ้งหรีดในกระสอบว่าไข่แห้งเกินไปหรือไม่ การตรวจเช็คว่าไข่จิ้งหรีดแห้ง ให้เรานำไข่จิ้งหรีดออกมาเทใส่กะละมัง และใช้มือของเราคนๆ คลุกเคล้าไข่ดูว่าแห้งเกินไปหรือไม่ ถ้าแห้งเกินไปไข่จะไม่ติดมือเรา ให้เราใช้สเปรย์ฉีดน้ำใส่ไข่จิ้งหรีดเล็กน้อย และคลุกเคล้าให้เข้ากัน ข้อควรระวังในการฉีดน้ำใส่ไข่จิ้งหรีดคืออย่าใส่น้ำเยอะเกินไป ค่อยๆใส่และคลุกเคล้าไปด้วย ให้ไข่จิ้งหรีดพอติดมือเราเล็กน้อย หากใส่น้ำเยอะเกินไปจนแชะจะทำให้ไข่จิ้งหรีดชื้นเกินไป ทำให้ไข่จิ้งหรีดขึ้นราและเสียได้ เมื่อเราทำการคลุกเคล้าไข่จิ้งหรีดดีแล้ว ให้เรานำไข่จิ้งหรีดบรรจุใส่ถุงกระสอบและอบไข่จิ้งหรีดต่อไป

ไข่จิ้งหรีด อุบล
ไข่จิ้งหรีด อุบล supachai จิ้งหรีดฟาร์ม

การตรวจเช็คไข่จิ้งหรีด

อีกหนึ่งปัญหาการอบไข่จิ้งหรีดหน้าร้อนที่มักเจอ นั่นคืออากาศที่ร้อนและทำให้อุณหภูมิในถุงกระสอบไม่คงที่ เช่นด้านล่างกระสอบจะร้อนมากกว่าด้าน อาจทำให้ไข่จิ้งหรีดที่ฟักตัวไม่พร้อมกันเรียกว่าแตกรุ่นนั่นเอง การแก้ปัญหาอุณภูมิภายในกระสอบไม่สม่ำเสมอให้เราคอยเช็คทุกวัน เช่นอาจจะเปิดดูไข่จิ้งหรีดและเขย่าถุงกระสอบเล็กน้อย กลับด้านถุงกระสอบในการฟักไข่จิ้งหรีด จะทำให้ช่วยลดปัญหาอุณหภูมิภายในกระสอบได้ในระดับหนึ่งครับ

อบไข่จิ้งหรีดอย่างไร
การฟักไข่จิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ขายไข่จิ้งหรีด อุบล

การอบไข่จิ้งหรีดในช่วงหน้าร้อนนั้น นอกจากจะมีปัญหาแล้วก็ยังมีข้อดีอยู่บ้างครับ คือหน้าร้อนนั้นจะทำให้ไข่จิ้งหรีดฟักตัวเร็วขึ้น แต่เราก็ต้องดูแลอย่างดีขึ้นครับ ท่านที่สนใจซื้อไข่จิ้งหรีดติดต่อได้ครับ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดขนาดครัวเรือน มีความมุ่งมั่นตั้งใจ เลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดสารพิษ ขายจิ้งหรีดสด จิ้งหรีดนึ่ง จิ้งหรีดต้ม ไข่จิ้งหรีด สดใหม่จากฟาร์มทุกวัน ศุภชัย จิ้งหรีดฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ อ.พิบูล จ.อุบลราชธานี ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง ขายจิ้งหรีด อุบล ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล บริการส่งทั่วประเทศสนับสนุนโดยเคอรี่และแฟลช
https://supachaifarm.com
https://www.facebook.com/supachaifarms/

โปรโมชั่นประจำเดือนเมษายน 2563 “โปรต้านภัย Covid-19”

1.ลดราคาขายจิ้งหรีดจากกิโลกรัมละ 200 บาท เหลือเพียง 130 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)
เงื่อนไข
– ลูกค้าต้องไลค์เพจ และแชร์โพสโปรโมชั่นนี้ในหน้าสาธารณะของตัวเอง
– ลูกค้าเขียนรีวิว แนะนำเพจเฟสบุ๊คของ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ที่ลิ้งค์ https://www.facebook.com/supachaifarms/reviews/
(ทั้ง 2 เงื่อนไขเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำได้ทั้ง 2 อย่างก็ได้ แล้วแค๊ปหน้าจอ ส่งมาเป็นหลักฐาน รับส่วนลดทันที…)

2. แถมจิ้งหรีดฟรี 1 กิโลกรัม เมื่อสั่งซื้อจิ้งหรีด 10 กิโลกรัมขึ้นไป
เงื่อนไข
– ลูกค้าต้องไลค์เพจ และแชร์โพสโปรโมชั่นนี้ในหน้าสาธารณะของตัวเอง
– ลูกค้าเขียนรีวิว แนะนำเพจเฟสบุ๊คของ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ที่ลิ้งค์ https://www.facebook.com/supachaifarms/reviews/
(ทั้ง 2 เงื่อนไขเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทำได้ทั้ง 2 อย่างก็ได้ แล้วแค๊ปหน้าจอ ส่งมาเป็นหลักฐาน รับส่วนลดทันที…)

หมายเหุตุ…โปรโมชั่นนี้ มีผลวันที่ 1 เมษายน 2563 ถึง 30 เมษายน 2563 นี้เท่านั้น (โปรโมชั่นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โปรดสอบถามรายละเอียดก่อนซื้อสินค้าทุกครั้ง)
การสั่งซื้อให้สั่งซื้อได้โดยตรงจากหน้าเพจ Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีด

จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงเศรษฐกิจอย่างหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ คนส่วนมากหันมาทานจิ้งหรีดกันมากขึ้น เนื่องจากมีคุณค่าทางโปรตีนสูงนั่นเอง โปรตีนจากจิ้งหรีดสามารถทดแทนได้จากเนื้อสัตว์หลายชนิด และสามารถนำจิ้งหรีดมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลาย ผู้คนหลายพื้นที่เริ่มมีความสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น ทั้งเลี้ยงไว้กินเองที่บ้าน หรือเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการค้า เมื่อมีความต้องการเลี้ยงคนส่วนมากจึงเริ่มศึกษา วิธีเลี้ยงจิ้งหรีด และมีความต้องการซื้อไข่จิ้งหรีดนั่นเอง

การเลี้ยงจิ้งหรีดส่วนมากแล้วจะเริ่มเลี้ยงจากใช้ไข่จิ้งหรีดมาฟักเป็นตัวจิ้งหรีดนั่นเอง การเลี้ยงวิธีใช้ไข่จิ้งหรีดจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และยังทำให้จิ้งหรีดนั้นโตเป็นรุ่นเดียวกัน ทำให้ขายจิ้งหรีดได้ง่าย ราคาดี โดยทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลเป็นฟาร์มที่ขายไข่จิ้งหรีดด้วยเช่นเดียวกัน การขายไข่จิ้งหรีดของฟาร์ม จะเริ่มจากการรองไข่จิ้งหรีด ขั้นตอนการรองไข่จนถึงขายไข่จิ้งหรีด จะทำด้วยความสะอาด ปลอดภัยแน่นอน ไข่ที่ได้จากฟาร์มจะเป็นไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยอาหารจิ้งหรีดคุณภาพดี ใช้อาหารจิ้งหรีดสำเร็จรูป และอาหารเสริมจิ้งหรีดชนิดอื่นด้วย

ขายไข่จิ้งหรีด อุบล
ไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

ไข่จิ้งหรีด ราคา

supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล มีการขายไข่จิ้งหรีดทั้งในพื้นที่ใกล้เคียง และต่างจังหวัด โดยลูกค้ามีการติดต่อเข้ามาซื้อขายไข่จิ้งหรีดจากในเพจเฟสบุ๊ค ทำให้ท่านที่สนใจซื้อไข่จิ้งหรีดสามารถสั่งได้โดยตรง สะดวกกับท่านที่ต้องการ การขายไข่จิ้งหรีดนิยมขายเป็นขัน คือช่วงการรองไข่จิ้งหรีดนั้นเราจะใช้ขันพลาสติกมารองไข่จิ้งหรีด ภายในขันรองไข่จะใส่ดินผสมกับแกลบดำอีกนิดหน่อย ส่วนราคาการขายไข่จิ้งหรีดของฟาร์มนั้นจะขายอยู่ที่ราคาขันละ 50 บาทถึง 100 บาท และมีการจัดส่งให้ลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัดด้วยการส่งด่วนจากเคอรี่ ลูกค้าที่สั่งซื้อไข่จิ้งหรีดจาก supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับไข่จิ้งหรีดที่ดี มีคุณภาพ การส่งที่รวดเร็ว

ไข่จิ้งหรีด กี่วันฟัก

ไข่จิ้งหรีดที่ขายนั้นจะมีการรองไข่จิ้งหรีดก่อนลูกค้าจะสั่งซื้อประมาณ 2-3 วัน เมื่อมีการจัดส่งไข่จิ้งหรีดให้ลูกค้าแล้ว ลูกค้าสามารถบ่มไข่จิ้งหรีดไว้ในถุงกระสอบได้เลย การบ่มเพาะไข่จิ้งหรีดนั้นจะใช้เวลาในการฟักประมาณ 7-14 วัน ไข่จิ้งหรีดจะเริ่มแตกตัวเป็นลูกจิ้งหรีดนั่นเอง ลูกจิ้งหรีดที่แตกจากไข่แล้วจะมีลักษณะเป็นตัวเล็กๆคล้ายมด ลูกค้าก็สามารถนำลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้เลย

พันธุ์ไข่จิ้งหรีด

พันธุ์ไข่จิ้งหรีดของศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบลนั้น จะเป็นไข่พันธุ์จิ้งหรีดทองดำ เนื่องจากจิ้งหรีดทองดำนั้นเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 35-45 วันต่อรุ่น ไข่จิ้งหรีดทองดำนั้นจะมีสีเหลืองครีม รูปร่างยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ยาว 3-4 มิลลิเมตร อยู่เป็นกลุ่มในดินระยะไข่ 7-14 วัน

ไข่จิ้งหรีดอีกชนิดคือ ไข่จิ้งหรีดพันธุ์พันทองแดง หรือจิ้งหรีดบ้าน หรือบางคนเรียกสะดิ้ง ลักษณะของไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลืองครีม ยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ยาว 2.5-3 มิลลิเมตร อยู่เป็นกลุ่มในดิน ระยะไข่ 10-14 วัน การวางไข่ครั้งแรก 3-5 วัน จำานวนไข่ต่อเพศเมีย 1 ตัว เฉลี่ย 1,700 ฟอง การฟักไข่ร้อยละ 90.00

ไข่จิ้งหรีด อุบล

การขายไข่จิ้งหรีดนั้น ก็เป็นอีกผลผลิตหนึ่งที่ได้จากการเลี้ยงจิ้งหรีด นอกจากนั้นแล้วทางศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีการขายจิ้งหรีดสด สะอาด จิ้งหรีดแช่แข็ง ขายจิ้งหรีดนึ่งสุก ขายไข่จิ้งหรีดอีกด้วย ไข่จิ้งหรีดจากฟาร์มเรานั้น เป็นไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี ไข่แน่น แข็งแรง เรากล้ารับประกันว่าฟักออกแน่นอนหากซื้อไปแล้วมีปัญหา สามารถติดต่อมาที่ฟาร์มได้เลย สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถติดต่อซื้อขายไข่จิ้งหรีดได้จากทางเฟสบุ๊คเพจได้เลยครับ

ติดต่อซื้อไข่จิ้งหรีด

ซื้อไข่จิ้งหรีด
ไข่จิ้งหรีดขันละ50บาทจาก supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเป็นอาชีพเสริม กำลังได้รับความนิยม จิ้งหรีดขายได้ราคา วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็วนั้นอาศัยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอาหาร การดูแล ในบทความนี้จึงมีการแนะนำวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบง่าย สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้นครับ

จิ้งหรีดเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้บริโภค และกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากจิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าทางโปรตีนสูงประมาณ 80% เมื่อเทียบกับไข่ไก่และเนื้อสัตว์ชนิดอื่น โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มต่างประเทศที่มีการนำจิ้งหรีดไปแปรรูปเป็นจิ้งหรีดผง หรือทำเป็นจิ้งหรีดอัดกระป๋อง ในภาคการส่งออกจิ้งหรีดในประเทศไทยจึงมีความต้องการส่งออกจิ้งหรีดเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันจึงมีคนเริ่มสนใจเลี้ยงจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ 35-45 วันก็สามารถขายได้ ต้นทุนการเลี้ยงจิ้งหรีดก็ไม่สูงมากนัก ส่วนมากแล้วการเลี้ยงจิ้งหรีดนิยมเลี้ยงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ การเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถเลี้ยงได้ทั้งในบ่อปูน และเลี้ยงจิ้งหรีด ในบ่อซีเมนต์ ในบทความนี้จะเป็นวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแรกเกิด จนถึงการจับขาย สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล เห็นผู้ที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีดทักเข้ามาถามกันว่า มีวิธีเลี้ยงจิ้งหรีดไหม ทางฟาร์มจึงได้เขียนบทความ วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่ายๆ นี้เพื่อเป็นการเป็นปันเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะไม่ใช่วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีด อย่างละเอียดเท่าไหร่ แต่พอเป็นแนวทางเบื้องต้นครับ

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบง่าย

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นกัน การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจะมีจิ้งหรีดหลายรุ่นหลายขนาดอยู่รวมกัน การจัดการเลี้ยงก็จะทำให้มีความยุ่งยาก เพราะแต่ละรุ่นจะมีการให้อาหารที่ไม่เหมือนกัน ผลผลิตของจิ้งหรีดแบบนี้จะมีอยู่หลายรอบ การจับขายก็จะมีความยุ่งยาก ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยม และทำให้ราคาจิ้งหรีดแบบนี้ราคาไม่สูงมากนัก การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบคละรุ่นนี้จะใช้พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จิ้งหรีดมารวมกัน พ่อพันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 1 ส่วนและแม่พันธุ์จิ้งหรีดประมาณ 3 ส่วน นำลงในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดจิ้งหรีดจะเริ่มผสมพันธุ์กัน ได้ประมาณ 7 วันจึงจะเริ่มวางไข่ ให้นำดินร่วนผสมแกลบดำใส่ขันพลาสติกวางไว้ในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับให้จิ้งหรีดวางไข่ การวางไข่ของจิ้งหรีดตัวเมีย 1 ตัวสามารถวางไข่ได้มากถึง 600-1000 ใบ เราจะได้ไข่จิ้งหรีดไว้สำหรับเลี้ยงในรุ่นต่อไปหรือสามารถนำไปขายต่อได้

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น

เป็นการเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่น การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะได้จิ้งหรีดแต่ละรุ่นมีขนาดเท่ากัน ผลผลิตจะได้ในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น จับขายช่วงเดียวกัน จิ้งหรีดวางไข่ช่วงเวลาเดียวกัน การเลี้ยงแบบนี้นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะง่ายต่อการบริหารจัดการ การจับขายก็ง่ายเช่นเมื่อมีพ่อค้ามารับซื้อก็สามารถเหมาไปได้ทั้งบ่อเลย ฟาร์มใหญ่ๆที่เลี้ยงจิ้งหรีดจะแบ่งเป็นโซนการเลี้ยง และทำป้ายติดไว้แต่ละบ่อว่าเริ่มต้นเลี้ยงวันไหน ให้อาหารวันไหน กำหนดจับขายวันไหน จะใส่ป้ายติดไว้ที่บ่ออย่างละเอียด การเลี้ยงจิ้งหรีดแบบแยกรุ่นนี้จะเริ่มจากการ ซื้อไข่จิ้งหรีด และนำไข่จิ้งหรีดมาอบหรือฟักไข่จิ้งหรีดก่อน เมื่อไข่จิ้งหรีดแตกออกจากไข่ก็ให้นำลงเลี้ยงในบ่อที่เตรียมไว้สำหรับวิธีการเตรียมการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ การเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีด

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีด
วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดให้โตเร็ว supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

โดยธรรมชาติทั่วไปของจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกชนิด เมื่ออยู่ตามธรรมชาติก็จะกินเศษใบหญ้า หรือพืชชนิดอื่นได้ แต่เมื่อเรานำมาเลี้ยงในฟาร์มแล้ว การเลี้ยงและเอาใจควรจะมีมากขึ้น การให้น้ำให้ใช้วิธีนำขวดพลาสติกมาเจาะรูสัก 2-3 รูและนำผ้าสะอาดมาพันรอบขวด เพื่อให้น้ำค่อยๆซึมออกมาเปียกที่ผ้า หรือนำผ้าเข้าไปในขวดน้ำลักษณะคล้ายๆไส้ตะเกียง จิ้งหรีดจะสามารถมากินน้ำตามที่เปียกอยู่ในผ้า หรือการให้น้ำจิ้งหรีดอีกวิธีสามารถใช้ที่ให้น้ำไก่ได้เช่นกัน แต่ต้องหาเศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาใส่ที่ให้น้ำด้วยป้องกันจิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำไก่นั่นเอง

การให้อาหารจิ้งหรีดนั้นจะใช้อาหารสำหรับไก่อ่อนบดละเอียด ในช่วงแรกเกิดถึงประมาณ 20 วัน หลังจากนั้นจะใช้อาหารสำเร็จรูปให้กับจิ้งหรีดหลัง 20 วันถึงตอนจับขาย อาหารสำเร็จรูปนั้นจะต้องให้สารอาหารโปรตีนอยู่ไม่ต่ำกว่า 21% หรือมากกว่านั้นก็ได้ จะทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี และมีสารอาหารโปรตีนสูง นอกจากการให้อาหารสำเร็จรูปแล้ว บางฟาร์มจะให้อาหารอย่างอื่นเสริม เพื่อเป็นการลดต้นทุนอาหาร จะให้พืช ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดกินได้ เช่น กล้วย ใบมันสำปะหลัง ฟักทอง และอื่นๆ จะทำให้จิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย ได้น้ำหนักดี จิ้งหรีดราคาดีนั่นเอง ในการให้น้ำและอาหารจิ้งหรีดนั้นมีบทความที่มากกว่านี้ให้ศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปศึกษาได้ในเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด

การจับจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มวัยแล้วตัวผู้จะใช้ปีกมาสีกันทำให้เกิดเสียงนั่นเอง และตัวเมียก็พร้อมจะวางไข่ แสดงว่าจิ้งหรีดโตเต็มวัย สามารถจับขายได้ ก่อนจับจิ้งหรีดให้งดการให้อาหารสัก 2-3 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดมีกลิ่นตัว บางฟาร์มก่อนจะจับจิ้งหรีดขายจะมีการรองไข่จิ้งหรีดก่อน คือนำดินร่วนมาผสมกับแกลบดำใส่ภาชนะวางไว้ในบ่อ เป็นการรองไข่จิ้งหรีด ให้จิ้งหรีดวางไข่ใส่ภาชนะ สามารถนำไข่นั้นขายได้อีกด้วย หรือบางฟาร์มก็จะนำขายจิ้งหรีดที่มีไข่อยู่ในท้องขายพร้อมกันเลย ทำให้ตอนนำจิ้งหรีดที่มีไข่ในท้องไปประกอบอาหารจะมีรสชาติ มัน อร่อยมากกว่าเดิม การจับจิ้งหรีดขายนั้นบางฟาร์มทำไม่เหมือนกัน บางฟาร์มจะนำแผงไข่จิ้งหรีดวางเรียงกันของบ่อด้านใดด้านหนึ่ง แล้วนำแผงไข่ที่มีจิ้งหรีดเกาะอยู่มาเคาะจิ้งหรีดออกใส่ในน้ำเพื่อป้องไม่ให้จิ้งหรีดบินหนี หรือบางฟาร์มจะใช้วิธีตะแกรงช้อนจิ้งหรีดก็ได้

การเตรียมการ

การเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นไม่ยากครับ แต่สำหรับมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีด อาจจะยังไม่ทราบว่าจะต้องเตรียมตัวหรือเตรียมการก่อนเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะเตรียมอย่างไรใช้วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด อะไรบ้างสำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จะมาแนะนำมือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดกันครับ

วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

ถึงแม้ว่าจิ้งหรีดนั้นจะเลี้ยงไม่ยากเท่าไหร่ แต่ในการเลี้ยงแล้วหากเราไม่เอาใจใส่ดูแลก็อาจจะทำให้จิ้งหรีดนั้นตายได้ง่ายๆ ครับการเตรียมวัสดุสำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดจึงเป็นขั้นตอนแรกที่เราต้องให้ความสำคัญครับโดยในรายละเอียดของการเตรียมวัสดุอุปกรณ์นั้นเราได้เขียนบทความไว้ก่อนแล้วสามารถติดตามได้ในเรื่อง วัสดุอุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมวัสดุนั้นจึงเป็นเรื่องของการเตรียมพื้นที่โรงเลี้ยงจิ้งหรีด การเตรียมบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ภาชนะที่ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด บ่อจิ้งหรีดแบบต่างๆ เช่น บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดปูนซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดไม้อัด นอกจากนั้นยังมีวัสดุอุปกรณ์อื่นๆอีกหน่อย เช่น เทปกาว ตาข่ายปิดปากบ่อ ยางรัดบ่อ และภาชนะวางไข่จิ้งหรีด อาหารสำหรับจิ้งหรีด เป็นต้น

พันธุ์จิ้งหรีด

พันธุ์จิ้งหรีด มีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชนิดตามภาษาท้องถิ่น เช่น
จิ้งโกร่ง (จิโปม จิ้งกุ่ง) เป็นจิ้งหรีดขนาดใหญ่สีน้ำตาล ลำตัวกว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร สามารถสร้างรังอาศัยเองได้ โดยจะขุดดินเป็นรูลึกยาวประมาณ 48 –90 เซนติเมตร จิโป่ม จะออกเป็นตัวเต็มวัยประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน แต่ละปี จะมีรุ่นเดียว บางท้องที่เรียกจิ้งโกร่งว่าจิโป่ม หรือจิ้งกุ่ง

จิ้งหรีดทองดำ เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวสีดำหรือสีน้ำตาลปนด า กว้างประมาณ 0.7 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 3 สี คือ สีดำ สีทอง และสีอำพัน โดยลักษณะที่เด่นชัดคือโคนปีกจะมีแต้ม สีเหลือง 2 จุด

จิ้งหรีดทองแดง เป็นจิ้งหรีดขนาดกลาง ลำตัวกว้างประมาณ 0.6 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เซนติเมตร มี 2 ชนิด คือ สีน้ำตาลและสีน้ำตาลเข้ม ส่วนหัวเหนือขอบตารวมด้านบนแต่ละด้านมีแถบสีเหลืองอ่อนรูปตัววี หรือหมวกแก๊ป ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลปนเทาและมีแถบขาวคาดขวางลำตัว มีความว่องไวมาก ชอบอยู่ในที่ๆ มีความชื้น บางท้องที่เรียกว่าจิฟาง หรือจินาย

จิ้งหรีดทองแดงลาย (จิ้งหรีดนิล) เป็นจิ้งหรีดขนาดเล็กที่สุด มี 2 ชนิด คือ ชนิดที่มีปีกครึ่งตัว และชนิดที่มีปีกยาวเหมือนจิ้งหรีดทั่วไป ลักษณะคล้ายจิ้งหรีดทองแดง ระยะตัวอ่อนมีลายม่วงคาดลำตัว บางท้องที่เรียกว่าจิ้งหรีดผี หรือแอ้ด เป็นต้น

อาหารจิ้งหรีด
การเลี้ยงจิ้งหรีด ให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

การเตรียมพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีด

ให้คัดเลือกพ่อแม่พันธุ์จิ้งหรีดที่ตัวเต็มวัย มีสีเข้ม ตัวโต มีปีกเข้มอวัยวะครบ การนำลงบ่อให้ใช้พ่อพันธุ์จิ้งหรีด 1 ส่วน และแม่พันธุ์จิ้งหรีดอีก 3 ส่วน พ่อแม่พันธุ์จะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ แม่พันธุ์จิ้งหรีด 1 ตัวจะวางไข่ได้ถึง 1000 ฟองเลยทีเดียว ทำให้การเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อๆไปสามารถใช้วิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยการฝักจากไข่ได้ครับ ส่วนอีกวิธีในการเลี้ยงจิ้งหรีดที่นิยมคือการ ซื้อไข่จิ้งหรีด จากฟาร์มที่ขายไข่นั่นเอง ส่วนใหญ่จะขายเป็นขัน ขันละประมาณ 50-100 บาทแล้วแต่ช่วงครับ หลังจากซื้อไข่จิ้งหรีดแล้ว ไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฝักประมาณ 7-14 วัน เมื่อไข่ฝักแล้วก็สามารถนำจิ้งหรีดตัวอ่อนมาลงบ่อเลี้ยงได้เลยครับ

การเลี้ยงจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนแรกเกิดถึง20วัน จะให้อาหารอ่อนๆละเอียด เช่นอาหารไก่อ่อน หรืออาหารสำเร็จรูป จิ้งหรีดในช่วงตัวอ่อนจะให้อาหารเม็ดใหญ่ไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดจะมีทั้งอาหารหลักและอาหารเสริม เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนสามารถให้ผัก ผลไม้กับจิ้งหรีดได้ เช่น เศษผัก กล้วย ฟักทอง ใบมันสำปะหลัง และอื่นๆได้ แต่พืชผักนั้นจะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ การให้น้ำกับจิ้งหรีดสามารถนำขวดพลาสติกที่หาได้ง่ายๆ นำมาเจาะรูเล็กน้อยแล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดหรือใส่เข้าไปในขวดเพื่อให้น้ำในขวดค่อยๆซึมเปียกที่ผ้า จิ้งหรีดจะสามารถมาดูดกินน้ำที่อยู่กับผ้าได้ เมื่อจิ้งหรีดมีอายุประมาณ 40 วันจะเป็นช่วงโตเต็มวัยแล้วตัวเมียจะพร้อมวางไข่ ให้เรานำขันอาบน้ำพลาสติกมาและใส่ดินผสมแกลบดิบใส่ลงในขันวางไข่ ให้ตัวเมียวางไข่ประมาณ 3-5 วัน เพื่อทางฟาร์มจะได้ใช้ไข่จิ้งหรีดนี้ไว้เป็นพันธุ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีดรุ่นต่อไปครับ

กลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันจิ้งหรีดนั้นมีการเลี้ยงที่ง่ายในทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ จิ้งหรีดจะพบมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ส่วนมากแล้วจะกินเศษใบหญ้า พืชผักเป็นอาหาร ในธรรมชาติจะอาศัยอยู่ตามซอกดินที่แตก หรือตามรูในดินเล็กๆ จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ให้คุณค่าโปรตีนสูง เป็นที่ต้องการของหลายกลุ่ม และมีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงจิ้งหรีดมีการเลี้ยงทั้งในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงในบ่อพลาสติก บ่อไม้ หากฟาร์มที่เลี้ยงมีการบริหารจัดการได้ไม่ดีจะเกิดปัญหาหลายอย่าง เช่นการติดเชื้อ การตายของจิ้งหรีด ปัญหาอีกอย่างของการเลี้ยงจิ้งหรีดคือ การมีกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด สำหรับกลุ่นผู้เลี้ยงมือใหม่ที่ยังไม่มีวิธีแก้นั้นอาจจะตกใจบ้าง สำหรับวันนี้ทาง supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล จึงมีการนำเสนอวิธีการดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยวิธีที่ง่ายและต้นทุนไม่สูงมากครับ

สาเหตุของกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัญหากลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบ่อเลี้ยง เช่นการให้อาหารของเราบางครั้งจะมีการนำพืชผักชนิดต่างๆมาเป็นอาหารของจิ้งหรีด เมื่อจิ้งหรีดกินไม่หมดก็เกิดการสะสมกลิ่นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้เช่นกัน อาหารที่มีกลิ่นไม่ใช่แค่พืชผักเพียงอย่างเดียว บางครั้งอาหารชนิดสำเร็จรูปก็ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะกลิ่นเหม็นอาจะเกิดจากมูลของจิ้งหรีดเอง เมื่อมีการสะสมมากขึ้นจะทำให้เกิดแก๊สภายในบ่อและมีกลิ่นได้นั่นเอง

วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

แนวทางการไขกลิ่นเหม็นนั้นจะใช้อาหารเสริมชนิดน้ำมาผสมกับน้ำที่ให้จิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดกินทุกวันจะช่วยล้างสารตกค้างบางอย่างที่อยู่ในตัวจิ้งหรีดได้ด้วยและทำให้มูลจิ้งหรีดไม่มีกลิ่นที่เหม็นนั่นเอง อาหารเสริมที่แนะนำนี้จะเป็นไคโตซานชนิดน้ำ นอกจากจะช่วยดับกลิ่นเหม็นภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแล้ว ยังเป็นอาหารเสริม ทำให้จิ้งหรีดแข็งแรง โตเร็ว รสชาติอร่อยด้วย

อาหารเสริมจิ้งหรีด
ไคโตซาน อาหารเสริมสำหรับสัตว์ ดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

EM ดับกลิ่นเหม็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

อีกวิธีที่ง่ายก็คือการใช้จุลินทรีย์ EM ใช้ในการดับกลิ่นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด วีธีการคือการนำจุลินทรีย์ EM มาผสมกับน้ำให้จิ้งหรีดกินเป็นประจำ วิธีการทำจุลินทรีย์อีเอ็มนี้ให้กากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ หัวเชื้อจุลินทรีย์ EM 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำประมาณ 3 ลิตร ใส่ส่วนผสมและคนให้เข้ากันให้กับจิ้งหรีดกิน การให้จิ้งหรีดนั้นควรระวังคืออย่าให้หกเลอะบ่อเลี้ยง เพราะภายในบ่อมีการสะสมของมูลจิ้งหรีดและแก๊ส จะทำปฏิกิริยากับ EM ได้

EM ดับกลิ่นบ่อจิ้งหรีด
วิธีดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดให้ใช้ EM ผสมน้ำให้จิ้งหรีดกิน

ดับกลิ่นเหม็นแบบง่าย

การใช้อาหารเสริมช่วยดับกลิ่นและจุลินทรีย์ EM นั้นอาจจะช่วยแก้ดับกลิ่นเหม็นในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดได้ในเบื้องต้นเท่านั้น การดับกลิ่นอีกวิธีคือการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบไม้อัดให้นำบ่อเลี้ยงออกมาทำความสะอาดและตากแดดไว้ประมาณ 1-2 วัน ก่อนที่จะมีการนำบ่อเลี้ยงไปใช้ในรุ่นต่อไป เป็นการช่วยดับกลิ่นและฆ่าเชื้อไปด้วย

การผสมน้ำ EM
ให้จิ้งหรีดกิน EM ผสมน้ำจะช่วยการเจริญเติบโตและช่วยดับกลิ่นในบ่อเลี้ยง

ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด

ปัจจุบันนี้จิ้งหรีดเป็นแมลงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในตลาดมีความต้องการสูงเนื่องจากจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย ส่วนใหญ่แล้วจะใช้แรงงานภายในบ้าน supachai ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล เรามองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้เราเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดในแบบธรรมชาติ การเลี้ยงจิ้งหรีดง่ายๆ การให้อาหารจิ้งหรีด ในอุบลและจังหวัดใกล้เคียงนั้นความต้องการบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น การขายจิ้งหรีดในอุบลส่วนมากจะมีพ่อค้ามารับซื้ออยู่กับฟาร์ม หรือบางครั้งจะส่งขายทั้งปลีกและส่ง การขายจิ้งหรีดในอุบล ราคาขายจะอยู่กิโลกรัมละประมาณ 120-150 บาท ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล นั้นมีการขายทั้งจิ้งหรีดสด จิ้งหรีดแช่แข็ง ไข่จิ้งหรีด ส่งขายในพื้นที่อุบล และทั่วประเทศ การส่งจะส่งด่วนด้วยบริการของ Kerry มีการแพคใส่กล่องอย่างดี ทำให้ซื้อจิ้งหรีดจากฟาร์มอุบลนี้แล้วได้รับจิ้งหรีดที่สด สะอาด ปลอดสารพิษ นอกจากนั้นจิ้งหรีดยังสามารถเก็บไว้ประกอบอาหารได้หลายวันอีกด้วย

ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดในอุบล
ฟาร์มจิ้งหรีด อุบลรับซื้อขายจิ้งหรีด ไข่จิ้งหรีดคุณภาพดี

ฟาร์มจิ้งหรีดในอุบล นั้นมีอยู่หลายฟาร์ม ทั้งฟาร์มจิ้งหรีดในตัวเมืองอุบล ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอวารินชำราบ ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอกันทรลักษณ์ ฟาร์มจิ้งหรีด อำเภอเขมราฐ และ supachai จิ้งหรีดฟาร์มนี้ ตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร การเลี้ยงจิ้งหรีดของฟาร์มจะใช้วัสดุจากธรรมชาติ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดทำจากไม้อัด การให้อาหารจิ้งหรีดทางฟาร์มจะใช้อาหารสำเร็จรูป เช่นอาหารไก่บดละเอียด นอกจากนั้นยังให้อาหารเสริมอื่นๆด้วย เช่น ฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง และอาหารเสริมจิ้งหรีดอื่น ๆ ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบลนั้นตั้งอยู่ด้านนอกตัวอำเภอเพียงเล็กน้อย การเดินทางมายังฟาร์มสะดวก การจราจรไม่แออัด นับได้ว่า supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลแห่งนี้เป็นหนึ่งใน ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่น่าสนใจและหากท่านที่สนใจซื้อขายจิ้งหรีด สามารถติดต่อได้ที่คุณศุภชัย ม่านทอง หรือทางเพจเฟสบุ๊คได้เลยครับ

ฟาร์มขายจิ้งหรีด
supacha จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล ขายจิ้งหรีดปลีกส่ง จัดส่งทั่วประเทศ

วิธีเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูน

การเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อซีเมนต์ เป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกในการเลี้ยงจิ้งหรีด เนื่องจากเป็นการเลี้ยงที่ง่ายที่สุดเพราะจะใช้บ่อปูนสำเร็จมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตรถึง 1.2 เมตร บ่อมีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร การใช้บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเหมาะกับคนที่มีพื้นที่จำกัด จำนวนของบ่อเลี้ยงจะขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่นั่นเอง สำหรับขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงจิ้งหรีดในบ่อปูนซีเมนต์มีลักษณะดังนี้

การจัดวางบ่อปูนซีเมนต์

บ่อปูนซีเมนต์ควรจะมีการจัดวางอย่างเหมาะสม มีการวางบ่อเรียงกันเป็นแถวไม่เบียดกันเกินไป แต่ละแถวให้เว้นระยะห่างกันประมาณ 30-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการ เช่นการให้อาหารและการดูแลรักษา พื้นที่ในการวางบ่อต้องเป็นพื้นเรียบ ถ้าเป็นพื้นดินให้ปรับหน้าดินเรียบ และมีการนำปูนมาเทปิดพื้นบ่อด้านล่างเพื่อป้องกันไม่มีมดหรือศัตรูอื่นๆมากินจิ้งหรีด ถ้าเป็นพื้นที่ปูนซีเมนต์ เมื่อวางบ่อกับพื้นแล้วให้นำปูนมาปิดด้านล่างบ่อ ตามช่องว่างด้านล่าง เพื่อป้องกันมดแมลงหรือศัตรูอื่นๆจะเข้ามากินจิ้งหรีด เมื่อวางบ่อแล้วบริเวณรอบ ๆ บ่อควรมีการโรยปูนขาวหรือป้องกันไม่ให้มดเข้ามาใกล้บ่อ อาจจะนำผ้าชุบกับน้ำมันเครื่องมาวางรอบ ๆ บ่อก็ได้

การใส่วัสุหลบซ่อน

ใส่แกลบดิบเข้าไปในบ่อเล็กน้อย ให้แกลบดิบสูงประมาณ 1-2 เซนติเมตร ก่อนจะนำแกลบมาใส่นั้นควรจะมีการนำแกลบไปตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันเชื่อโรค หรือแมลงที่ติดมากับแกลบ การใส่แกลบเพื่อเป็นการให้เป็นที่หลบซ่อนของจิ้งหรีดได้ด้วย หลังจากนั้นก็วางแผงไข่ไว้ด้านข้างบ่อเพื่อเป็นที่อยู่ของจิ้งหรีด ในบ่อที่พื้นที่ไม่กว้าง อาจจะใช้แผงไข่ประมาณ 8-10 แผง

การวางถาดอาหารจิ้งหรีด

ใส่ถาดวางให้อาหาร เป็นถาดพลาสติกแบน ไม่ควรใช้ถาดที่สูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้ อาหารจิ้งหรีดเป็นอาหารชนิดผงละเอียด เช่นอาหารสำเร็จรูป อาหารไก่อ่อน รำอ่อน หรืออาหารผสมเองก็ได้ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ควรให้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่เยอะเกินไปจนกินไม่หมด จะทำให้บ่อเกินการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อราได้

การให้น้ำจิ้งหรีด ให้นำขวดพลาสติกมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู แล้วใช้ผ้ามาพันรอบขวดเมื่อใส่น้ำลงไปในขวดน้ำจะค่อย ๆ ไหลซึมออกมาใส่ผ้าเพื่อให้จิ้งหรีดค่อย ๆ มากินน้ำในผ้า หรืออีกอย่างคือใช้ที่ให้อาหารไก่ แต่ควรจะใช้เศษผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางไว้ในที่ให้น้ำด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดตกลงไปในที่ให้น้ำ

การปิดปากบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

บริเวณด้านบนของปากบ่อ ให้ใช้เทปกาวชนิดลื่นมาพันรอบบ่อด้านในไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ออกมาด้านบนของบ่อ ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้ามาคลุมปิดบ่อด้านบนไว้ แล้วใช้ยางรัดตาข่ายอีกที ยางรัดปากบ่อจะใช้ตัดจากยางในรถจักรยานยนต์ตัดเป็นแนวยาว มีความกล้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร การใช้ตาข่ายคลุมปิดด้านบนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ จิ้งจก หรือสัตว์อื่น ๆ เข้ามากินจิ้งหรีดนั้นเอง

วัสดุอุปกรณ์มีอะไรบ้าง

1.ภาชนะ/บ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุที่นำมาใช้สำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นมีอยู่มากมาย ส่วนมากแล้วจะใช้วัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นที่หาได้ง่ายนั่นเองครับ ตัวอย่างเช่น บ่อซีเมนต์ ถังน้ำ กล่องกระดาษ กะละมัง โอ่ง กล่องไม้ กรงเหล็ก ยางรถยนต์ หรือบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดที่ทำขึ้นเองเช่น นำไม้อัดมาทำ หรือก่ออิฐเป็นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด การจัดหาบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นควรจะคำนึงถึงราคาที่ไม่แพงมาก เป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีความแข็งแรงคงทน ประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยง ง่ายต่อการจัดการ และสามารถป้องกันแมลงหรือศัตรูของจิ้งหรีดได้ครับ ตัวอย่างอุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด เช่น

  • บ่อซีเมนต์ บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ โดยปกติจะเป็นทรงกระบอก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ก้นบ่อจะปิดหรือไม่ปิดก็ได้ การติดตั้งบ่อซีเมนต์นั้นทำได้ง่ายโดยการปรับพื้นที่ในโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดให้เรียบ ถ้าหากเป็นพื้นดิน ก้นบ่อควรจะเทปูนปิดไว้ความหน้าประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อป้องกันมดหรือแมลงเจาะรูเข้ามาจากด้านล่างบ่อ หรือถ้าเป็นโรงเรือนที่พื้นเป็นปูนซีเมนต์อยู่แล้วก็สามารถวางบ่อซีเมนต์กับพื้นได้เลย และนำปูนมาปิดช่องว่างตรงก้นบ่ออีกเล็กน้อย ไม่ให้มีช่องเพื่อป้องกันมดหรือแมลงเข้ามาได้ครับ การจัดวางบ่อซีเมนต์นั้นให้วางเรียงกันและมีระยะห่างแต่ละบ่อประมาณ 40-50 เซนติเมตร เพื่อความสะดวกในการจัดการและการให้น้ำให้อาหาร บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดซีเมนต์อาจจะเป็นลักษณะทรงสี่เหลี่ยมก็ได้ อยู่ที่พื้นที่ว่าเหมาะสมแบบใด ที่สำคัญควรจะคำนึงถึงการบริหารจัดการได้ง่าย การทำความสะอาด และปลอดภัยสำหรับจิ้งหรีด
  • กะละมังปากกว้าง ปกติจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร สูงประมาณ 50 เซนติเมตร การเลี้ยงจิ้งหรีดด้วยกะละมังนิยมเลี้ยงในพื้นที่มีจำกัด มีพื้นที่ไม่มาก เพราะกะละมังมีน้ำหนักเบาสามารถยกเคลื่อนย้ายได้สะดวก สามารถนำมาเลี้ยงในห้อง ในบ้านได้ หรือบางครั้งอาจจะทำชั้นขึ้นมาแล้วนำกะละมังมาวางเรียงซ้อนกันได้
  • กล่องเลี้ยงจิ้งหรีด เป็นกล่องที่ทำขึ้นมาเลี้ยงจิ้งหรีดโดยเฉพาะ ตัวกล่องนิยมทำจากไม้อัด นำมาตีเป็นกล่องสี่เหลี่ยม สังกะสีแผ่นเรียบ กระเบื้องแผ่นเรียบ ส่วนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดนั้นก็สามารถนำมาทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้เพราะจิ้งหรีดสามารถกัดแทะแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดได้ ทำให้ไม่ปลอดภัย การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะมีขนาดความสูงของกล่องประมาณ 50 เซนติเมตร ขนาดกว้างประมาณ 80 เซนติเมตร ขนาดยาวประมาณ 200 เซนติเมตร หรือสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมก็ได้ กล่องเลี้ยงนิยมทำด้วยไม้หรือเหล็กที่มีความแข็งแรงมรขาตั้งสูงจากพื้นประมาณ 20-30 เซนติเมตรเพื่อป้องกันแมลงและศัตรูของจิ้งหรีด การทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดแบบนี้จะใช้ต้นทุนที่สูงกว่าแบบอื่น ๆ แต่ก็สามารถใช้ได้นานเหมาะกับการเลี้ยงจิ้งหรีดระยะยาว

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

2.เทปกาว

นิยมใช้เทปกาวชนิดที่ผิวลื่น มีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับติดขอบด้านบนของบ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดไต่ขึ้นมาหนี เทปกาวนั้นสามารถติดได้ทั้งบ่อที่เป็นปูนซีเมนต์หรือบ่อเลี้ยงแบบอื่น ๆ ถ้าเป็นบ่อซีเมนต์ที่มีทุนสูงอาจจะใช้วิธีการติดกระเบื้องแผ่นเล็ก ๆ ที่ขอบบ่อแทนการใช้เทปกาวก็ได้

3.ตาข่ายพลาสติก

ใช้ตาข่ายพลาสติกสีฟ้า การใช้ให้ตัดตาข่ายให้มีขนาดกว้างยาวมากกว่าบ่อเลี้ยงประมาณ 30-40 เซนติเมตร นำตาข่ายมาคลุมปิดบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดด้านบน เพื่อป้องกันนก หรือจิ้งจก เข้ามากินจิ้งหรีดนั่นเอง

4.ยางรัดขอบบ่อ

ในกรณีที่บ่อเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นแบบบ่อซีเมนต์ ให้ใช้ยางในรถจักรยานยนต์มาตัดตามแนวยาว ให้มีขนาดความกว้างประมาณ 2-3 เซนติเมตร เพื่อให้ได้ยางรัดมีลักษณะเป็นวงกลม แล้วใช้สำหรับรัดตาข่ายพลาสติกเข้ากับขอบบ่อด้านนอก เพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดหนี

5.วัสดุหลบซ่อน

ธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นจะไม่ชอบอยู่ในที่โล่งแจ้งมาก กลางวันจะหลบซ่อนตัว วัสดุที่ใช้หลบซ่อนตัวนิยมใช้ถาดไข่ชนิดที่ทำจากกระดาษมาวางเรียงกัน จำนวนการใช้ถาดไข่จะขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อเลี้ยง ถ้าเป็นบ่อเลี้ยงซีเมนต์ที่มีพื้นที่ไม่มาก อาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 6-8 อัน ถ้าเป็นกล่องเลี้ยงอาจจะใช้ถาดไข่ประมาณ 30-50 อัน ส่วนมากจะแล้วแต่ขนาดบ่อไม่ควรใส่ถาดไข่เยอะเกินไปจนทำให้แออัด

6.ที่ให้น้ำ

อุปกรณ์ให้น้ำจิ้งหรีดสามารถหาได้ตามท้องที่ เช่นขวดพลาสติกนำมาเจาะรูประมาณ 1-2 รู ใช้ผ้าที่สะอาดซึมซับน้ำได้ดีมาพันรอบขวดพลาสติกเพื่อให้น้ำค่อยๆซึมมาเปียกกับผ้า และปลายอีกด้านหนึ่งของผ้าก็ให้สอดเข้าไปในขวดได้เลยลักษณะเหมือนไส้ตะเกียง หรืออีกแบบคือการใช้ที่ให้น้ำไก่ แต่ต้องนำผ้าหรือขุยมะพร้าวมาวางในน้ำด้วยเพราะที่ให้น้ำไก่มีขนาดลึกถ้าจิ้งหรีดตกลงไปจะขึ้นมาไม่ได้

7.ที่ให้อาหาร

ที่ให้อาหารจิ้งหรีดนั้นสามารถหาได้ง่าย เช่นถาดพลาสติก จานหรือกระดาษแข็ง ๆ ก็ได้ ไม่ควรเป็นภาชนะที่มีควมลึกสูงมากเพราะจะทำให้จิ้งหรีดตกลงไปขึ้นไม่ได้

8.วัสดุรองพื้นบ่อเลี้ยงจิ้งหรีด

วัสดุรองพื้นใช้เพื่อให้จิ้งหรีดอยู่อาศัยและหลบซ่อนตัว นิยมใช้แกลบดิบเพื่อใช้รองพื้นบ่อเลี้ยง ก่อนนำแกลบลงไปในบ่อควรจะนำมาตากแดดก่อนประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแลงและเชื่อโรคที่ติดอยู่ในแกลบ หลังจากนั้นนำแกลบมาโรยลงพื้นบ่อเลี้ยงให้มีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร

9.ภาชนะวางไข่

จิ้งหรีดเมื่อโตเต็มที่แล้วจะวางไข่ การวางไข่จะใช้ภานะมารองส่วนใหญ่จะใช้ขันอาบน้ำพลาสติก หรือถาดพลาสติก ภายในถาดจะใช้แกลบดำผสมกับดินเพื่อให้จิ้งหรีดลงไปวางไข่ได้

10.อาหารจิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีดเป็นปัจจัยสำคัญในการเลี้ยงจิ้งหรีด การให้อาหารจิ้งหรีดมีทั้งเป็นอาหารหลักและอาหารเสริม อาหารหลักก็จะเป็นพวกอาหารไก่ อาหารเม็ดเล็ก ๆ อาหารสำเร็จรูป ส่วนอาหารเสริมเป็นอาหารที่ให้เพิ่มกับจิ้งหรีดเพื่อให้จิ้งหรีดมีรสชาติอร่อย ป้องกันโรคของจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนัก และอาหารเสริมจะช่วยลดต้นทุนค่าอาหารลงไปได้อีกมาก สามารถอ่านเรื่องการให้อาหารจิ้งหรีดได้จากชื่อเรื่อง การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด หรือบทความเรื่อง จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง

11.น้ำ

จะใช้น้ำประปาหรือน้ำที่สะอาดไม่มีสารเคมีเจือปน บรรจุลงในภาชนะที่ให้น้ำแก่จิ้งหรีด

อาหารจิ้งหรีด

จิ้งหรีดกินอะไร หรือ อาหารจิ้งหรีด เป็นคำถามที่ผู้เลี้ยงจิ้งหรีดหลายๆท่านตั้งคำถาม โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดช่วงแรกๆนั้น ไม่รู้ว่าจะให้จิ้งหรีดกินอะไรดี ก็ค้นหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ต หลายๆท่านก็ให้อาหารที่แตกต่างกันไป จนไม่แน่ใจว่า สุดท้ายแล้วอาหารจิ้งหรีดที่ดีที่สุดคืออะไร อันที่จริงแล้วนั้นผมได้เขียนบทความไปก่อนหน้านี้แล้วเกี่ยวกับอาหารของจิ้งหรีดชื่อบทความ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด ลองไปติดตามกันด้วยนะครับ ในส่วนบทความนี้จึงมาเขียนในเรื่องทั่วไปแล้วกันครับ

ธรรมชาติของจิ้งหรีด

โดยธรรมชาติของจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นอาหารของจิ้งหรีดมันจึงสามารถกินได้ในแบบของธรรมชาติได้ครับ คือมันสามารถกินเศษหญ้า เศษพืชผัก หรือแม้แต่แมลงตัวเล็กๆ ทีนี้เมื่อมนุษย์เรามีความต้องการบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแมลงที่ให้โปรตีนสูง อาจจะโปรตีนทดแทนได้จากเนื้อสัตว์ด้วย และจิ้งหรีดนั้นมีรสชาติอร่อย จึงมีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่มากขึ้น เมื่อนำมาเลี้ยงสิ่งที่เราคิดต่อมาคือ จิ้งหรีดกินอะไรได้บ้าง ในการเลี้ยงเพื่อเชิงการค้านั้นอาหารสำหรับจิ้งหรีดจึงเป็นสิ่งคัญเพราะจะช่วยให้จิ้งหรีดโตเร็ว แข็งแรง มีน้ำหนัก รสชาติอร่อย

อาหารจิ้งหรีดไก่อ่อน

อาหารจิ้งหรีดนั้นนิยมให้เป็นแบบอาหารสำเร็จรูป เช่นอาหารไก่อ่อน หรือทุกวันนี้มีอาหารสำหรับจิ้งหรีดออกมาขายโดยเฉาะ เช่น อาหารจิ้งหรีด G1 หรือ อาหารจิ้งหรีด G5 การให้อาหารควรจะบดละเอียดเพราะจิ้งหรีดเป็นแมลงตัวเล็กไม่สามารถกินอาหารเม็ดใหญ่ได้ครับ อาหารสำเร็จรูปนั้นควรจะมีส่วนผสมของโปรตีนอยู่ ส่วนมากแล้วจะให้อาหารจิ้งหรีดช่วงเวลาเช้าและเย็น การให้อาหารจิ้งหรีดส่วนมากจะให้อาหารอยู่ 2 ช่วง คือ ช่วงแรกเกิดถึง 3 สัปดาห์จะให้อาหารที่เน้นการเจริญเติบโต แข็งแรง และช่วงที่สอง คือ หลัง 3 สัปดาห์ถึงจับขายจะให้อาหารที่เน้นเรื่องน้ำหนัก รสชาติจิ้งหรีด เน้นจิ้งหรีดสวยงาม

อาหารจิ้งหรีด ลดต้นทุน
ให้อาหารเสริมหรือพืชผักกับจิ้งหรีด เพื่อช่วยลดต้นทุน

 

อาหารจิ้งหรีดสำเร็จรูป

นอกจากอาหารสำเร็จรูปแล้วนั้นจิ้งหรีดยังสามารถกินอาหารอย่างอื่นได้ครับ ตามที่ได้บอกไปคือพืชผัก เศษหญ้า พักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง กล้วย ฟักทอง ได้หมดเลย แต่พืชพักนั้นต้องไม่มีสารเคมี จะทำให้จิ้งหรีดตายได้ครับ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าอาหารของจิ้งหรีด หลายๆฟาร์มจะมีการผสมอาหารกันเอง เช่นนำมันสำปะหลังผสมกับอาหารไก่ นำรำอ่อนผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือผสมกับกากมอลล์ ก็สามารถทำได้เช่นกันครับ

อาหารเสริมจิ้งหรีด

นอกจากการให้อาหารจิ้งหรีดตามปกติแล้ว ยังสามารถให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีดได้อีกทาง จุดประสงค์ของการให้อาหารเสริมกับจิ้งหรีด เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร เพื่อเป็นกำบำรุงจิ้งหรีด เพื่อเป็นการเร่งการเจริญเติบโต เพื่อเป็นการแก้ปัญหาจิ้งหรีดตายและอื่นๆ อาหารเสริมจิ้งหรีดนั้นจะใช้ไม่เหมือนกัน อยู่ที่จุดประสงค์ของแต่ละฟาร์ม บางฟาร์มอาจจะให้กากมอล หรือยีสย์หมัก รำอ่อน กากถั่วเหลือง พวกนี้จะช่วยลดค่าอาหารจิ้งหรีดได้ แต่เราก็ยังต้องให้อาหารหลักเมือนเดิมนะครับ แต่ให้ในปริมาณที่น้อยลง หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารเสริมชนิดที่เป็นน้ำ นำมาผสมกับน้ำให้จิ้งหรีดกิน หรือใช้ EM เป็นอาหารเสริมเพื่อช่วยเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็ว มีน้ำหนัก จิ้งหรีดไมตาย เพราะมีปัญหาว่าจิ้งหรีดจะชอบตายช่วงกั๊กหรือช่วงออกปีก ช่วงนี้อาจต้องดูแลจิ้งหรีดเป็นพิเศษ หากร้อนเกินไปจิ้งหรีดก็จะตายได้ ก็อาจฉีดน้ำพรม หรือเปิดพัดลมช่วย จิ้งหรีดในช่วงกั๊กนี้อาจจะให้อาหารเยอะขึ้นเพื่อช่วยให้แข็งแรงขึ้น ส่วนบางฟาร์มก็จะให้จิ้งหรีดกินพืชผักเป็นอาหารเสริม เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าอาหาร เช่นฟักทอง ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง ใบกล้วย และพืชผักชนิดอื่นๆ แต่การให้ผักนั้นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย จะต้องเป็นผักปลอดสารพิษ ห้ามมีสารเคมีหรือสิ่งเจือปน หากจิ้งหรีดได้กลิ่นหรือกินเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้จิ้งหรีดตายได้

สั่งซื้อไข่จิ้งหรีด

ลักษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

จิ้งหรีดเป็นแมลงที่มีลักษณะปากเป็นแบบปากกัด มีตารวมหนวดยาว ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี และกินอาหารได้ทั้งพืชและสัตว์ ขยายพันธุ์ได้เร็ว มีขาคู่หลังขนาดใหญ่ แข็งแรง กระโดดเก่ง ตัวเมียวางไข่ใต้ดินลึกประมาณ1 – 2 เซนติเมตร ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะหลบซ่อนตัวตามสนามหญ้า อยู่ในรูเก่าของแมลงอื่น รอยแตกของดิน หรือตามกองวัสดุทั่วไป

จิ้งหรีดมีระยะการเจริญเติบโต แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ

จิ้งหรีดระยะไข่

1. ระยะไข่ ไข่จิ้งหรีดจะมีสีเหลืองรวมกันเป็นกลุ่มในดิน ลักษณะยาวเรียวคล้ายเมล็ดข้าวสาร ความยาวประมาณ 1.5 มิลลิเมตร วางไข่เป็นกลุ่มๆ ละ 3 -4 ฟอง ตลอดอายุขัยจิ้งหรีดเพศเมียสามารถวางไข่ได้ 600 –1,000 ฟอง ซึ่งจะวางไข่เป็นรุ่นๆ ได้ประมาณ 4 รุ่นๆละ 200 – 300 ฟอง แต่ละรุ่นใช้เวลาห่างกันประมาณ 15 วัน หลังจากนั้นประมาณ 3 สัปดาห์ จะเห็นลูกจิ้งหรีดที่ฟักออกจากไข่นับพันตัว ระยะไข่ใช้เวลาประมาณ 7 วัน จึงฟักออกมาเป็นตัวอ่อน

จิ้งหรีดระยะตัวอ่อน

2. ระยะตัวอ่อน ไข่จิ้งหรีดเมื่อฟักออกเป็นตัวอ่อน จะมีลักษณะคล้ายมด และมีการเจริญเติบโต โดยการลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อน เมื่อโตขึ้นเริ่มมีปีก เรียกว่า ระยะใส่เสื้อกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาว ระยะตัวอ่อนพันธุ์จิ้งหรีดทองดำใช้เวลาประมาณ 35 – 40 วัน แต่ถ้าพันธุ์ทองแดงใช้เวลาประมาณ 46 – 50 วัน จึงจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัย

จิ้งหรีดระยะตัวเต็มวัย

3. ระยะตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถแยกเพศได้ชัดเจน โดยการสังเกตความแตกต่างของเพศผู้ เพศเมีย เพศผู้จะมีปีกคู่หน้าย่น สามารถทำให้เกิดเสียงขึ้นได้ โดยใช้ปีกคู่หน้า ถูกันจะทำให้เกิดเสียง เสียงที่จิ้งหรีดทำขึ้นเป็นการสื่อสารที่มีความหมายของจิ้งหรีด สำหรับเพศเมียจะมีปีกคู่หน้าเรียบ และมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากส่วนท้อง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 – 60 วัน

บทสรุปชีวิตจิ้งหรีด

สรุป วัฐจักรหรือวงจรชีวิตจิ้งหรีดนั้นเป็นอย่างไร วงจรชีวิตจิ้งหรีดนั้นแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ คือ ระยะไข่ ไจ่จิ้งหรีดจะมีสีเหลืองรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในดิน ไข่จิ้งหรีดจะมีลักษณะยาวเรียวคล้ายกับเมล็กข้าวสาร การฟักตัวของไข่จิ้งหรีดจะใช้เวลาฟักประมาณ 7-14 วัน ระยะที่ 2 คือ ระยะตัวอ่อน เมื่อไข่จิ้งหรีดฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อนแล้ว จิ้งหรีดจะมีลักษณะตัวเล็ก ๆ คล้ายมด และมีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ จะมีการลอกคราบประมาณ 8 ครั้ง จึงจะเป็นตัวเต็มวัย ตัวอ่อนเมื่อถึงวัยเริ่มมีปีกจะเรียกว่าระยะกั๊ก มีระยะกั๊กเล็ก มีติ่งปีก และระยะกั๊กใหญ่ มีติ่งปีกยาว ระยะกั๊กของจิ้งหรีดนี้ส่วนใหญ่จะตาย ต้องดูแลจิ้งหรีดมากเป็นพิเศษ จิ้งหรีดพันธุ์ทองดำจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 35-45 วัน ส่วนจิ้งหรีดพันธุ์ทองแดง จะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ 45-60 วัน ระยะสุดท้ายคือ ระยะจิ้งหรีดตัวเต็มวัย เป็นระยะที่สามารถแยกเพศได้ชัดเจน เพศผู้จะมีปีกหน้าย่น ปีกคู่หน้าปีกขวาจะทับปีกซ้าย สำหรับเพศเมีย จะมีปีกคู่หน้าเรียบ ปีกซ้ายทับปีกขวา และเพศเมียจะมีอวัยวะสำหรับวางไข่ขาวแหลมคล้ายเข็ม ยื่นออกมาจากส่วนท้อง โดยทั่วไปจิ้งหรีดตัวเต็มวัยจะมีอายุเฉลี่ยประมาณ 45-60 วัน

Supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี เราเป็นหนึ่งใน ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีความสนใจ และเริ่มต้นเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เรามีความภูมิใจที่ได้ทำฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดขนาดเล็กๆภายในครัวเรือน ด้วยการเลี้ยงที่เป็นธรรมชาตินอกตัวเมือง เรามีการขายจิ้งหรีดสด ทั้งปลีกและส่งจากฟาร์มของเราเอง อีกทั้งยังมีการแปรรูปจิ้งหรีดเป็นสินค้าแบบอื่น เช่น จิ้งหรีดทอดกรอบรสชาติต่างๆ ด้วยสโลแกน จิ้งหรีดสด ปลอดสารพิษ อร่อยติดใจ

ซื้อขายจิ้งหรีด/ไข่จิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีด

การเลี้ยงจิ้งหรีด คือการนำจิ้งหรีดมาดูแลเพาะเลี้ยง และมีหลักการว่าสภาพสถานที่เลี้ยงโรงเรือนจิ้งหรีดนั้น จะต้องมีสภาพที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ผู้เลี้ยงเองจะต้องให้ความเอาใจใส่ดูแลจิ้งหรีดเป็นอย่างดี จะทำให้จิ้งหรีดมีสภาพสมบูรณ์ แข็งแรง มีรสชาติอร่อย การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อเชิงการค้าจะต้องมีการปรับสภาพสถานที่เลี้ยงจิ้งหรีดให้เหมาะสมกับจำนวนการเลี้ยง โรงเรือนจิ้งหรีดจะต้องไม่มีขนาดใหญ่หรือเล็กเกินไป สถานที่เลี้ยงจิ้งหรีดควรจะเป็นพื้นที่โล่งกว้างมีอากาศถ่ายเถได้สะดวก โรงเลี้ยงจิ้งหรีดตั้งอยู่ในที่ดอนหรือสูง เพื่อป้องกันน้ำขัง เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง โรงเรือนจิ้งหรีดควรมีแสงสว่างที่เพียงพอ ไม่มืดมิดชิดเกินไป มีแสงเข้าได้ประมาณ 30-40 เปอเซ็นต์ มีการโรยปูนขาวไว้รอบโรงเรือนป้องกันแมลง ไร มด และอื่น ๆสำหรับโรงเรือนจิ้งหรีดของ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบลราชธานี จะใช้ไม้ในการทำเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากประหยัดและดูเป็นธรรมชาติ ใช้วัสดุตามบ้านเรือนให้เกิดประโยชน์ ด้านข้างจะใช้ผ้าสแลนล้อมโรงเรือนไว้อีกที มีประตูทางเข้าออกทางเดียวเพื่อป้องกันบุคคลภายนอกและสัตว์ชนิดอื่นมารบกวน ที่สำคัญโรงเรือนเลี้ยงจิ้งหรีดควรจะอยู่ในที่ห่างจากสารเคมีทุกชนิด และห้ามมีการเผาไม้ ห้ามมีควันไฟรบกวนได้ เพราะจิ้งหรีดมีความไวต่อสารเคมีและควัญไฟ หรือแม้แต่คนที่เข้าออกฟาร์ม ควรจะจำกัดและป้องกันห้ามใส่น้ำหอมหรือกลิ่นต่าง ๆ การทำโรงเรือนจิ้งหรีดนั้นไม่มีรูปแบบตายตัวมากนัก ส่วนมากจะต่อเติมจากบริเวณบ้าน ใต้ถุนบ้าน รูปแบบโรงเรือนจิ้งหรีดที่ ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มานำเสนอวันนี้มีประมาณ 3 รูปแบบดังนี้ครับ

โรงเรือนแบบเพิงหมาแหงน

โรงเรือนแบบนี้ปกติมีความกว้าง 2.5 เมตร ยาว 8.5 เมตร หรือความยาวตามขนาดของพื้นที่ ตัวโรงเรือนประกอบด้วยเสาไม้หรือปูน 8 เสา ตั้งเรียงคั่น 2 แถว ห่างกันเสาละ 2.5 เมตร ความสูงของหลังคาสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร เพื่อให้มีความระบายอาการศที่ดี พื้นบ่อควรยกสูง 10-30 เซนติเมตร มีการอัดดินให้แน่นหรือทำเป็นพื้นคอนกรีตมีความหน้าประมาณ 5 เซ็นติเมตร ซึ่งจวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ได้ 15 บ่อ

โรงเรือนแบบเพิงหมาแหงนกลาย

โรงเรือนแบบนี้มีลักษณะคล้ายเพิงหมาแหงน แต่จะเพิ่มจั่วเข้าไปด้านหน้า เหมาะสำหรับโรงเรือนที่ตั้งขวางทิศทางของแสงอาทิตย์ สามารถลดความร้อนหรือป้องฝนสาดได้ดีกว่าโรงเรือบแบบเพิงหมาแหงน โรงเรือนรูปแบบนี้มีความกว้าง 3.0 เมตร ยาว 8.5 เมตร หรือตามขนาดของพื้นที่ ตัวโรงเรือนประกอบด้วยเสาไม้หรือปูน 8 เสาตั้งเรียงกัน 2 แถว ห่างกันเสาละ 2.5 เมตรตามความสูงของหลังคาควรมีความสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร ด้านหน้ามีความสูง 1.8-2.0 เมตรเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก อาจจะทำพื้นอัดดินหรือเทคอนกรีตก็ได้ ควรมีความสูงประมาณ 5 เซนติเมตร โรงเรือนแบบนี้สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ได้ประมาณ 15 บ่อ

โรงเรือนแบบหน้าจั่ว

เป็นโรงเรือนแบบที่สามารถลดความร้อนจากแสงอาทิตย์และป้องกันฝนสาดได้ดี โรงเรือนแบบนี้มีความกว้าง 5 เมตร ยาว 8.5 เมตร หรือตามขนาดของพื้นที่ พื้นที่ตัวโรงเรือนประกอบด้วยเสาไม้หรือปูน 12 เสาตั้งเรียงกัน 3 แถว ห่างกันเสาละ 2.5 เมตร ความสูงของหลังคาควรมีความสูงจากพื้นไม่ต่ำกว่า 1.5 เมตร และด้านหน้ามีความสูง 1.8-2.0 เมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก พื้นบ่อควรยกสูงประมาณ 10-30 เซนติเมตร โดยพื้นโรงเรือนมีการอัดดินหรือทำเป็นพื้นคอนกรีตก็ได้ พื้นคอนกรีตมีความหนาประมาณ 5 เซนติเมตร โรงเรือนแบบนี้สามารถวางบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดแบบบ่อซีเมนต์ได้ประมาณ 60 บ่อ

การทำโรงเรือนจิ้งหรีด

ในการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น ปัจจัยสำคัญอีกอย่างนั่นก็คือโรงเรือน การทำโรงเรือนจิ้งหรีดนั้นไม่ได้มีรูปแบบที่ต้องกำหนดสักเท่าไหร่ ว่าต้องสร้างแบบนี้เท่านั้น โดยส่วนมากแล้วจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของผู้เลี้ยงด้วย และจุดประสงค์ของการเลี้ยง เช่นเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อเชิงพานิชย์ เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อส่งออก เลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อเป็นอาชีพเสริม หรือเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อกิจกรรมยามว่าง แต่โดยที่พบเห็นกันก็จะมีการต่อเติมโรงเลี้ยงจิ้งหรีดออกจากตัวบ้าน เพราะพื้นที่ไม่เยอะ มีการเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวเท่านั้น การต่อเติมก็ใช้ไม้หรือวัสดุที่หาได้ตามบ้าน หรือบางฟาร์มที่มีการเลี้ยงจิ้งหรีดที่ใหญ่ขึ้น เลี้ยงเพื่อการค้า ก็อาจจะมีการหาพื้นที่และทำโรงเลี้ยงที่ได้มาตรฐาน สามารถทำได้ทั้งแบบโรงเลี้ยงจิ้งหรีดแบบเปิด และโรงเลี้ยงจิ้งหรีดแบบปิด อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ของโรงเรือนจิ้งหรีดนั้น เพื่อเป็นที่หลบฝน หลบแดด และควบคุมอุณหภูมิ การทำโรงเรือนจิ้งหรีดจะต้องหากจากพื้นที่มีสารเคมี และพื้นที่โล่ง เพื่อความปลอดภัยของผู้เลี้ยงและจิ้งหรีดครับ

จิ้งหรีดกินอะไร

ปัจจุบันนี้ความต้องการของตลาดจิ้งหรีดนั้นมีเพิ่มมากขึ้น จิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย และมีสารอาหารโปรตีนสูง หลายพื้นที่มีการเลี้ยงส่งขายมากขึ้น สำหรับการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก สิ่งที่ง่ายคือจิ้งหรีดนั้นสามารถกินอาหารได้เกือบทุกอย่าง ทั้งขนม ใบไม้ ใบหญ้า ผลไม้ และพืชผักชนิดอื่น ๆ แต่สิ่งที่ยากคือ ต้องมีการควบคุมการให้อาหารและน้ำเพราะจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่มีความอ่อนไหวง่าย พิชผักที่ให้กินนั้นต้องไม่มีสารพิษ หรือกลิ่นที่รุนแรง ถ้ามีจือปนแม้แต่นิดเดียวสามารถทำให้จิ้งหรีดตายกันหมดได้เลย

วันนี้ทาง ศุภชัย ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล มีบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงจิ้งหรีดมาฝากอีกเล่นเคยคือ การให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่าจิ้งหรีดนั้นสามารถกินได้เกือบทุกอย่าง แต่อยู่ที่คนให้อาหารครับถ้าจิ้งหรีดกินอะไรเป็นอาหาร ผลผลิตออกมาก็จะเป็นอย่างนั้น การให้กินฟักทองหรือกล้วย ก่อนที่จะนำออกขายนั้น ก็จะทำให้จิ้งหรีดมีน้ำหนักดี จิ้งหรีดตัวโต มีรสชาติอร่อย เอาล่ะครับมาเริ่มเข้าเรื่องการกันดีกว่า

การให้น้ำจิ้งหรีด

การให้น้ำจิ้งหรีดนั้นช่วยแรกเกิดจิ้งหรีดยังตัวเล็กและไม่แข็งแรงมากนัก การให้อาหารสามารถนำใบตองมาวางเรียงกันบนบ่อที่เลี้ยงเพื่อให้จิ้งหรีดออกมากินน้ำได้ง่าย หรือบางฟาร์มอาจจะให้น้ำจิ้งหรีดด้วยวิธีใช้ผ้าชุบน้ำ มาวางไว้ก็ได้ครับ ไม่ควรนำถาดน้ำหรือถาดอาหารที่มีความสูงมาวางเพราะจะทำให้จิ้งหรีดที่ตัวเล็กตกลงไปตายได้ครับ อีกวิธีที่ให้น้ำจิ้งหรีดได้คืออาจจะให้ด้วยสเปรย์ฉีดพ่นน้ำก็ได้ครับ เมื่อเราวางใบตองไว้บนตาข่าย หรือบนบ่อเลี้ยง ฉีดน้ำจากสเปรย์จะคล้ายกับละอองน้ำที่ไปเกาะอยู่บนใบตองทำให้เหมือนธรรมชาติมากครับ การฉีดพ่นละอองน้ำนั้นยังช่วงให้จิ้งหรีดคลายร้อนได้อีกด้วยครับ ทำในช่วงหน้าร้อนเพื่อให้จิ้งหรีดลดความเครียดได้ด้วยครับ

การให้อาหารจิ้งหรีด

การให้อาหารจิ้งหรีดสามารถทำได้หลายระยะ โดยในช่วงระยะแรกเกิดถึง3สัปดาห์นั้นจะให้อาหารผงละเอียด เนื่องจากช่วงนี้จิ้งหรีดยังตัวเล็ก กินอาหารเม็ดหรืออาหารชนิดอื่นลำบาก หรือบางฟาร์มอาจจะให้อาหารไก่ก็อาจจะนำมาบดละเอียดก่อนได้ครับ บางฟาร์มอาจจะให้อาหารสำเร็จรูปก็ได้เช่นกันครับ แต่อาหารนั้นควรจะมีโปรตีนอยู่ที่ 21 % ครับ อาหารสำเร็จที่ให้ในระยะที่ 1 คืออาหาร เอราวัณ จี 1 แรกเกิดถึง 3 สัปดาห์ มีโปรตีนสูง มีความน่ากินย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้สูง อาหารในระยะที่ 2 อาหารเอราวัณ จี 5 ตั้งแต่3 สัปดาห์ถึงขาย เพิ่มสีสันเสริมความสมบูรณ์พันธุ์ ไข่ดก ควรให้น้อยๆ และบ่อยครั้ง

การให้อาหารเสริมจิ้งหรีด

อาหารเสริมนิยมให้จิ้งหรีดเพื่อเพิ่มความสวยงาม เพิ่มโปรตีนกับจิ้งหรีด ทำให้จิ้งหรีดตัวโต น้ำหนักดี ส่วนมากแล้วจะให้ช่วงก่อนนำจิ้งหรีดออกขายสัก 1 สัปดาห์ อาหารเสริมที่นิยมให้นั้นจะเป็น พืช ผัก ชนิดต่าง ๆ เช่น ฟักทอง กล้วย ใบมันสำปะหลัง ใบผักบุ้ง และผักชนิดอื่น ๆ ได้เช่นกัน อาหารเสริมที่นิยมให้อีกอย่างคือ จุลินทรีย์และอาหารเสริมโกลด์ นาโนไคโตซาน จะช่วยให้แมลงจิ้งหรีดลอกคราบ ลอกปีกไดดี เพราะมีสารไคติน ช่วยเสริมสารเปลือกแมลงให้แข็งแรง โตเร็ว ลดความเครียด  ลดกลิ่นในบ่อเลี้ยง สุขภาพดีลดการตายของจิ้งหรีด และต้านทานโรคอื่นๆได้อีกด้วยครับ

อาหารจิ้งหรีด
การวางถาดให้น้ำและอาหารจิ้งหรีด supachai จิ้งหรีดฟาร์ม อุบล

อาหารจิ้งหรีดผสมเอง

จิ้งหรีดนั้นจะกินอาหารที่เยอะและกินสม่ำเสมอ เพื่อเร่งให้จิ้งหรีดโตเร็วและสมบูรณ์ จึงควรให้จิ้งหรีดได้กินอาหารอย่างเต็มที่ แต่ราคาหารหารสำเร็จรูปที่ให้นั้นก็อาจจะแพงและต้องให้เป็นจำนวนมากอีกด้วย ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งในการให้อาหารจิ้งหรีดคือบางฟาร์มจะนำส่วนผสมอย่างอื่นมาผสมกับอาหารหลักเพื่มลดต้นทุนของอาหารได้ครับ เช่น ใช้มันสำปะหลังหมักยีสต์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป หรือใช้กากมอลล์ผสมกับอาหารสำเร็จรูป ผสมกับอาหารไก่ การใช้รำอ่อนมาผสม เป็นต้น จะช่วยลงต้นทุนอาหารจิ้งหรีดได้และช่วยเพิ่มผลผลิตได้ด้วยครับ

สุดท้ายนี้ supachai จิ้งหรีดฟาร์ม ขอขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนและติดตามครับ เราเป็นน้องใหม่ในการเลี้ยงเป็น ฟาร์มจิ้งหรีด อุบล ที่มีแนวทางการเลี้ยงจิ้งหรีดอย่างเป็นธรรมชาติ ปลอดสารพิษ หากท่านใดที่อยากจะให้คำแนะนำก็สามารถติดต่อได้ครับ ขอบคุณครับ

จิ้งหรีดพบได้ที่ไหน

แมลงนั้นถือกำเนิดมานานหลายล้านปีแล้ว เนื่องจากสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่น ๆ แมลงมีการเจริญเติบโตอย่างแพร่หลายมาก แมลงมีลักษณะลำตัวเป็นปล้องและมีปริมาณมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น แมลงในโลกนี้มีหลากหลายชนิดบางชนิดนั้นสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารได้ และนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันเราได้อีกด้วย

ประเทศไทยเรานั้นมีภูมิประเทศที่อยู่ในเขตร้อน เหมาะแก่การเจริญเติบโตของแมลงได้ดี ส่วนใหญ่นั้นจะพบแมลงชนิดต่าง ๆ ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แมลงชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหารคือ จิ้งหรีด จิ้งหรีดถือได้ว่าเป็นแมลงที่น่าสนใจเพราะ เป็นแมลงที่เลี้ยงได้ง่าย โตเร็ว สามารถจัดการเพาะเลี้ยงได้ง่าย โดยจิ้งหรีดนั้นส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลากลางคืน จะอาศัยอยู่ใต้ดิน คันนา รอยแตกของดิน หรือกอหญ้า และจะกินเศษหญ้าอ่อน ใบหญ้าขนาดเล็ก ๆ เป็นอาหาร จิ้งหรีดนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการอาหารที่สำคัญ มีโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรท ในอนาคตจิ้งหรีดจิ้งเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกหนึ่งสำหรับคนทั่วโลก จิ้งหรีดจึงมีการเลี้ยงที่แพร่หลาย มีความต้องการของตลาดสูงอีกด้วย

ลัษณะทั่วไปของจิ้งหรีด

จิ้งหรีด (Cricket) อยู่ในวงศ์ Gryllidae อันดับ Orthoptera เป็นแมลงขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ หนวดยาว ปากมีลักษณะเป็นปากกัด มีตารวม ขาคู่หลังมีขนาดใหญ่และแข็งแรง กระโดดได้ เพศเมียปีกเรียวและมีอวัยวะวางไข่ยาวแหลมคล้ายเข็มยื่นออกมาจากท้อง เพศผู้มีปีกคู่หน้าย่นสามารถทำเสียงได้ จิ้งหรีดมีอยู่หลายชนิด นอกจากนี้มีลักษณะพิเศษของจิ้งหรีด คือ การส่งเสียง และการผสมพันธุ์ที่เพศเมียจะคล่อมบนเพศผู้เสมอ จิ้งหรีดนั้นสามารถพบได้ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย พบได้จากในป่าโปร่ง สวน ไร่ ทุ่งหญ้า

พันธุ์จิ้งหรีด

จิ้งหรีดนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายสายพันธุ์ และในพื้นที่ก็จะแตกต่างกันไป โดยส่วนมากแล้วจิ้งหรีดที่พบและนิยมเลี้ยงในประเทศไทยเราจะมีอยู่ประมาณ 5 ชนิด คือ จิ้งโกร่ง จิ้งหรีดทองดำ จิ้งหรีดทองแดง จิ้งหรีดทองลาย จิ้งหรีดเล็ก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ชนิดของจิ้งหรีด แต่ละชนิดนั้นการเลี้ยงก็จะแตกต่างกัน แต่โดยส่วนมากแล้วการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 45-60 วัน

ชีววิทยาของจิ้งหรีด

1. หัว ประกอบด้วย ตา หนวด ปาก คอ และรอยต่อกะโหลกศีรษะ
2. อก มี 3 ปล้อง ปล้องแรกมีขาหน้า 1 คู่ ปล้องกลางมีขาคู่กลาง 1 คู่ และมีปีกคู่หน้า 1 คู่ ซึ่งปีกนี้ใช้แยกเพศของจิ้งหรีดได้ด้วย โดยจิ้งหรีดตัวผู้ปีกนอกคู่หน้ามีลวดลายหยักส่วนตัวเมียจะมีผิวเรียบ ปล้องหลังมีขาคู่หลัง และยังมีปีกคู่หลัง ซึ่งเวลาหุบจะซ่อนอยู่ด้านใน
3. ท้อง เมื่อเติบโตเต็มที่แล้วจะมีปล้องจานวน 11 ปล้อง

การบริโภคจิ้งหรีด

ปัจจุบันคนนิยมบริโภคจิ้งหรีดมากขึ้น เพราะเป็นแหล่งของโปรตีนสูง มีรสชาติอร่อยจึงมีการเลี้ยงจิ้งหรีดกันอย่างแพร่หลายมีอายุการเลี้ยงประมาณ 30-45 วันก็สามารถจับขายได้ ก่อนจับขายส่วนใหญ่จะให้จิ้งหรีดวางไข่เสียก่อน เพื่อนำมาฝักและเลี้ยงในรุ่นต่อ ๆ ไป นอกจากนั้นจิ้งหรีดยังขายได้ทั้งตัวสดและไข่อีกด้วย ราคาก็จะอยู่ประมาณกิโลกรัมล่ะ 100-150 บาทแล้วแต่ช่วง หรือบางรายมีการเลี้ยงและแปรรูปอย่างครบวงจรก็สามารถขายได้หลักหมื่นถึงหลายแสนต่อรุ่น